Magnificent 7 มูลค่าตลาดหาย 7.97 แสนล้าน USD จากแผนลงทุน AI
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- กลุ่มหุ้น Magnificent 7 มูลค่าตลาดรวมหาย 7.97 แสนล้าน USD ในวันเดียว — สะท้อนความกังวลนักลงทุนต่อการลงทุน AI และแผนการใช้จ่ายหนักของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
- AMD เปิดตัวระบบ AI Helios แข่งขัน Nvidia โดยอ้างว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่าและราคาดีกว่า — ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด AI data center ที่คาดการณ์มูลค่า 2 ล้านล้าน USD
- Meta ถอนตัวจาก RE100 หลังเร่งสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ — สร้างคำถามเกี่ยวกับความมุ่งมั่นด้านพลังงานสะอาดของบริษัทท่ามกลางความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูล AI
- Tesla รายได้ Q2 ทำสถิติใหม่ 28.2 พันล้าน USD แต่กำไรพลาดเป้า — สะท้อนแรงกดดันด้านอัตรากำไรจากการแข่งขันและต้นทุนการลงทุน AI ที่เพิ่มขึ้น
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี พุ่ง 5.06% สูงสุดรอบ 18 ปี — เพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและส่งผลกระทบต่อความต้องการอสังหาริมทรัพย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
National Vision: ยอดขายแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban พุ่งแรง
National Vision (EYE) รายงานว่าแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ของ Ray-Ban จาก Meta Platforms (META) เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของบริษัท CEO Alex Wilkes ชี้ว่าเทคโนโลยีสวมใส่ได้รุ่นใหม่นี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคระดับพรีเมียม ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการซื้อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป 📈
หุ้น Magnificent 7 มูลค่าตลาดหาย 7.97 แสนล้าน USD ในวันเดียว
กลุ่มหุ้น 'Magnificent 7' ซึ่งรวมถึง Microsoft, Amazon, Apple, Alphabet, Nvidia, Tesla และ Meta มูลค่าตลาดรวมหายไป 7.97 แสนล้าน USD ในวันเดียว โดย Alphabet และ Tesla เป็นผู้นำการปรับฐานหลังรายงานผลประกอบการ 📉 นักลงทุนกังวลกับการลงทุนเพิ่มในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของ Alphabet และแผนการใช้จ่ายหนักของ Tesla ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำปรับตัวขึ้น
Meta ถอนตัวจาก RE100 หลังเร่งสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ
Meta ได้ถอนตัวออกจาก RE100 ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มด้านพลังงานหมุนเวียนขององค์กร หลังจากที่บริษัทได้เร่งลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างน้อย 12 แห่งในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูล AI 🏭 แม้ Meta จะยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นที่จะใช้พลังงานสะอาด 100% แต่การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความหมายของ 'พลังงานสะอาด' ของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งอย่าง Apple, Google และ Microsoft ยังคงเป็นสมาชิกของ RE100
AMD เปิดตัวระบบ AI Helios แข่ง Nvidia ชูประสิทธิภาพและราคา
AMD เปิดตัวระบบ AI Helios สำหรับศูนย์ข้อมูล ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับระบบของ Nvidia โดย AMD อ้างว่า Helios มีประสิทธิภาพเหนือกว่าทั้งด้านการประมวลผล หน่วยความจำ และราคาเมื่อเทียบกับระบบของ Nvidia ที่กำลังจะเปิดตัว 🚀 นักลงทุนจะจับตาดูผลประกอบการไตรมาส 2 ของ AMD ในวันที่ 23 กรกฎาคม และการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ เช่น Microsoft, OpenAI และ Anthropic เพื่อประเมินศักยภาพในการแย่งส่วนแบ่งตลาด AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว 📈
Micron ได้รับคำชมจาก Elon Musk เรื่องชิปหน่วยความจำ — หุ้น MU บวก 3.1%
Micron (NASDAQ: MU) ได้รับแรงหนุนจากคำกล่าวของ Elon Musk ในการประชุมผลประกอบการ Tesla ที่ขอบคุณ Micron สำหรับการจัดสรรชิปหน่วยความจำ "จำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ" ในราคาที่ "สมเหตุสมผล" ท่ามกลางภาวะราคาชิปที่ "บ้าคลั่ง" คำกล่าวนี้บ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ด้านอุปทานเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Tesla กำลังลงทุนอย่างหนักในด้าน AI, หุ่นยนต์ Optimus และ Robotaxi ซึ่งล้วนต้องการชิปหน่วยความจำจำนวนมาก 🤖
AMD เปิดตัวระบบ Helios แข่งขัน Nvidia ในตลาด AI
AMD เปิดตัวระบบ Helios ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบ rackscale ที่ใช้ GPU MI455X และ CPU Epyc โดยมีเป้าหมายเพื่อแข่งขันโดยตรงกับระบบของ Nvidia ระบบ Helios ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่า 15% และมีหน่วยความจำมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง พร้อมทั้งเสนอราคาต่อโทเค็นที่ดีกว่า 30% นอกจากนี้ AMD ยังได้ร่วมมือกับ Cerebras เพื่อเพิ่มความเร็วในการอนุมาน (inferencing) 🚀 โดยคาดว่าตลาด AI data center จะมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้าน USD ในปี 2030
AMD ประกาศ AI เซิร์ฟเวอร์ Helios พร้อมผลิตและจัดส่ง Q3 นี้ ความต้องการสูง
AMD ประกาศว่า AI เซิร์ฟเวอร์รุ่นที่สอง Helios ซึ่งใช้ชิป MI455X และ Venice พร้อมเข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบและจะเริ่มจัดส่งในปลายไตรมาส 3 นี้ โดย CEO Lisa Su ระบุว่ามีความต้องการจากลูกค้าสูงมาก โดยเฉพาะจาก OpenAI ที่วางแผนจะนำไปใช้กับ ChatGPT นอกจากนี้ AMD ยังคาดการณ์ว่าตลาด AI ชิปจะมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้าน USD ภายในปี 2030 📈
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก! Big Tech ถูกเทขาย, น้ำมันทะลุ $100, Tesla-Alphabet เผยแผนลงทุน AI
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่ร่วงกว่า 2% จากแรงเทขายหุ้นกลุ่ม Big Tech อย่าง Alphabet และ Tesla หลังประกาศแผนการลงทุนด้าน AI และ Capex ในปี 2026 ที่สูงกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน AI ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 USD ต่อบาร์เรล จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและกดดันการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed 📈
Tesla รายได้ Q2 ทำสถิติใหม่ $28.2B แต่กำไรพลาดเป้า นักลงทุนจับตาแรงกดดัน Margin
Tesla รายงานรายได้ไตรมาส 2/2026 ที่ 28.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 33 เซนต์ ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 55 เซนต์ สะท้อนแรงกดดันด้านอัตรากำไร (margin) ที่ลดลงเหลือ 16.8% (ex-credits) จากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐาน แม้ว่าการส่งมอบรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 25% เป็น 480,126 คัน แต่รายได้จากธุรกิจพลังงานและการจัดเก็บยังคงเติบโตแข็งแกร่ง 40% 🔋
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 30 ปี พุ่ง 5.06% สูงสุดรอบ 18 ปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว โดยเฉพาะอายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปิดที่ 5.06% ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตปี 2008 แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงและอัตราดอกเบี้ยจะลดลง แต่ตลาดพันธบัตร โดยเฉพาะอายุ 2 ปี ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยระยะสั้นของ Fed กลับปรับตัวขึ้นสวนทางกับที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืม เช่น อัตราดอกเบี้ยจำนองบ้านระยะยาว 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะ 6.55% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่สิงหาคม 2025 และเริ่มส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ 🏠