เวียดนามต้องการทุน 120-150 พันล้าน USD/ปี-VN-Index ร่วง 4 สัปดาห์-ต่างชาติขายสุทธิ
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- เวียดนามต้องการเงินทุน 120-150 พันล้าน USD ต่อปี เพื่อรักษาระดับการเติบโต GDP ที่ 10% ในช่วงปี 2026-2030 — ตลาดทุนพึ่งพาสินเชื่อธนาคารสูงถึง 82.8% และตลาดหุ้นเพียง 4.1% ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการระดมทุนผ่านตลาดทุน
- VN-Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ โดยสัปดาห์ล่าสุดปิดที่ 1,705.91 จุด — แรงกดดันส่วนใหญ่มาจากหุ้นขนาดใหญ่ เช่น VIC และ VHM สะท้อนความผันผวนของตลาด
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ เป็นจำนวน 850 พันล้านดองในวันที่ 19 ต.ค. และ 3,141 พันล้านดองในช่วง 4 สัปดาห์ — บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุนต่างชาติในตลาด
- หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เวียดนามปรับตัวลงกว่า 24% YTD — เกิดจากกำไรระยะสั้นที่อ่อนแอ สภาพคล่องลดลง และการแข่งขันสูง ส่งผลให้ประมาณ 80% เข้าสู่ภาวะ 'ตลาดหมี'
- การบังคับใช้กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขาย ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2026 คาดว่าจะช่วยดึงดูดเงินทุนต่างชาติในระยะยาว — เป็นปัจจัยบวกต่อการพัฒนาตลาดในอนาคต
- Maybank คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเวียดนามอาจผ่านจุดสูงสุดแล้ว และอาจลดลง 1.5-2% สำหรับภาคการผลิตและกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย — เป็นสัญญาณบวกต่อต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เวียดนามต้องการเงินทุน 120-150 พันล้าน USD/ปี สู่เป้าหมายปี 2045
Dragon Capital ประเมินว่าเวียดนามต้องการเงินทุน 120-150 พันล้าน USD ต่อปี เพื่อรักษาระดับการเติบโต GDP ที่ 10% ในช่วงปี 2026-2030 ปัจจุบันตลาดทุนยังคงพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคารสูงถึง 82.8% ขณะที่ตลาดหุ้นมีสัดส่วนเพียง 4.1% ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามได้รับการยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง ซึ่งเปิดโอกาสในการดึงดูดเงินทุน แต่การรักษาความน่าสนใจนั้นขึ้นอยู่กับการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานของตลาดและบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและฐานนักลงทุนให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น 🇻🇳
ตลาดหุ้นเวียดนามปิดลบ 16 จุด ต่างชาติขายสุทธิ 850 พันล้านดอง
ตลาดหุ้นเวียดนามปิดลบในวันที่ 19 ตุลาคม โดย VN-Index ลดลง 16 จุด มาอยู่ที่ 1,690 จุด มูลค่าการซื้อขายบน HoSE อยู่ที่ 11,400 พันล้านดอง นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งตลาด เป็นจำนวน 850 พันล้านดอง โดยในกระดาน HoSE มีการขายสุทธิ 800 พันล้านดอง หุ้นที่ถูกขายมากที่สุดคือ VCB, VHM, และ ACB
TNH เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพ 220 พันล้านดอง ปรับโครงสร้างหนี้
โรงพยาบาล TNH (TNH) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 220 พันล้านดอง (VND) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ 2 รายการกับ MB หุ้นกู้มีอายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี และสามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ในราคา 10,000 ดองต่อหุ้น นอกจากนี้ บริษัทยังเสนอเปลี่ยนจำนวนผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทจาก 2 คน เหลือ 1 คน คือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ
VN-Index ร่วง 4 สัปดาห์ สภาพคล่องต่ำ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,141 พันล้านดอง
ดัชนี VN-Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 โดยสัปดาห์ล่าสุดปิดที่ 1,705.91 จุด แรงกดดันส่วนใหญ่มาจากหุ้นขนาดใหญ่ เช่น VIC และ VHM ขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็ก รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนสาธารณะและอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวได้ดี 📉 สภาพคล่องในตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของ GDP และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ผลประกอบการไตรมาส 3 ที่เริ่มทยอยประกาศออกมายังคงมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม
เวียดนาม: กฎใหม่โครงสร้างพื้นฐานการซื้อขาย 16 พ.ย. 2026 คาดดึงดูดเงินทุนต่างชาติ
ตลาดหุ้นเวียดนามเผชิญความท้าทายด้านสภาพคล่องและกระแสเงินทุนไหลออก แม้เศรษฐกิจฟื้นตัวและได้รับการปรับอันดับ แต่การออกหุ้นใหม่และดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกดดันตลาด อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขาย ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2026 คาดว่าจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและดึงดูดเงินทุนต่างชาติในระยะยาว 💰
Maybank: เวียดนามมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยเงินกู้ 1.5-2% หนุนภาคธุรกิจ
Maybank คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเวียดนามอาจผ่านจุดสูงสุดแล้ว หลังรัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มีมติร่วมกันในการลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ลง 1.5-2% สำหรับภาคการผลิตและกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 📉 อย่างไรก็ตาม การลดดอกเบี้ยอย่างยั่งยืนและครอบคลุมทั่วทั้งระบบยังคงขึ้นอยู่กับการปรับปรุงอุปทานเงินทุนและลดต้นทุนเงินทุนของทั้งระบบ Maybank ยังแนะนำว่าการยกระดับอันดับความน่าเชื่อถือของเวียดนามสู่ระดับ Investment Grade จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมจากต่างประเทศได้ 1.5-2.5%
VN-Index ร่วง 4 สัปดาห์ MBS ชี้สัญญาณกลับตัว โอกาสอยู่ที่หุ้นรายตัว
ตลาดหุ้นเวียดนามเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาล, อัตราดอกเบี้ย และสภาพคล่องที่อ่อนแอ ทำให้ VN-Index ปรับตัวลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ แม้การประกาศผลประกอบการ Q3/2026 จะเป็นโอกาสรายหุ้น แต่คาดว่าจะไม่สามารถผลักดันตลาดโดยรวมได้ MBS เน้นย้ำความสำคัญของการรักษามาตรฐานหลังการถูกยกระดับตลาด และแนะนำให้นักลงทุนเน้นวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัท โดยเฉพาะหุ้นที่มีการเติบโตของกำไรหลักที่แข็งแกร่ง
VN-Index และ HNX-Index แกว่งตัว - สัญญาณทางเทคนิคชี้ความเสี่ยงระยะสั้น
ดัชนี VN-Index และ HNX-Index ในช่วงเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะผันผวน โดยมีปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความไม่แน่นอนของนักลงทุน VN-Index กำลังทดสอบแนวรับเดิมของเดือนสิงหาคม 2026 ที่ระดับ 1,715-1,735 จุด ขณะที่ HNX-Index เกิดแท่งเทียนรูป High Wave Candle พร้อมปริมาณการซื้อขายที่คาดว่าจะสูงกว่าค่าเฉลี่ย สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงลบในระยะสั้นสำหรับ VN-Index เนื่องจากยังคงเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับแถบ Bollinger Bands ด้านล่าง และ MACD อ่อนแอลง สำหรับ HNX-Index การเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นกลาง Bollinger Bands และ Stochastic Oscillator ที่ตัดลงส่งสัญญาณความเสี่ยงที่อาจเพิ่มขึ้น
หุ้นกลุ่มโบรกเกอร์เวียดนามร่วงกว่า 24% YTD — สภาพคล่องลด-กำไรอ่อนแอ
หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เวียดนามเผชิญแรงกดดัน โดยดัชนีกลุ่มนี้ปรับตัวลงกว่า 24% ตั้งแต่ต้นปี 2026 แม้จะมีความคาดหวังจากการถูกยกระดับตลาดและพัฒนาการของตลาดทุนก็ตาม ปัจจัยหลักมาจากแนวโน้มกำไรระยะสั้นที่อ่อนแอ สภาพคล่องที่ลดลง และการแข่งขันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประมาณ 80% ของหุ้นกลุ่มนี้เข้าสู่ภาวะ 'ตลาดหมี' อย่างไรก็ตาม การยกระดับตลาดคาดว่าจะเปิดโอกาสการเติบโตในระยะยาวผ่านบริการที่หลากหลาย
ตลาดหุ้นเวียดนาม 19/10: VN-Index บวก 0.12% สภาพคล่องสูง กลุ่มพลังงานหนุน
ตลาดหุ้นเวียดนามช่วงเช้าวันที่ 19 ต.ค. มีความผันผวน โดยดัชนี VN-Index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 2.12 จุด มาอยู่ที่ 1,708.03 จุด ขณะที่สภาพคล่องการซื้อขายปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มพลังงานเป็นแรงหนุนหลักจากการเข้าซื้อหุ้นหลายตัว ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเผชิญแรงขาย โดยเฉพาะหุ้น FPT และ ELC นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ แต่มีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์บางตัว