Tesla IBM Boeing Southwest Airlines รายงานผลประกอบการ Q1 2024
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- หลายบริษัทเตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2024 โดยเฉพาะ Tesla, IBM, Boeing, Southwest Airlines.
- Netflix อยู่ระหว่างเจรจาซื้อ Radford Studio Center มูลค่า 330-400 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางอุตสาหกรรมผลิตสื่อที่ชะลอตัว.
- IonQ คาดการณ์รายได้ Q1/2026 เติบโตสูง แต่กำไรลดลง.
- Coca-Cola คาดการณ์กำไรและรายได้เติบโตในไตรมาสหน้าและทั้งปีงบประมาณ.
- Arm Holdings ได้รับการปรับเพิ่มเป้าหมายราคาจาก Goldman Sachs แต่ยังคงแนะนำ Sell, ขณะที่ Morgan Stanley ปรับเป็น Equal Weight.
- Rigetti Computing เปิดตัวระบบควอนตัม Cepheus-1-108Q และได้รับการแนะนำ Outperform จาก Mizuho.
- Apple ประกาศเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง CEO โดย Tim Cook จะลงจากตำแหน่งและ John Ternus รับช่วงต่อ.
- Starbucks คาดการณ์ยอดขายสาขาเดิมในอเมริกาเหนือสูงกว่าคาด และปรับเพิ่ม EPS ปี 2024.
- Meta Platforms จะติดตามการกดแป้นพิมพ์พนักงานเพื่อฝึก AI, ขณะที่ D.R. Horton รายงานผลประกอบการ Q2 ดีกว่าคาด.
- Jim Cramer แนะนำ Honeywell (HON) เป็นหุ้นดีน่าลงทุนระยะยาว.
- Microsoft ทุ่มลงทุน AI อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ Apple เผชิญความท้าทายในการปรับตัวเข้าสู่เทรนด์ AI.
- Nvidia, AMD, Broadcom รายงานผลประกอบการ ท่ามกลางการแข่งขันในอุตสาหกรรมชิป AI ที่ทวีความรุนแรงขึ้น.
หุ้นที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Tesla, IBM, Boeing, Southwest Airlines รายงานผลประกอบการ Q1 2024
หลายบริษัทเตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2024 ในวันที่ 22 เมษายน โดยเฉพาะ Tesla ที่นักลงทุนจับตาดูการเติบโตของรายได้จากการส่งมอบรถยนต์และการขยายตัวของธุรกิจพลังงานกักเก็บ ขณะที่ IBM คาดการณ์การเติบโตของรายได้จากซอฟต์แวร์เพื่อชดเชยความต้องการที่ปรึกษาที่ลดลง ด้าน Boeing เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการรวมระบบ Spirit AeroSystems แม้ว่าการส่งมอบ 737 Max จะดีขึ้น ส่วน Southwest Airlines คาดการณ์กำไรที่เพิ่มขึ้นจากราคาตั๋วที่สูงขึ้นและที่นั่งแบบพรีเมียม แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงและแรงงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกำไร ✈️
Netflix จ่อซื้อ Radford Studio Center มูลค่า 330-400 ล้านดอลลาร์
Netflix กำลังเจรจาซื้อ Radford Studio Center ใน Studio City มูลค่าระหว่าง 330-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยผู้ขายคือ Goldman Sachs ซึ่งเข้าครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวหลังจากการผิดนัดชำระหนี้ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากผู้ดำเนินการรายเดิม Hackman Capital Partners การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมผลิตสื่อที่ชะลอตัวในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตและผลกระทบจากการประท้วงของนักเขียนและนักแสดงในปี 2023 สตูดิโอแห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1928 และเคยเป็นที่ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ชื่อดังมากมาย Netflix ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 455 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีผู้ติดตามมากกว่า 325 ล้านรายทั่วโลก ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสตรีมมิ่ง แม้จะเคยถอนตัวจากการประมูลซื้อสตูดิโอ Warner Bros. มาก่อน 🎬
IonQ (IONQ) คาดรายได้ Q1/2026 โต 556% กำไรลดลง -86%
IonQ, Inc. (IONQ) มีผลประกอบการที่น่าจับตามอง โดยคาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกของปี 2026 จะอยู่ที่ 49.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 555.97% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) จะอยู่ที่ -0.26 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 85.71% สำหรับภาพรวมทั้งปี 2026 คาดการณ์กำไรอยู่ที่ -0.98 ดอลลาร์สหรัฐ และรายได้ 236.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า บริษัทมีอันดับ Zacks Rank ที่ #3 (Hold) สะท้อนถึงการประเมินจากนักวิเคราะห์ที่ยังคงรอดูสถานการณ์ 📊
Coca-Cola (KO) คาดกำไรโต 10.96% รายได้โต 10.62% ในไตรมาสหน้า
Coca-Cola (KO) มีผลประกอบการที่น่าจับตามอง โดยคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับไตรมาสที่จะถึงนี้จะเพิ่มขึ้น 10.96% และรายได้คาดว่าจะเติบโต 10.62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 📈 สำหรับทั้งปีงบประมาณ คาดการณ์กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มขึ้น 7.67% และรายได้เพิ่มขึ้น 2.66% อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น KO ปรับตัวลงมากกว่าดัชนี S&P 500 ในช่วงการซื้อขายล่าสุด และผลตอบแทนในรอบเดือนที่ผ่านมาก็ยังต่ำกว่าภาคกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและดัชนี S&P 500 ปัจจุบัน KO มีอันดับ Zacks Rank ที่ #3 (Hold) และมีอัตราส่วน Forward P/E ที่ 23.38 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 19.53 📊
Arm Holdings (ARM): Goldman Sachs เพิ่มเป้า $125, Morgan Stanley ปรับเป็น Equal Weight
Arm Holdings (ARM) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่น่าจับตามอง โดย Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น $125 แต่ยังคงแนะนำ Sell เนื่องจากกังวลเรื่องมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นหลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยอมรับว่าบริษัทมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและอยู่ในตำแหน่งที่ดีในตลาดที่มีการเติบโตสูงก็ตาม ในขณะที่ Morgan Stanley ได้ปรับลดอันดับเป็น Equal Weight พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น $150 โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การออกแบบและผลิตชิปเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจ แม้จะมีความเสี่ยงในระยะสั้นจากภาวะตลาดที่อ่อนแอและการดำเนินงานก็ตาม บริษัทมีจุดเด่นที่สถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลังงานและประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุค AI, edge devices และ data centers 📈
Rigetti Computing (RGTI) เปิดตัวระบบควอนตัม Cepheus-1-108Q
Rigetti Computing (RGTI) ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่มีแนวโน้มดี โดยบริษัทได้ประกาศเปิดตัวระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัม 108 คิวบิต คือ Cepheus-1-108Q ซึ่งพร้อมใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม Quantum Cloud Services และ Amazon Braket ระบบนี้มีสถาปัตยกรรมแบบชิปเล็ตที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายขนาด ประมวลผลได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยำสูง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การประยุกต์ใช้ควอนตัมคอมพิวติ้งในทางปฏิบัติ แม้ว่า Mizuho จะปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 33 ดอลลาร์ แต่ยังคงแนะนำ Outperform โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตมากกว่า 100% เนื่องจากอุตสาหกรรมควอนตัมคอมพิวติ้งกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ⚛️ 📈
Apple เปลี่ยน CEO Tim Cook ลงจากตำแหน่ง John Ternus รับช่วงต่อ
Apple ประกาศการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง CEO โดย Tim Cook จะลงจากตำแหน่งและ John Ternus จะเข้ามารับช่วงต่อ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Ternus เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยเนื่องจากประสบการณ์ด้านฮาร์ดแวร์ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของรายได้บริษัท อย่างไรก็ตาม ยังมีคำถามเกี่ยวกับนวัตกรรมและการเติบโตของธุรกิจบริการที่ยังไม่เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด แม้ว่าบริการจะมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าผลิตภัณฑ์ถึงสองเท่าก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการประกาศนี้อาจบ่งชี้ว่าผลประกอบการและแนวโน้มในอนาคตจะออกมาดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเติบโตของ Apple ภายใต้การนำของ Tim Cook ตั้งแต่ปี 2011 📈
Starbucks คาดการณ์ยอดขาย Q1 สูงกว่าคาด ปรับเพิ่ม EPS ปี 2024
Starbucks คาดการณ์ว่ายอดขายสาขาเดิมในอเมริกาเหนือจะสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดย UBS ประเมินว่ายอดขายสาขาเดิมจะเพิ่มขึ้น 5.5% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.8% การประเมินนี้มาจากข้อมูลการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2023 และแนวโน้มการใช้จ่ายที่ยังคงดีต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี 2024 📈 นอกจากนี้ Starbucks ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับปีงบประมาณ 2024 ขึ้นเล็กน้อย สะท้อนความเชื่อมั่นในผลประกอบการที่กำลังจะมาถึง ☕
META ติดตาม Keystrokes พนักงานฝึก AI, DHI ผลประกอบการ Q2 ดีกว่าคาด
Meta Platforms (META) รายงานว่าจะติดตามการกดแป้นพิมพ์ของพนักงานเพื่อใช้ในการฝึกอบรมโมเดล AI โดยจะมีการบันทึกภาพหน้าจอเป็นครั้งคราวเพื่อเพิ่มบริบท ขณะที่ D.R. Horton (DHI) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าคาดการณ์ทั้งรายได้และยอดขายสุทธิ บริษัทฯ ยังคงมั่นใจว่าจะสามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมายปีงบประมาณ 2026 ที่วางไว้ 📈
Jim Cramer ชี้ Honeywell (HON) เป็นหุ้นดี น่าลงทุนระยะยาว
Jim Cramer ผู้ดำเนินรายการ Mad Money ได้กล่าวถึงหุ้น Honeywell International Inc. (HON) ว่าเป็นหุ้นที่ดีมาก โดยแนะนำให้เป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนควรพิจารณาสำหรับพอร์ตระยะยาว 💰 นอกจากนี้ เขายังได้แนะนำการจัดสรรเงินลงทุนสำหรับอนาคตของบุตร โดยแบ่งเงินลงทุนส่วนหนึ่งเข้ากองทุนดัชนี และอีกส่วนหนึ่งกระจายไปยังหุ้นที่มีการจ่ายปันผลดี หุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ และหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต Honeywell เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย ทั้งด้านการบินและอวกาศ ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม การจัดการอาคาร และพลังงานอย่างยั่งยืน ✈️
Apple เปลี่ยน CEO, Microsoft ทุ่ม AI: การประเมินหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่
การเปลี่ยนแปลงผู้นำของ Apple และการลงทุนด้าน AI ของ Microsoft เป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนจับตา Tim Cook จะก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ในวันที่ 1 กันยายน 2024 โดยจะดำรงตำแหน่ง Executive Chairman แทน ขณะที่ Microsoft ยังคงมี Satya Nadella เป็น CEO และมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องใน OpenAI ซึ่งส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นของทั้งสองบริษัท ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Microsoft มีความน่าสนใจจากมุมมองด้านการประเมินมูลค่าและศักยภาพในการเติบโตจาก AI แม้ว่า Apple จะมีประวัติการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าคู่แข่ง แต่ก็เผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ AI และการหาผู้นำคนใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต 🍎🤖
Nvidia, AMD, Broadcom รายงานผลประกอบการ: การลงทุน AI และการแข่งขันชิป
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังลงทุนอย่างหนักในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะ Nvidia, AMD และ Broadcom ที่กำลังจะรายงานผลประกอบการ นักลงทุนจับตาดูว่าการลงทุนมหาศาลนี้จะเริ่มสร้างผลกำไรจริงจังหรือไม่ Nvidia ยังคงเป็นผู้นำด้วยชิป Blackwell และ Rubin ที่มีความต้องการสูง โดยคาดการณ์รายได้แตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2027 ขณะที่ AMD กำลังเตรียมเปิดตัวโซลูชันเต็มรูปแบบ Helios และมองเห็นตลาดรวมที่ใหญ่ขึ้น Broadcom ถูกมองว่าเป็นผู้ชนะที่ชัดเจนในโอกาสของชิป TPU ที่ขยายตัวไปยังลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะข้อตกลงระยะยาวกับ Google และการร่วมมือกับ Anthropic อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอุตสาหกรรมชิป AI กำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะจาก Marvell ที่กำลังเร่งพัฒนาผ่านการควบรวมกิจการ นอกจากนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย AI เช่น 800G ก็เป็นอีกจุดที่น่าจับตา 📈