สรุปข่าวการเงิน: ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐาน, การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, นโยบายสินเชื่อ, และผลประกอบการบริษัท
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
ตลาดหุ้นเวียดนามกำลังเผชิญช่วงปรับฐาน โดย VN-Index อยู่ภายใต้แรงกดดันจากการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่ม Blue Chip อย่าง Vingroup 📉 ในขณะเดียวกัน สถาบันในประเทศยังคงเดินหน้าซื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความผันผวนและความแตกต่างของมุมมองการลงทุน 📈 ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ฮานอยมีแผนลงทุนมหาศาลในการพัฒนาเขตเมืองใหม่และขยายทางด่วน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างในระยะยาว ขณะที่บริษัท VIMC ตั้งเป้าการเติบโตของปริมาณการขนส่งทางทะเลและสินค้าผ่านท่าเรือเป็นเลขสองหลักในปี 2026 พร้อมคาดการณ์รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น ด้านบริษัท ACV มีการแต่งตั้งผู้บริหารโครงการสนามบินลองถั่นเข้าสู่บอร์ดบริหาร แต่หุ้น ACV และ VCG กลับร่วงแรงจากความกังวลเรื่องการตรวจสอบในปี 2026 นอกจากนี้ กลุ่ม Biwelco ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน BWE เกิน 10% ส่วนบริษัท LAS รายงานกำไรไตรมาส 4 เติบโต 24% แม้รายได้ลดลง จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี ขณะที่ STK มีกำไรปี 2025 พุ่ง 300% แต่ยังคงเผชิญความท้าทายด้านหนี้สินและกระแสเงินสด ในส่วนของตลาดแรงงาน บริษัท F88 ได้รับการยอมรับในฐานะสถานที่ทำงานที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ 💰 ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางเวียดนามวางแผนควบคุมการเติบโตของสินเชื่อในปี 2026 ที่ประมาณ 15% โดยเน้นภาคการผลิตและธุรกิจ ในขณะที่ ThaiBev รายงานรายได้รวมลดลง 2.1% จากตลาดเวียดนามที่ซบเซา แต่กำไรกลุ่มเบียร์ยังคงเติบโตได้ นอกจากนี้ มีการลงโทษปรับบริษัทในเครือ Trung Nam Group จากการไม่แจ้งข้อมูลทางการเงิน และอินเดียได้ลงนาม FTA กับ EU ซึ่งเป็นพัฒนาการที่สำคัญในเวทีการค้าระหว่างประเทศ.
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
ตลาดหุ้นเวียดนาม (VN-Index) อยู่ในช่วงปรับฐานและเผชิญแรงขาย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Blue Chip เช่น Vingroup.
นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันในประเทศยังคงซื้อสะสม.
มีการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานของฮานอย เช่น การสร้างเขตเมืองใหม่และการขยายทางด่วน.
บริษัท VIMC ตั้งเป้าการเติบโตของปริมาณการขนส่งทางทะเลและสินค้าผ่านท่าเรือเป็นเลขสองหลักในปี 2026.
บริษัท ACV แต่งตั้งผู้อำนวยการโครงการสนามบินลองถั่นเข้าสู่คณะกรรมการบริหาร และหุ้น ACV/VCG ร่วงจากความกังวลเรื่องการตรวจสอบ.
กลุ่ม Biwelco เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น BWE เกิน 10% และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น.
บริษัท LAS มีกำไรไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 24% แม้รายได้ลดลง จากการควบคุมค่าใช้จ่าย.
บริษัท Sợi Thế Kỷ (STK) มีกำไรปี 2025 พุ่ง 300% แต่ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหนี้สินและกระแสเงินสด.
บริษัท F88 ได้รับการยอมรับในฐานะสถานที่ทำงานที่ไม่เป็นพิษ ดึงดูดคนรุ่นใหม่.
ธนาคารแห่งประเทศเวียดนามวางแผนควบคุมการเติบโตของสินเชื่อในปี 2026 ที่ประมาณ 15% โดยเน้นภาคการผลิตและธุรกิจ.
ThaiBev รายได้รวมลดลง 2.1% จากตลาดเวียดนามที่ซบเซา แต่กำไรกลุ่มเบียร์ยังเติบโตได้.
มีการลงโทษปรับบริษัทในเครือ Trung Nam Group จากการไม่แจ้งข้อมูลทางการเงิน.
อินเดียและ EU ลงนาม FTA ประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มุมมอง 29/01: VN-Index เข้าสู่ช่วงปรับฐาน จับตาแรงขายและโอกาสลงทุนเฉพาะจุด
ตลาดหุ้นเวียดนาม (VN-Index) กำลังเผชิญช่วงเวลาของการปรับฐานและสะสมแรงขาย หลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตระยะสั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และดัชนีอาจมีการทดสอบแนวรับสำคัญอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ้นในกลุ่ม Vingroup ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อดัชนี กำลังเข้าสู่โซน Oversold และอาจมีการฟื้นตัวในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สัญญาณทางเทคนิคโดยรวมยังบ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการปรับฐานระยะสั้น 📉 แม้ว่าดัชนีจะเผชิญแรงกดดัน แต่ความกว้างของตลาด (Market Breadth) ยังคงอยู่ในภาวะที่ดี และกระแสเงินทุนมีการกระจายตัวอย่างมีเป้าหมาย ซึ่งอาจสร้างโอกาสในการลงทุนที่เฉพาะเจาะจงในระยะสั้น 🎯 นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายและติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างใกล้ชิด
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 28 ม.ค. สถาบันในประเทศซื้อต่อเนื่อง
ในวันที่ 28 มกราคม ตลาดหุ้นเวียดนามเห็นการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันระหว่างนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ 📈 นักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงมียอดซื้อสุทธิเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีแรงซื้อหลักในหุ้น HPG ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดขายสุทธิเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยมีแรงขายหลักในหุ้น VIC 📉 ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของตลาดและความแตกต่างของมุมมองการลงทุนระหว่างกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ นักลงทุนควรติดตามการเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนอย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน
VN-Index ทดสอบ 1,800 จุด: แรงขายต่างชาติกดดันตลาดหุ้นเวียดนาม
ตลาดหุ้นเวียดนามเผชิญแรงกดดันจากการปรับฐานอย่างต่อเนื่องในวันที่ 28 มกราคม โดย VN-Index ปิดที่ 1,802.91 จุด ลดลง 1.51% การร่วงลงของหุ้นกลุ่ม Blue Chip โดยเฉพาะ Vingroup เป็นปัจจัยหลักที่กดดันดัชนี ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเร่งการขายสุทธิกว่า 1.5 พันล้านดองบนกระดาน HOSE 📉 ตลาดกำลังจับตาการทดสอบแนวรับสำคัญที่เส้น SMA 50 วัน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในระยะต่อไป ความเสี่ยงระยะสั้นยังคงเพิ่มขึ้นจากสัญญาณขายของเครื่องมือทางเทคนิค ⚠️ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้น HNX ยังคงมีเสถียรภาพมากกว่า โดยมีแนวรับที่แข็งแกร่งที่ระดับ 244-250 จุด และยังไม่มีสัญญาณขายที่ชัดเจนจาก MACD
กลุ่ม Biwelco เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น BWE ทะลุ 10%
กลุ่มผู้ถือหุ้น Biwelco ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นของ บริษัท บิ่ญ ดือง วอเตอร์ เอ็นไวรอนเมนท์ (BWE) อย่างมีนัยสำคัญ โดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนมกราคม ส่งผลให้สัดส่วนการถือครองรวมของกลุ่มเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10.296% การเพิ่มสัดส่วนการถือครองนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Biwelco เพิ่งกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ BWE เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นนี้อาจส่งผลต่อทิศทางการบริหารงานและกลยุทธ์ของ BWE ในอนาคต 💰 ข้อมูลนี้เป็นเพียงการรายงานการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และไม่ได้เป็นการแนะนำการลงทุนใดๆ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน 📊
LAS: กำไรไตรมาส 4 พุ่ง 24% สวนทางรายได้ลดลง
บริษัท Supe Phốt phát và Hóa chất Lâm Thao (LAS) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ที่น่าสนใจ โดยรายได้สุทธิลดลงถึง 39% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทยังสามารถเพิ่มกำไรหลังหักภาษีได้ถึง 24% เป็น 20 พันล้านดอง 📈 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ และรายการกำไรอื่น ๆ ที่พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร นอกจากนี้ การลดลงของภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลยังเป็นปัจจัยสนับสนุนกำไรที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย 💰 สำหรับภาพรวมทั้งปี 2025 บริษัทมีรายได้เติบโต 8% แต่กำไรสุทธิลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยทำได้เพียง 80% ของเป้าหมายกำไรที่ตั้งไว้ ขณะที่สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อย โดยมีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามต่อไป
ฮานอยเตรียมสร้าง 5 เขตเมืองใหม่ มูลค่า 4 ล้านล้านดอง บนพื้นที่ 49,700 เฮกตาร์
กรุงฮานอยกำลังวางแผนพัฒนาเขตเมืองใหม่ขนาดใหญ่ 5 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 49,700 เฮกตาร์ และมีมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 4 ล้านล้านดองเวียดนามในช่วงปี 2569-2578 โครงการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายเมืองและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างในระยะยาว 💰 การพัฒนาเมืองใหม่นี้จะกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ รอบกรุงฮานอย รวมถึงบริเวณวงแหวนที่ 4 ด้านใต้และตะวันตก ทางตอนเหนือ (เม ลิญ, ดง อาน) ทางตะวันออก (เกีย ลัม) และทางตะวันตก (ฮวา ลาก) โดยแต่ละพื้นที่จะมีสัดส่วนการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่แตกต่างกันไป การลงทุนขนาดใหญ่นี้อาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค และสร้างโอกาสให้กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการและการจัดสรรงบประมาณอย่างใกล้ชิด 📈
เวียดนามทุ่ม 25,000 พันล้านดอง ขยายทางด่วนฮานอย-บั๊กซาง สู่ 6 เลน
โครงการขยายทางด่วนฮานอย - บั๊กซาง มูลค่า 25,000 พันล้านดอง (สำหรับแผนเต็ม 8 เลน) หรือ 3,660 พันล้านดอง (สำหรับแผนเบื้องต้น 6 เลน) กำลังได้รับการพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งและเศรษฐกิจในภูมิภาค 🛣️ การขยายเส้นทางนี้มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และอาจส่งผลดีต่อภาคโลจิสติกส์และการขนส่งโดยรวม 🚚 การมอบหมายให้จังหวัดบั๊กนิญเป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินโครงการ สะท้อนถึงการกระจายอำนาจและอาจเร่งกระบวนการพัฒนา โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเครือข่ายถนนระยะยาวของเวียดนาม ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจรในอนาคต
สมาชิก Trungnam Group ถูกปรับฐานไม่แจ้งข้อมูลทางการเงิน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม (UBCKNN) ได้มีคำสั่งลงโทษปรับบริษัท CTCP Điện gió Trung Nam Đắk Lắk 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Trung Nam Group เป็นเงิน 92.5 ล้านดองเวียดนาม เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและข้อมูลการดำเนินงานที่สำคัญตามกำหนดเวลา การไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมถึงรายงานทางการเงินประจำปี 2023, รายงานครึ่งปี 2024, รายงานการใช้เงินจากการออกหุ้นกู้, และรายงานการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นหุ้นกู้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้ควรได้รับทราบ การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการกำกับดูแลและการปฏิบัติตามกฎระเบียบในตลาดทุนเวียดนาม ⚠️
VIMC ตั้งเป้าผลิตโตเลขสองหลักปี 2026 พร้อมคาดการณ์รายได้และกำไรเพิ่ม
VIMC ประกาศเป้าหมายการเติบโตของปริมาณการขนส่งทางทะเลและสินค้าผ่านท่าเรือเป็นเลขสองหลักในปี 2026 📈 โดยคาดการณ์รายได้รวมเกือบ 22.2 ล้านล้านดอง และกำไรก่อนหักภาษีมากกว่า 3.2 ล้านล้านดอง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า บริษัทรายงานผลประกอบการปี 2025 ที่แข็งแกร่ง โดยปริมาณการขนส่งทางทะเลเพิ่มขึ้น 11% และสินค้าผ่านท่าเรือเพิ่มขึ้น 12% แม้ว่ากำไรก่อนหักภาษีจะลดลงเล็กน้อย 📉 โครงการสำคัญ เช่น ท่าเทียบตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือน้ำลึกห่ายฟองได้เปิดดำเนินการแล้ว และโครงการท่าเรือขนส่งนานาชาติกานเญอได้รับอนุมัติกลไกพิเศษ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต การลงทุนในปี 2025 มีการเบิกจ่ายงบประมาณ 84% ของแผน โดยเฉพาะในส่วนของท่าเรือ ซึ่งสะท้อนถึงการขยายศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้ม 'งานไม่ Toxic' คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ สภาพแวดล้อม F88 เป็นอย่างไร?
แนวโน้มการให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เป็นพิษกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยปัจจัยด้านความเป็นมิตร ความยุติธรรม และการสนับสนุนกลายเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้รายได้ 💰 บริษัท F88 เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเติบโตและความผูกพันของพนักงาน ซึ่งสะท้อนผ่านรางวัลต่างๆ ที่ได้รับ 🏆 การให้ความสำคัญกับประสบการณ์และพัฒนาการของพนักงานระยะยาว อาจส่งผลต่อการรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพและลดต้นทุนการสรรหาบุคลากรในอนาคต การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ถึงการปรับตัวของตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่บริษัทอื่นๆ ต้องพิจารณาเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถในยุคปัจจุบัน
VIMC ตั้งเป้าผลิตเติบโตเลขสองหลักปี 2026, ผลประกอบการปี 2025 แข็งแกร่ง
Vietnam Maritime Corporation (VIMC) ได้เปิดเผยผลประกอบการปี 2568 ที่แข็งแกร่ง โดยปริมาณการขนส่งทางทะเลและสินค้าผ่านท่าเรือเติบโตเลขสองหลัก รายได้รวมเพิ่มขึ้น 21% แม้ว่ากำไรก่อนหักภาษีจะลดลงเล็กน้อยเล็กน้อยก็ตาม บริษัทได้ลงทุนกว่า 3.9 ล้านล้านดองในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการเพิ่มกองเรือและโครงการท่าเรือสำคัญที่แล้วเสร็จ 🚢 โครงการท่าเรือขนส่งนานาชาติก๋านเญอได้รับอนุมัติกลไกพิเศษ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต สำหรับปี 2569 VIMC ตั้งเป้าการเติบโตของปริมาณการขนส่งและสินค้าผ่านท่าเรืออย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์รายได้และกำไรก่อนหักภาษีที่จะเพิ่มขึ้น 📈
ACV แต่งตั้งผู้อำนวยการโครงการสนามบินลองถั่น นั่งบอร์ดบริหาร
Vietnam Airports Corporation (ACV) ได้แต่งตั้งนาย Nguyễn Tiến Việt ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการสนามบินนานาชาติลองถั่น เข้าสู่คณะกรรมการบริหาร (HĐQT) ของบริษัท การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจาก ACV ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ลงทุนหลักในโครงการสนามบินลองถั่น ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่สำคัญของประเทศ ✈️ การแต่งตั้งนี้สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ของ ACV ซึ่งปัจจุบันบริหารสนามบิน 22 แห่งทั่วประเทศ และเป็นผู้ลงทุนหลักในโครงการสนามบินลองถั่น ระยะที่ 1 มูลค่ากว่า 100,000 พันล้านดองเวียดนาม โครงการระยะที่ 2 จะมีการลงทุนเพิ่มเติมทางวิ่งและอาคารผู้โดยสารใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อการดำเนินงานและการบริหารจัดการโครงการในอนาคตของ ACV 🏗️
ACV-VCG ร่วงแรง! สาเหตุจากแผนตรวจสอบปี 2026 และโครงการสนามบินลองถั่น
หุ้น ACV และ VCG เผชิญแรงขายอย่างหนัก โดย ACV ร่วง 15% ในสองวัน ขณะที่ VCG ดิ่งติดฟลอร์สองวันติดต่อกันและแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ปัจจัยหลักมาจากกำหนดการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินในปี 2026 ซึ่งจะพุ่งเป้าไปที่การบริหารจัดการเงินทุนและทรัพย์สินของรัฐสำหรับ ACV และการปฏิบัติตามกฎหมายด้านการลงทุนก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์สำหรับ VCG แม้ว่าการตรวจสอบเหล่านี้จะเป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้าและทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการที่ดีในไตรมาสล่าสุด แต่ความกังวลเกี่ยวกับผลการตรวจสอบอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น 📉 นอกจากนี้ ความเชื่อมโยงของทั้งสองบริษัทในโครงการสนามบินลองถั่น ซึ่งเคยมีประเด็นข้อพิพาทในการประมูล อาจเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา 👀
Sợi Thế Kỷ (STK) กำไรปี 2025 พุ่ง 300% แต่ยังเผชิญแรงกดดันหนี้สินและกระแสเงินสด
Sợi Thế Kỷ (STK) รายงานผลกำไรปี 2025 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง 300% จากฐานที่ต่ำในปี 2024 โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรได้จากการลดต้นทุนทางการเงิน 📉 อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญกับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหนี้ระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Unitex ซึ่งเป็นโครงการเชิงกลยุทธ์ที่ใหญ่ที่สุด 🏗️ นอกจากนี้ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังติดลบอย่างมากจากการสต็อกสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องยังคงอยู่ แม้ผลประกอบการจะดีขึ้น แต่ก็ยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ สะท้อนถึงความท้าทายในการดำเนินงาน ราคาหุ้น STK ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อภาระหนี้สินและกระแสเงินสดที่อ่อนแอ
F88: ต้นแบบสถานที่ทำงานไม่เป็นพิษ ดึงดูดคนรุ่นใหม่
แนวโน้มการให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เป็นพิษ (toxic-free) กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยปัจจัยด้านวัฒนธรรมองค์กร ความเป็นมิตร และการสนับสนุน มีความสำคัญไม่แพ้รายได้ที่มั่นคง 💰 บริษัท F88 ได้รับการยอมรับในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรางวัล "สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม" จาก GPTW และ "10 สุดยอดนายจ้างที่มีประสบการณ์ผู้สมัครงานยอดเยี่ยม" จาก Vieclam24h สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ "Excel with Joy" ที่มุ่งเน้นการสร้างความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานในระยะยาว ✅ การให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีนี้ อาจส่งผลต่อการดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของบริษัทในอนาคต 📈 นักลงทุนควรจับตาดูว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลต่อการดำเนินงานและผลประกอบการของบริษัทในภาคธุรกิจอื่นๆ อย่างไรบ้าง
ฮานอยวางแผนปรับปรุงอาคารชุดเก่า 2,160 แห่ง สู่เมืองที่ทันสมัย
รัฐบาลกรุงฮานอยได้เสนอแผนงานระยะยาวเพื่อปรับปรุงและสร้างอาคารชุดเก่า 2,160 แห่ง โดยมีเป้าหมายที่จะแล้วเสร็จภายในปี 2035 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองให้ทันสมัยและยั่งยืน 🏗️ โครงการนี้จะครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยให้ได้มาตรฐานที่สูงขึ้น และสอดคล้องกับแผนพัฒนาระดับชาติ การปรับปรุงดังกล่าวอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างในพื้นที่ รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เก่า 💰 อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ยังต้องพิจารณาถึงการจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 2.8 ล้านล้านดองสำหรับช่วงปี 2021-2030 โดยเฉพาะในส่วนของบ้านเชิงพาณิชย์และบ้านอเนกประสงค์ การพัฒนาบ้านสังคมก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา
เวียดนามคุมเข้มสินเชื่อปี 2026 ตั้งเป้า 15% เน้นภาคผลิต-ธุรกิจ
ธนาคารแห่งประเทศเวียดนามวางแผนควบคุมการเติบโตของสินเชื่อในปี 2026 โดยตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 15% ซึ่งต่ำกว่าปี 2025 เพื่อจัดการกับระดับหนี้สินที่สูงเมื่อเทียบกับ GDP 💰 การปล่อยสินเชื่อจะมุ่งเน้นไปที่ภาคการผลิต ธุรกิจ การค้าปลีก การบริโภค และภาคส่วนที่สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเติบโตที่แท้จริงของสินเชื่อในปี 2025 อาจอยู่ที่ประมาณ 16% เมื่อหักปัจจัยพิเศษออกไป 📊 นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำยังคงเป็นแรงหนุนความต้องการสินเชื่อ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ การบริโภค และการลงทุนภาครัฐ 📈 อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเพิ่มความโปร่งใสทางการเงินและการบริหารจัดการเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น 🔍 ธนาคารกลางจะมีการควบคุมการปล่อยสินเชื่อเป็นรายไตรมาสเพื่อป้องกันการเร่งตัวของสินเชื่อในช่วงต้นปี
ฮานอยเพิ่มค่าชดเชยเวนคืนที่ดินสองเท่าสำหรับโครงการสำคัญ
ฮานอยได้อนุมัติมติใหม่เพื่อเพิ่มค่าชดเชยสำหรับการเวนคืนที่ดินสำหรับโครงการสำคัญเป็นสองเท่าของข้อกำหนดทั่วไป ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเร่งการเคลียร์พื้นที่และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ 📈 นโยบายนี้จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายโครงการในเมืองหลวง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเมือง การเพิ่มค่าชดเชยอาจส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินโครงการสูงขึ้นสำหรับนักพัฒนาบางราย แต่ก็คาดว่าจะช่วยลดความล่าช้าและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับการเวนคืนที่ดิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลดีต่อความคืบหน้าของโครงการ 🏗️ นักลงทุนควรจับตาดูผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างในฮานอย รวมถึงความคืบหน้าของโครงการที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้
ThaiBev รายได้ลด 2.1% เหตุตลาดเวียดนามซบ แต่กำไรเบียร์โต
ThaiBev รายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2024-2025 โดยมีรายได้รวมลดลง 2.1% เป็น 333.3 พันล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความท้าทายทางเศรษฐกิจในตลาดเวียดนาม ซึ่งส่งผลให้รายได้จากเวียดนามลดลงถึง 14% 📉 อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรในกลุ่มธุรกิจเบียร์ได้ 24.6% จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในไทยและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง กลุ่มธุรกิจสุรายังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก แม้จะมีการลงทุนในแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ 💰 ขณะที่กลุ่มอาหารมีผลขาดทุนจากการขยายสาขาร้านอาหาร ปัจจัยที่ต้องจับตาคือการฟื้นตัวของตลาดเวียดนามและผลกระทบจากการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมเบียร์ของเวียดนาม
อินเดีย-EU ลงนาม FTA ประวัติศาสตร์ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ
อินเดียและสหภาพยุโรป (EU) ได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งคาดว่าจะสร้างตลาดขนาดใหญ่ถึง 2 พันล้านคน และช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของอินเดีย เช่น สิ่งทอและเครื่องประดับ 🌐 ข้อตกลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออินเดียที่กำลังเผชิญกับภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ และต้องการหาตลาดส่งออกใหม่ๆ การค้าระหว่างอินเดียและ EU มีมูลค่าสูงถึง 1.2 แสนล้านยูโรในปี 2024 ทำให้ EU เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดีย อย่างไรก็ตาม การค้ากับ EU ยังคงมีสัดส่วนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และจีน 📊 แม้ว่าข้อตกลงนี้จะเป็นก้าวสำคัญ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังไม่สามารถทดแทนความสำคัญของข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ได้ทั้งหมด
ระบบทำการวิเคราะห์และให้น้ำหนักความสำคัญของข่าว (Importance Score) จากหลายปัจจัย เพื่อคัดกรองข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด
