เกี่ยวกับบริษัท
Mobile World Investment Corporation หรือ MWG คือผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมค้าปลีกของประเทศเวียดนาม โดยเริ่มต้นรากฐานจากการเป็นร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือขนาดเล็กจนก้าวขึ้นมาเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต บริษัทดำเนินธุรกิจผ่านแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลอย่าง The Gioi Di Dong ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีอย่างล้นหลาม รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการค้าปลีกในเวียดนามผ่านการบริการลูกค้าที่เป็นเลิศและการเข้าถึงสาขาที่สะดวกสบายในทุกชุมชน
โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความหลากหลายและแข็งแกร่ง โดยมีรายได้หลักมาจากสามเสาหลักคือ การจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือ (The Gioi Di Dong) การจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Dien May Xanh) ซึ่งเป็นตัวสร้างกระแสเงินสดหลัก และธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต (Bach Hoa Xanh) ที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังมีรายได้เสริมจากการขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจร้านขายยา สินค้าแม่และเด็ก และการลงทุนในตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว
ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญคือเครือข่ายโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งสามารถกระจายสินค้าไปยังสาขานับพันแห่งได้รวดเร็วและแม่นยำ MWG ยังมีอำนาจในการต่อรองกับซัพพลายเออร์ระดับโลกเนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อที่สูง รวมถึงการใช้กลยุทธ์ Omnichannel ที่เชื่อมโยงประสบการณ์การซื้อออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปราการทางธุรกิจที่สำคัญซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดและสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงแม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
สินค้าและบริการ
กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอที (The Gioi Di Dong, ร้านจำหน่ายสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์); กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า (Dien May Xanh, ร้านจำหน่ายทีวี ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า); กลุ่มธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและอาหารสด (Bach Hoa Xanh, ซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าอุปโภคบริโภค); กลุ่มธุรกิจร้านขายยา (An Khang, ยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร); กลุ่มธุรกิจสินค้าแม่และเด็ก (Avakids, นมและของใช้สำหรับเด็ก); กลุ่มธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศ (EraBlue, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในอินโดนีเซีย)
โครงการในอนาคต
แผนการเติบโตในอนาคตมุ่งเน้นการผลักดันธุรกิจ Bach Hoa Xanh ให้ก้าวสู่การสร้างกำไรที่ยั่งยืนผ่านการยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานอาหารสด
นอกจากนี้บริษัทยังรุกขยายสาขา EraBlue ในประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงเพื่อส่งออกโมเดลค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเร่งการทำ Digital Transformation เพื่อผสานระบบออนไลน์และหน้าร้านเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ