เกี่ยวกับบริษัทCVS Health Corporation เป็นบริษัทผู้นำด้านสุขภาพครบวงจรในสหรัฐอเมริกา โดยมีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านบริษัทย่อยที่มีชื่อเสียงอย่าง CVS Pharmacy, Aetna และ CVS Caremark ธุรกิจหลักแบ่งออกเป็นสามส่วนสำคัญ คือ การประกันสุขภาพ การบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านยา (PBM) และการค้าปลีกยารวมถึงบริการสุขภาพเบื้องต้น ซึ่งทำให้บริษัทกลายเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ของผู้บริโภคหลายล้านคนในแต่ละวัน
โครงสร้างรายได้ของบริษัทมีความหลากหลายและมั่นคง โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากเบี้ยประกันภัยผ่านธุรกิจ Aetna ที่ให้บริการแผนประกันสุขภาพแก่กลุ่มบุคคลและองค์กร ตามมาด้วยรายได้จากส่วนงาน Pharmacy Services หรือการบริหารจัดการคลังยาและสิทธิประโยชน์ให้แก่แผนประกันสุขภาพอื่นๆ และรายได้จากการขายยาตามใบสั่งแพทย์รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าปลีก CVS Pharmacy นอกจากนี้ยังมีการขยายรายได้ผ่านบริการคลินิกสุขภาพ MinuteClinic ที่ให้บริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้น
ความได้เปรียบทางการแข่งขันของ CVS อยู่ที่โมเดลธุรกิจแบบบูรณาการแนวดิ่ง (Vertical Integration) ซึ่งหาคู่แข่งเทียบได้ยาก เนื่องจากการเป็นทั้งผู้จ่ายเงิน (Insurer), ผู้บริหารจัดการยา (PBM) และผู้ให้บริการ (Provider/Pharmacy) ช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมผู้ป่วยได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังมีเครือข่ายร้านยากว่า 9,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เข้าถึงชุมชนได้ง่าย สร้างความสะดวกสบายและรักษาฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น
สินค้าและบริการบริการประกันสุขภาพ (Aetna, ประกันสุขภาพและแผน Medicare); การบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ด้านยา (CVS Caremark, การบริหารเครือข่ายร้านยาและจัดหายา); ร้านขายยาปลีกและบริการสุขภาพในชุมชน (CVS Pharmacy, ร้านขายยาและสินค้าทั่วไป); บริการทางการแพทย์เบื้องต้น (MinuteClinic, คลินิกในร้านยาสำหรับการรักษาโรคทั่วไป); การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ (Oak Street Health, ศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิสำหรับผู้สูงอายุ); การดูแลสุขภาพที่บ้าน (Signify Health, บริการประเมินและดูแลสุขภาพที่บ้าน)
โครงการในอนาคตทิศทางการเติบโตในอนาคตของ CVS มุ่งเน้นไปที่การขยายระบบนิเวศการดูแลสุขภาพตามผลลัพธ์การรักษา (Value-Based Care) โดยการนำบริษัทที่ซื้อกิจการมาอย่าง Oak Street Health และ Signify Health เข้ามาบูรณาการกับเครือข่ายเดิมอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานยา และการปรับปรุงแอปพลิเคชันเพื่อให้บริการดูแลสุขภาพทางไกล (Telehealth) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว