StockNotify
หน้าแรกข่าวTrendingสัญญาณธีมบทความ
เริ่มใช้งานฟรี
StockNotifyStockNotify

© 2026 StockNotiFy สงวนลิขสิทธิ์.

Market Data Disclaimer

ผลิตภัณฑ์

แพ็กเกจสมาชิกรายชื่อหุ้น

แหล่งข้อมูล

วิธีใช้งานเรียนรู้การลงทุนFAQเกี่ยวกับเราติดต่อเรา

Follow Us

ข้อกำหนดการใช้งานนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายคุกกี้แผนผังเว็บไซต์
  1. หุ้น
  2. PG

The Procter & Gamble Company (PG) ราคาหุ้นวันนี้

PG•NYSE•
Consumer DefensiveHousehold & Personal Productsเว็บไซต์ →
ภาพรวมกราฟมูลค่าหุ้นงบการเงิน

รายได้รายไตรมาส

Revenue · Gross Profit · Net Income · EPS

รายได้รายปี

Revenue · Gross Profit · Net Income

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10 แหล่งข้อมูล
17:21 น.
28 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

McDonald's และ P&G เข้าข่าย Accidental High Yielders ตามกลยุทธ์ จิม เครเมอร์

จิม เครเมอร์ เสนอกลยุทธ์ Accidental High Yielders (AHY) โดยแนะนำให้ซื้อหุ้นปันผลคุณภาพสูงเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงแรงจากภาวะตลาดโดยรวม ทำให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงขึ้นเป็นสองเท่าจากระดับปกติ โดย McDonald's (MCD) และ Procter & Gamble (PG) เข้าข่ายนี้ แม้ว่า MCD จะราคาอ่อนตัวลง 10.34% YTD แต่ผลประกอบการยังดีกว่าคาด ขณะที่ PG มีการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องยาวนาน 70 ปี อย่างไรก็ตาม หุ้นอย่าง SCHD, Realty Income (O) และ Coca-Cola (KO) ได้ปรับตัวขึ้นมาแล้ว ทำให้โอกาส AHY ลดลง

13:20 น.
28 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

SCHD vs VIG: เปรียบเทียบ ETF ปันผล สร้างความมั่งคั่งใน 20 ปี

บทวิเคราะห์เปรียบเทียบ ETF กองทุนหุ้นปันผล 2 กอง คือ Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) และ Vanguard Dividend Appreciation ETF (VIG) โดย SCHD เน้นหุ้นที่มีงบดุลแข็งแกร่งและปันผลสูง พร้อมพิจารณาการเติบโตของปันผล ขณะที่ VIG เน้นหุ้นที่มีประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี และให้น้ำหนักตามมูลค่าตลาด ซึ่งส่งผลให้ VIG มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าในระยะยาว แม้ SCHD จะเป็น ETF ปันผลที่ดีกว่าโดยรวมก็ตาม 📊

18:21 น.
27 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Procter & Gamble (PG): หุ้น Dividend King จ่ายปันผล 71 ปี ก่อนรายงานผลประกอบการ

Procter & Gamble (PG) เป็นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนระยะยาว บริษัทมีประวัติการเพิ่มเงินปันผลอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 71 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติที่ยาวนานที่สุดในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ หุ้น PG ยังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 2.2% ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอัตราเลขหลักเดียวสูงในช่วงหลายปีข้างหน้า การที่หุ้น PG มีความผันผวนต่ำกว่าตลาดโดยรวม ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนที่อาจมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูงเกินไป

16:09 น.
26 ก.ค. 2569
ผลประกอบการ
เชิงลบ

Procter & Gamble (PG) คาดกำไรปี 2026 ปลายช่วงคาดการณ์ จับตาแนวโน้มปี 2027

Procter & Gamble (PG) เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ท้าทาย ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์และภาษีสูงขึ้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะรักษาเป้าหมายรายได้ทั้งปีไว้ได้ แต่คาดว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ปีงบ 2026 จะอยู่ในช่วงปลายของกรอบคาดการณ์ 📉 ราคาหุ้น PG ปรับตัวลง 7% ในปีที่ผ่านมา สวนทางกับ S&P 500 ที่ปรับขึ้น 16% นักลงทุนกังวลว่าผู้บริโภคที่รัดเข็มขัดอาจหันไปหาผลิตภัณฑ์ราคาถูกลง อย่างไรก็ตาม PG ยังคงเป็น 'Dividend King' ที่จ่ายปันผลต่อเนื่องเกือบ 70 ปี โดยมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.9% ซึ่งใกล้เคียงระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

23:00 น.
24 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

ลงทุนรับเงินปันผลเทียบเท่า Social Security: ต้องการ 1.74 ล้าน USD (3.5% yield) หรือ 6.1 แสน USD (10% yield)

การสร้างรายได้จากเงินปันผลให้เทียบเท่าสวัสดิการ Social Security สูงสุดที่ $61,000 ต่อปีในปี 2026 นั้น ต้องการเงินลงทุนที่แตกต่างกันไปตามอัตราผลตอบแทน (yield) โดยที่ 3.5% ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.74 ล้าน USD, ที่ 6% ใช้ประมาณ 1.02 ล้าน USD และที่ 10% ใช้ประมาณ 610,000 USD 📈 การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมความเสี่ยงที่เงินต้นอาจลดลง ในขณะที่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าแต่มีการเติบโตของเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง เช่น Johnson & Johnson (JNJ), Procter & Gamble (PG), และ Coca-Cola (KO) อาจให้ผลตอบแทนรวมที่ดีกว่าในระยะยาว

22:11 น.
19 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ FSTA vs XLP ETF: ผลตอบแทน, ปันผล, และความหลากหลาย

FSTA และ XLP เป็น ETF ที่ลงทุนในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีค่าธรรมเนียมเท่ากันที่ 0.08% โดย XLP มีผลตอบแทน 1 ปีที่ 8.25% และ Dividend Yield 2.64% สูงกว่า FSTA เล็กน้อย 📈 อย่างไรก็ตาม FSTA มีจำนวนหุ้นที่ถือครองมากกว่าถึง 98 ตัว เทียบกับ 34 ตัวของ XLP ทำให้มีความหลากหลายมากกว่า แม้ว่าหุ้น 3 อันดับแรก (Walmart, Costco, Procter & Gamble) จะมีสัดส่วนในพอร์ต FSTA สูงกว่าก็ตาม ทั้งสอง ETF มีความผันผวนใกล้เคียงกัน โดยมี Beta 5 ปีที่ 0.54 และ 0.53 ตามลำดับ

12:02 น.
19 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

ลงทุนปันผลเติบโต: JNJ, LOW, MSFT ให้ผลตอบแทนสูงกว่าปันผลสูง

การลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น Johnson & Johnson (JNJ), Procter & Gamble (PG), Coca-Cola (KO), Lowe's (LOW) และ Microsoft (MSFT) สามารถสร้างผลตอบแทนรวมทั้งเงินปันผลและส่วนต่างราคาที่สูงกว่าการลงทุนในกองทุนปันผลสูงแต่ไม่เติบโตในระยะยาว 📈 แม้ว่าหุ้นบางตัวอาจมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเริ่มต้นต่ำ แต่การเติบโตของเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มรายได้และรักษาอำนาจซื้อเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อได้ดีกว่า 💡 การวางแผนเกษียณควรพิจารณาถึงการเติบโตของรายได้จากเงินปันผลในอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่รายได้เริ่มต้น

13:02 น.
18 ก.ค. 2569
ผลประกอบการ
เชิงบวก

KO, JNJ, PG งบ Q1 ดีเกินคาด จ่ายปันผลต่อเนื่องยาวนาน

Coca-Cola (KO), Johnson & Johnson (JNJ) และ Procter & Gamble (PG) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 แข็งแกร่ง โดยทุกบริษัทรายงานผลกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าคาดการณ์ และประกาศเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องเป็นปีที่ 63, 64 และ 70 ตามลำดับ นอกจากนี้ ทั้งสามบริษัทยังมีประวัติการจ่ายปันผลที่ยาวนานผ่านวิกฤตเศรษฐกิจต่างๆ มาแล้วหลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความทนทานของธุรกิจในสภาวะตลาดที่ผันผวน 📈

12:02 น.
17 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

การลงทุนเน้นปันผลเติบโต: จาก $27,000 สู่ $66,000 ใน 12 ปี โดยไม่ต้องเพิ่มเงิน

การลงทุนในหุ้นที่จ่ายปันผลเติบโตอย่างต่อเนื่องสามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว โดยตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าพอร์ตการลงทุนมูลค่า 27,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีอัตราการเติบโตปันผล 8% ต่อปี สามารถเพิ่มรายได้เป็น 66,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ภายในเวลาไม่ถึง 12 ปี โดยไม่ต้องมีการลงทุนเพิ่ม 💰 การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง (8-14%) อาจดูน่าสนใจในระยะสั้น แต่มีความเสี่ยงต่อการลดลงของเงินต้นและปันผลในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ในขณะที่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า (3-4%) แต่มีการเติบโตของปันผลที่สม่ำเสมอจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว 📊 การพิจารณาผลตอบแทนรวม (Total Return) และภาระภาษีเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกลงทุน

17:01 น.
11 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

JNJ, LOW, PG, KO, MSFT, TXN: กลยุทธ์ปันผลเติบโตระยะยาว

บทความเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเติบโตของเงินปันผลในระยะยาว โดยยกตัวอย่างหุ้นอย่าง Johnson & Johnson (JNJ) ที่เพิ่มปันผลมา 64 ปี และ Lowe's (LOW) ที่เติบโตปันผลเฉลี่ย 15% ต่อปีตั้งแต่ปี 2020 ชี้ให้เห็นว่าพอร์ตที่เน้นการเติบโตของเงินปันผลที่ 3.5% และเติบโต 7% ต่อปี สามารถสร้างรายได้ในอนาคตได้มากกว่าพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนสูงคงที่ 10% อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความวิเคราะห์ PG

ยังไม่มีบทความที่เกี่ยวข้องในขณะนี้