เกี่ยวกับบริษัทMiniso Group Holding Limited เป็นผู้ค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอสินค้าที่เน้นการออกแบบที่ทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ ภายใต้สโลแกน Life is for fun บริษัทมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกสนานผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ของใช้ในบ้าน เครื่องสำอาง ไปจนถึงของเล่นสะสม โดยมีเครือข่ายร้านค้าครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการสินค้าคุณภาพดีและมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์
รายได้หลักของบริษัทมาจากการขายสินค้าผ่านเครือข่ายร้านค้าปลีก ทั้งในรูปแบบที่บริษัทดำเนินการเองและผ่านระบบพาร์ทเนอร์ (Miniso Retail Partner) ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าบริหารจัดการร้าน นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากกลุ่มสินค้าลิขสิทธิ์ (IP-branded products) และแบรนด์ลูกอย่าง TOP TOY ที่เจาะกลุ่มตลาดของเล่นศิลปะ (Art Toys) และของเล่นสะสม ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในตลาดสากล
ความได้เปรียบทางการแข่งขันของ Miniso อยู่ที่ระบบห่วงโซ่อุปทานที่ทรงประสิทธิภาพในประเทศจีน ทำให้สามารถพัฒนาและหมุนเวียนสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วตามกลยุทธ์ 7-1-1 (ออกสินค้าใหม่ 100 รายการ ทุก 7 วัน จากคลังไอเดียกว่า 10,000 รายการ) อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งในการร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์ระดับโลก เช่น Disney, Sanrio และ Marvel ซึ่งช่วยสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าแบรนด์ธรรมดาให้กลายเป็นสินค้าที่น่าสะสม
สินค้าและบริการสินค้าตกแต่งบ้านและของใช้ทั่วไป (Household Goods, เครื่องหอมและของใช้ในบ้าน); ของเล่นและสินค้าลิขสิทธิ์ (IP Products, สินค้าคอลเลกชัน Disney และ Sanrio); สินค้าเพื่อความงามและของใช้ส่วนตัว (Health & Beauty, เครื่องสำอางและสกินแคร์); อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Digital & Electronics, หูฟังและอุปกรณ์เสริม); ของเล่นสะสมและอาร์ตทอย (TOP TOY, ร้านขายของเล่นสะสมและฟิกเกอร์)
โครงการในอนาคตMiniso วางแผนขยายอาณาจักรผ่านกลยุทธ์ร้านค้าขนาดใหญ่หรือ Super Stores ในทำเลทองของเมืองสำคัญทั่วโลกเพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในอเมริกาเหนือและยุโรป นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการปั้นแบรนด์ TOP TOY ให้เป็นเครื่องยนต์การเติบโตตัวที่สองเพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาด Pop Culture และของเล่นสะสมระดับโลก ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสต็อกสินค้าและการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่