เกี่ยวกับบริษัท
Vinh Hoan Corp เป็นผู้ผลิตและส่งออกปลาสวาย (Pangasius) รายใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 โดยบริษัทดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรตั้งแต่การเพาะฟาร์ม การแปรรูป ไปจนถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพสูงไปยังตลาดสากล โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน ซึ่งบริษัทได้รับการยอมรับในด้านมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารระดับสากลและการจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ
โครงสร้างรายได้หลักของบริษัทมาจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ปลาแช่แข็ง (Frozen Fillets) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของรายได้รวม นอกจากนี้ บริษัทยังมีการกระจายฐานรายได้ไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (Value-added products) เช่น ปลาชุบแป้งทอด และกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสุขภาพอย่างคอลลาเจนและเจลาติน (Collagen & Gelatin) ที่สกัดจากหนังปลา รวมถึงธุรกิจผลพลอยได้จากการเกษตรและอาหารสัตว์ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
ความได้เปรียบทางการแข่งขันของ Vinh Hoan อยู่ที่การควบคุมต้นทุนและการผลิตผ่านระบบแนวดิ่ง (Vertical Integration) ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพได้ทุกขั้นตอน อีกทั้งบริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกไปยังสหรัฐฯ (0% anti-dumping duty) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญเพียงไม่กี่รายที่ได้รับสิทธิ์นี้ นอกจากนี้ แบรนด์ของบริษัทยังเป็นที่เชื่อมั่นในเรื่องความยั่งยืนและการรับรองมาตรฐาน ASC และ BAP ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงตลาดระดับพรีเมียมทั่วโลก
สินค้าและบริการ
อาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen Pangasius Fillets, เนื้อปลาแล่แช่แข็ง; Steaks, เนื้อปลาตัดชิ้น; Cubes, เนื้อปลาหั่นเต๋า); ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (Breaded Pangasius, ปลาชุบแป้งทอด; Marinated Fish, ปลาหมักซอส); ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม (Vinh Wellness Collagen, คอลลาเจนเปปไทด์; Gelatin, เจลาติน); ผลิตภัณฑ์พลอยได้และอาหารสัตว์ (Fishmeal, ปลาป่น; Fish oil, น้ำมันปลา)
โครงการในอนาคต
บริษัทมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตในส่วนของผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและธุรกิจคอลลาเจน/เจลาตินเพื่อเจาะตลาดความงามและสุขภาพที่มีการเติบโตสูง นอกจากนี้ยังมีแผนขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปผักและผลไม้ผ่านบริษัทย่อยอย่าง Van Duc Tien Giang เพื่อเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตสินค้าส่งออก และการปรับใช้เทคโนโลยีหมุนเวียนเพื่อลดของเสียจากการผลิตให้เป็นศูนย์ (Zero Waste) ผ่านการนำวัตถุดิบเหลือใช้มาแปรรูปเป็นพลังงานและอาหารสัตว์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว