StockNotify
หน้าแรกข่าวTrendingสัญญาณธีมบทความ
เริ่มใช้งานฟรี
StockNotifyStockNotify

© 2026 StockNotiFy สงวนลิขสิทธิ์.

Market Data Disclaimer

ผลิตภัณฑ์

แพ็กเกจสมาชิกรายชื่อหุ้น

แหล่งข้อมูล

วิธีใช้งานเรียนรู้การลงทุนFAQเกี่ยวกับเราติดต่อเรา

Follow Us

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายคุกกี้แผนผังเว็บไซต์
  1. หุ้น
  2. ABBV

AbbVie Inc. (ABBV) ราคาหุ้นวันนี้

ABBV•NYSE•
การแพทย์เทคโนโลยีชีวภาพและเภสัชกรรมเว็บไซต์ →
ภาพรวมกราฟมูลค่าหุ้นงบการเงิน

รายได้รายไตรมาส

Revenue · Gross Profit · Net Income · EPS

รายได้รายปี

Revenue · Gross Profit · Net Income

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 แหล่งข้อมูล
18:14 น.
26 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ PPH vs XLV: ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม

การเปรียบเทียบระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ State Street Health Care ETF (XLV) ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านการกระจุกตัวของพอร์ตและค่าธรรมเนียม PPH มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า (0.36% vs 0.08%) แต่ให้ผลตอบแทนระยะสั้นที่ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วง 3 ปี (13.8% ต่อปี) และ 5 ปี (10.5% ต่อปี) ในขณะที่ XLV มีผลตอบแทนระยะยาว 10 ปีดีกว่า (10.1% ต่อปี) และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก 💰 PPH เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มยาโดยเฉพาะ ขณะที่ XLV กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่กว้างกว่า

15:16 น.
25 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie (ABBV) จ่ายปันผล 2.7% เข้าซื้อ Apogee 1.1 หมื่นล้าน USD

AbbVie (ABBV) ยังคงเป็นที่สนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนระยะยาวที่เน้นเงินปันผล ด้วยอัตราผลตอบแทน 2.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 และกลุ่มยา โดยมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งสนับสนุนการจ่ายปันผล แม้ว่าอัตราส่วนกำไรต่อปันผลจะดูสูง แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสเงินสด อัตราส่วนการจ่ายปันผลอยู่ที่ประมาณ 60% ซึ่งบ่งชี้ถึงความมั่นคง นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเข้าซื้อกิจการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มยาภูมิคุ้มกันวิทยาและมะเร็งวิทยา รวมถึงการขยายสู่กลุ่มความงามและระบบประสาท

13:16 น.
23 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ FBT vs VHT: ผลตอบแทน, ค่าธรรมเนียม, ความเสี่ยง

กองทุน ETF สุขภาพ FBT (First Trust NYSE Arca Biotechnology Index Fund) เน้นลงทุนในกลุ่มไบโอเทคโนโลยีโดยเฉพาะ มีผลตอบแทน 1 ปี สูงถึง 51.60% แต่มีค่าธรรมเนียม 0.55% และความผันผวนสูงกว่า VHT (Vanguard Health Care ETF) ซึ่งเป็นกองทุนที่กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ทั้งหมด มีค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.09% และมีผลตอบแทน 1 ปี ที่ 25.20% โดย VHT มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ใหญ่กว่าและมีหุ้นที่ถือครองมากกว่า 400 ตัว เทียบกับ FBT ที่มี 30 ตัว การลงทุนใน FBT เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในโมเมนตัมของไบโอเทคโนโลยีและรับความเสี่ยงได้สูง ส่วน VHT เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการการลงทุนที่มั่นคงและมีโอกาสรับเงินปันผล

21:10 น.
19 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie (ABBV) และ JNJ: หุ้น Dividend Kings จ่ายปันผลต่อเนื่อง 54-64 ปี

AbbVie (ABBV) และ Johnson & Johnson (JNJ) ถูกยกให้เป็นหุ้น Dividend Kings ที่น่าสนใจ โดยทั้งสองบริษัทมีประวัติการเพิ่มเงินปันผลอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 54 ปี (ABBV) และ 64 ปี (JNJ) AbbVie โดดเด่นด้วยกลุ่มยาภูมิคุ้มกันวิทยาและยาใหม่ที่น่าจับตา รวมถึงการเข้าซื้อ Apogee Therapeutics ส่วน Johnson & Johnson มีธุรกิจที่หลากหลายทั้งยาและอุปกรณ์การแพทย์ พร้อมการเปิดตัวอุปกรณ์ผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Ottava ทั้งสองบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าพอใจ (2.8% และ 2.1% ตามลำดับ) และมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

17:19 น.
13 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Realty Income, Coca-Cola, AbbVie: หุ้นปันผลเด่นสำหรับนักลงทุนระยะยาว

บทความแนะนำหุ้นปันผล 3 ตัวที่เหมาะกับการลงทุนระยะยาว ได้แก่ Realty Income (O) ซึ่งเป็น REIT ที่มีการกระจายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภทและจ่ายปันผลรายเดือนมาต่อเนื่องกว่า 56 ปี, Coca-Cola (KO) ผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำที่เพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ในทุกภูมิภาคและเพิ่มเงินปันผลมา 65 ปีติดต่อกัน, และ AbbVie (ABBV) บริษัทยาที่มียารายได้หลักอย่าง Skyrizi และ Rinvoq มาทดแทน Humira ได้ดี โดยทั้งสามบริษัทมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจ

22:07 น.
4 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

FDVV vs HDV: ETF ปันผลสูง สองสไตล์การลงทุน — เทคโนโลยี vs หุ้นคุณค่า

กองทุน ETF ที่เน้นจ่ายปันผลสูงสองกองทุนคือ iShares Core High Dividend ETF (HDV) และ Fidelity High Dividend ETF (FDVV) มีแนวทางการลงทุนที่แตกต่างกัน HDV เน้นหุ้นคุณค่าเชิงรับ (Defensive Value) ในกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อชีวิต (Consumer Defensives) และสุขภาพ (Healthcare) ด้วยค่าธรรมเนียมต่ำกว่า (0.08%) และความผันผวนต่ำกว่า (Beta 0.53) ส่วน FDVV เน้นหุ้นเติบโตในกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) ที่มีสัดส่วน 31% เช่น Nvidia, Apple, Microsoft เพื่อสร้างรายได้และส่วนเพิ่มของมูลค่าหุ้น (Capital Appreciation) แม้จะมีความผันผวนสูงกว่า (Beta 0.86) ทั้งสองกองทุนให้ผลตอบแทนเงินปันผลเท่ากันที่ 2.80% ณ วันที่ 2026-07-01

21:12 น.
4 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF ยา: PPH ค่าธรรมเนียมต่ำ ปันผลสูง vs PJP โตแรง

การเลือกระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ Invesco Pharmaceuticals ETF (PJP) ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน PPH มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า (0.36% vs 0.57%) และให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า (2.00% vs 0.90%) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้และต้องการการเติบโตระยะยาว โดยมี AUM สูงกว่าและสภาพคล่องดีกว่า 📈 ส่วน PJP ให้ผลตอบแทนราคาที่สูงกว่าใน 1 ปี (49.90% vs 27.10%) และเน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโฟกัสตลาดสหรัฐฯ และยอมจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า

21:12 น.
21 มิ.ย. 2569
ตลาด
เชิงบวก

XLV: 2 ปัจจัยชี้ขาดปี 2026 การกำหนดราคา LLY และนโยบายนำเข้ายา

กองทุน XLV (Health Care Select Sector SPDR ETF) เผชิญผลตอบแทนติดลบ 3% ปีนี้ แต่ฟื้นตัว 14% ในปีที่ผ่านมา โดยปี 2026 คาดว่านโยบายจะเอื้ออำนวยมากขึ้น ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่จะตัดสินทิศทางกองทุนคือ การกำหนดราคายาของ Eli Lilly (LLY) และนโยบายการนำเข้ายา 15% ของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่ม Pharma โดยตรง โดยเฉพาะ Merck (MRK) และ AbbVie (ABBV) 💊

18:17 น.
16 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie (ABBV) มีโอกาสแตะ $300 ในปี 2030 จากการเติบโตของ Skyrizi และ Rinvoq

AbbVie (ABBV) กำลังเผชิญกับความไม่สอดคล้องกันระหว่างผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการประเมินมูลค่าหุ้น โดยรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2026 เติบโต 12.4% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะกลุ่มยา Skyrizi และ Rinvoq ที่เติบโตกว่า 20% แม้จะมีค่าใช้จ่าย IPR&D จำนวน 744 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แต่บริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นทั้งปี ซึ่งบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก 📈 การเติบโตของยาใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดียังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันราคาหุ้นสู่เป้าหมาย 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030

20:02 น.
15 มิ.ย. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

หุ้นปันผลเติบโต vs. หุ้นปันผลสูง: กลยุทธ์ชนะใน 25 ปี

การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลเติบโต (Dividend Growth) ที่มีอัตราการจ่ายปันผลเริ่มต้นต่ำกว่า แต่มีการเติบโตต่อเนื่อง สามารถสร้างผลตอบแทนรวมและกระแสเงินสดที่สูงกว่าในระยะยาว เมื่อเทียบกับหุ้นที่เน้นปันผลสูงแต่ไม่มีการเติบโต ตัวอย่างเช่น หุ้นกลุ่ม Blue-chip อย่าง Johnson & Johnson (NYSE:JNJ), Procter & Gamble (NYSE:PG), Coca-Cola (NYSE:KO) และ Home Depot (NYSE:HD) มีประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ซึ่งช่วยรักษาอำนาจซื้อและเพิ่มพูนความมั่งคั่งได้ดีกว่าในระยะเวลา 25 ปีขึ้นไป 📈

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความวิเคราะห์ ABBV

ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องในขณะนี้