StockNotify
หน้าแรกข่าวTrendingสัญญาณธีมบทความ
เริ่มใช้งานฟรี
StockNotifyStockNotify

© 2026 StockNotiFy สงวนลิขสิทธิ์.

Market Data Disclaimer

ผลิตภัณฑ์

แพ็กเกจสมาชิกรายชื่อหุ้น

แหล่งข้อมูล

วิธีใช้งานเรียนรู้การลงทุนFAQเกี่ยวกับเราติดต่อเรา

Follow Us

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายคุกกี้แผนผังเว็บไซต์
  1. หุ้น
  2. ABBV

AbbVie Inc. (ABBV) ราคาหุ้นวันนี้

ABBV•NYSE•
การแพทย์เทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชกรรมเว็บไซต์ →
ภาพรวมกราฟมูลค่าหุ้นงบการเงิน

AbbVie Inc. (ABBV) คืออะไร

เกี่ยวกับบริษัท

AbbVie เป็นบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลกที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาแนวทางการรักษาสำหรับโรคที่รักษาได้ยากและมีความซับซ้อน โดยแยกตัวออกมาจาก Abbott Laboratories ในปี 2013 ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำในกลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ ภูมิคุ้มกันวิทยา มะเร็งวิทยา ประสาทวิทยา การดูแลสุขภาพดวงตา และเวชศาสตร์ความงาม รายได้หลักของบริษัทมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาที่เป็นนวัตกรรมใหม่ โดยมีผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง Humira ซึ่งเคยเป็นยาที่มียอดขายสูงสุดในโลก รวมถึงยาตัวใหม่ที่มีศักยภาพสูงอย่าง Skyrizi และ Rinvoq นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้ที่มั่นคงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามภายใต้แบรนด์ Botox หลังจากที่ได้เข้าซื้อกิจการของ Allergan ความได้เปรียบทางการแข่งขันของ AbbVie มาจากการเป็นเจ้าของสิทธิบัตรยาที่มีมูลค่าสูงและการทุ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดทดแทนยาที่หมดอายุสิทธิบัตร อีกทั้งยังมีฐานการตลาดที่แข็งแกร่งในด้านเวชศาสตร์ความงามซึ่งมีความต้องการสูงและมีคู่แข่งน้อยรายเมื่อเทียบกับตลาดยาทั่วไป

สินค้าและบริการ

กลุ่มยาภูมิคุ้มกันวิทยา (Humira, ยารักษาโรคข้อและสะเก็ดเงิน; Skyrizi, ยารักษาสะเก็ดเงิน; Rinvoq, ยารักษาข้ออักเสบ); กลุ่มเวชศาสตร์ความงาม (Botox Cosmetic, โบท็อกซ์ลดริ้วรอย; Juvederm, สารเติมเต็มฟิลเลอร์); กลุ่มยามะเร็งวิทยา (Imbruvica, ยารักษามะเร็งเม็ดเลือด; Venclexta, ยารักษามะเร็งไขกระดูก); กลุ่มยาประสาทวิทยา (Vraylar, ยารักษาโรคจิตเภท; Ubrelvy, ยารักษาไมเกรน)

โครงการในอนาคต

AbbVie มีแผนการเติบโตผ่านการขยายขอบเขตการรักษาของยา Skyrizi และ Rinvoq เข้าสู่โรคใหม่ๆ เพื่อชดเชยรายได้จาก Humira ที่เริ่มมีการแข่งขันจากยาชื่อสามัญ นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการพัฒนาโปรแกรมยาในระยะที่ 2 และ 3 ในกลุ่มโรคมะเร็งและระบบประสาท รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการค้นหายาใหม่เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต

ศูนย์ข้อมูลหุ้น ABBV สำหรับนักลงทุนไทย

มูลค่าหุ้น ABBV

P/E Ratio, P/B, P/S, Market Cap, Dividend Yield และ Analyst Consensus

งบการเงิน ABBV

รายได้ กำไร กระแสเงินสด และผลประกอบการรายไตรมาส/รายปี

ข่าวหุ้น ABBV ล่าสุด

ติดตามข่าว ปัจจัยกระตุ้นราคา และบริบทตลาดที่เกี่ยวข้อง

สัญญาณเทคนิค ABBV

RSI, MACD, Golden Cross และสัญญาณซื้อขายล่าสุด

คำถามที่พบบ่อย

ดูข่าวล่าสุดของ ABBV ได้ที่ไหน?

ใช้ลิงก์ข่าวในหน้านี้เพื่อติดตามข่าวล่าสุด ปัจจัยกระตุ้นราคา และบริบทตลาดที่เกี่ยวข้องกับ ABBV

ควรใช้สัญญาณของ ABBV อย่างไร?

สัญญาณเป็นข้อมูลประกอบการศึกษา ควรดูร่วมกับแนวโน้มราคา มูลค่าหุ้น ข่าว ค่าเงิน และแผนบริหารความเสี่ยงของตัวเอง

⚠️ คำเตือน: ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผลในอดีตไม่รับประกันผลในอนาคต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 แหล่งข้อมูล
18:14 น.
26 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ PPH vs XLV: ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม

การเปรียบเทียบระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ State Street Health Care ETF (XLV) ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านการกระจุกตัวของพอร์ตและค่าธรรมเนียม PPH มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า (0.36% vs 0.08%) แต่ให้ผลตอบแทนระยะสั้นที่ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วง 3 ปี (13.8% ต่อปี) และ 5 ปี (10.5% ต่อปี) ในขณะที่ XLV มีผลตอบแทนระยะยาว 10 ปีดีกว่า (10.1% ต่อปี) และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก 💰 PPH เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มยาโดยเฉพาะ ขณะที่ XLV กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่กว้างกว่า

15:16 น.
25 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie (ABBV) จ่ายปันผล 2.7% เข้าซื้อ Apogee 1.1 หมื่นล้าน USD

AbbVie (ABBV) ยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาวที่เน้นเงินปันผล ด้วยอัตราผลตอบแทน 2.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 และกลุ่มยา โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งสนับสนุนการจ่ายปันผล แม้ว่าอัตราส่วนกำไรต่อปันผลจะดูสูง แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสเงินสด อัตราส่วนการจ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณ 60% ซึ่งบ่งชี้ถึงความมั่นคง นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเข้าซื้อกิจการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มยาภูมิคุ้มกันวิทยาและมะเร็งวิทยา รวมถึงการขยายสู่กลุ่มความงามและระบบประสาท

13:16 น.
23 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ FBT vs VHT: ผลตอบแทน, ค่าธรรมเนียม, ความเสี่ยง

กองทุน ETF สุขภาพ FBT (First Trust NYSE Arca Biotechnology Index Fund) เน้นลงทุนในกลุ่มไบโอเทคโนโลยีโดยเฉพาะ มีผลตอบแทน 1 ปี สูงถึง 51.60% แต่มีค่าธรรมเนียม 0.55% และความผันผวนสูงกว่า VHT (Vanguard Health Care ETF) ซึ่งเป็นกองทุนที่กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ทั้งหมด มีค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.09% และมีผลตอบแทน 1 ปี ที่ 25.20% โดย VHT มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ใหญ่กว่าและมีหุ้นที่ถือครองมากกว่า 400 ตัว เทียบกับ FBT ที่มี 30 ตัว การลงทุนใน FBT เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในโมเมนตัมของไบโอเทคโนโลยีและรับความเสี่ยงได้สูง ส่วน VHT เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการการลงทุนที่มั่นคงและมีโอกาสรับเงินปันผล

21:10 น.
19 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie (ABBV) และ JNJ: หุ้น Dividend Kings จ่ายปันผลต่อเนื่อง 54-64 ปี

AbbVie (ABBV) และ Johnson & Johnson (JNJ) ถูกยกให้เป็นหุ้น Dividend Kings ที่น่าสนใจ โดยทั้งสองบริษัทมีประวัติการเพิ่มเงินปันผลอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 54 ปี (ABBV) และ 64 ปี (JNJ) AbbVie โดดเด่นด้วยกลุ่มยาภูมิคุ้มกันวิทยาและยาใหม่ที่น่าจับตา รวมถึงการเข้าซื้อ Apogee Therapeutics ส่วน Johnson & Johnson มีธุรกิจที่หลากหลายทั้งยาและอุปกรณ์การแพทย์ พร้อมการเปิดตัวอุปกรณ์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Ottava ทั้งสองบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าพอใจ (2.8% และ 2.1% ตามลำดับ) และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

17:19 น.
13 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Realty Income, Coca-Cola, AbbVie: หุ้นปันผลเด่นสำหรับนักลงทุนระยะยาว

บทความแนะนำหุ้นปันผล 3 ตัวที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ได้แก่ Realty Income (O) ซึ่งเป็น REIT ที่มีการกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทและจ่ายปันผลรายเดือนมาต่อเนื่องกว่า 56 ปี, Coca-Cola (KO) ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำที่เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ในทุกภูมิภาคและเพิ่มเงินปันผลมา 65 ปีติดต่อกัน, และ AbbVie (ABBV) บริษัทยาที่มียารายได้หลักอย่าง Skyrizi และ Rinvoq มาทดแทน Humira ได้ดี โดยทั้งสามบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจ

22:07 น.
4 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

FDVV vs HDV: ETF ปันผลสูง สองสไตล์การลงทุน — เทคโนโลยี vs หุ้นคุณค่า

กองทุน ETF ที่เน้นจ่ายปันผลสูงสองกองทุนคือ iShares Core High Dividend ETF (HDV) และ Fidelity High Dividend ETF (FDVV) มีแนวทางการลงทุนที่แตกต่างกัน HDV เน้นหุ้นคุณค่าเชิงรับ (Defensive Value) ในกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อชีวิต (Consumer Defensives) และสุขภาพ (Healthcare) ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำกว่า (0.08%) และความผันผวนต่ำกว่า (Beta 0.53) ส่วน FDVV เน้นหุ้นเติบโตในกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) ที่มีสัดส่วน 31% เช่น Nvidia, Apple, Microsoft เพื่อสร้างรายได้และส่วนเพิ่มของมูลค่าหุ้น (Capital Appreciation) แม้จะมีความผันผวนสูงกว่า (Beta 0.86) ทั้งสองกองทุนให้ผลตอบแทนเงินปันผลเท่ากันที่ 2.80% ณ วันที่ 2026-07-01

21:12 น.
4 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF ยา: PPH ค่าธรรมเนียมต่ำ ปันผลสูง vs PJP โตแรง

การเลือกระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ Invesco Pharmaceuticals ETF (PJP) ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน PPH มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า (0.36% vs 0.57%) และให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า (2.00% vs 0.90%) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้และต้องการการเติบโตระยะยาว โดยมี AUM สูงกว่าและสภาพคล่องดีกว่า 📈 ส่วน PJP ให้ผลตอบแทนราคาที่สูงกว่าใน 1 ปี (49.90% vs 27.10%) และเน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโฟกัสตลาดสหรัฐฯ และยอมจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า

21:12 น.
21 มิ.ย. 2569
ตลาด
เชิงบวก

XLV: 2 ปัจจัยชี้ขาดปี 2026 การกำหนดราคา LLY และนโยบายนำเข้ายา

กองทุน XLV (Health Care Select Sector SPDR ETF) เผชิญผลตอบแทนติดลบ 3% ปีนี้ แต่ฟื้นตัว 14% ในปีที่ผ่านมา โดยปี 2026 คาดว่านโยบายจะเอื้ออำนวยมากขึ้น ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่จะตัดสินทิศทางกองทุนคือ การกำหนดราคายาของ Eli Lilly (LLY) และนโยบายการนำเข้ายา 15% ของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่ม Pharma โดยตรง โดยเฉพาะ Merck (MRK) และ AbbVie (ABBV) 💊

18:17 น.
16 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie (ABBV) มีโอกาสแตะ $300 ในปี 2030 จากการเติบโตของ Skyrizi และ Rinvoq

AbbVie (ABBV) กำลังเผชิญกับความไม่สอดคล้องกันระหว่างผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการประเมินมูลค่าหุ้น โดยรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2026 เติบโต 12.4% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มยา Skyrizi และ Rinvoq ที่เติบโตกว่า 20% แม้จะมีค่าใช้จ่าย IPR&D จำนวน 744 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แต่บริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งปี ซึ่งบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก 📈 การเติบโตของยาใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันราคาหุ้นสู่เป้าหมาย 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030

20:02 น.
15 มิ.ย. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

หุ้นปันผลเติบโต vs. หุ้นปันผลสูง: กลยุทธ์ชนะใน 25 ปี

การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลเติบโต (Dividend Growth) ที่มีอัตราการจ่ายปันผลเริ่มต้นต่ำกว่า แต่มีการเติบโตต่อเนื่อง สามารถสร้างผลตอบแทนรวมและกระแสเงินสดที่สูงกว่าในระยะยาว เมื่อเทียบกับหุ้นที่เน้นปันผลสูงแต่ไม่มีการเติบโต ตัวอย่างเช่น หุ้นกลุ่ม Blue-chip อย่าง Johnson & Johnson (NYSE:JNJ), Procter & Gamble (NYSE:PG), Coca-Cola (NYSE:KO) และ Home Depot (NYSE:HD) มีประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ซึ่งช่วยรักษาอำนาจซื้อและเพิ่มพูนความมั่งคั่งได้ดีกว่าในระยะเวลา 25 ปีขึ้นไป 📈

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความวิเคราะห์ ABBV

ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องในขณะนี้