เกี่ยวกับบริษัท
Vinhomes Joint Stock Company เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยรายใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยเป็นบริษัทในเครือของ Vingroup ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม ธุรกิจหลักของบริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาและบริหารจัดการโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมและครบวงจร โดยครอบคลุมทั้งโครงการคอนโดมิเนียมหรู บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ภายใต้แบรนด์ที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพการก่อสร้างและการจัดการพื้นที่ส่วนกลางที่โดดเด่น
โมเดลรายได้หลักของ Vinhomes มาจากการขายหน่วยอสังหาริมทรัพย์ในโครงการขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "Integrated Mega Urban Complexes" ซึ่งเป็นการสร้างเมืองย่อมๆ ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ยังมีรายได้เสริมจากการให้บริการจัดการนิติบุคคล การให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในโครงการ และการให้บริการหลังการขายแก่ผู้พักอาศัย ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอนอกเหนือจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคาร
ความได้เปรียบทางการแข่งขันของบริษัทอยู่ที่การครอบคลุมที่ดิน (Land Bank) จำนวนมหาศาลในทำเลทองทั่วเวียดนาม ทั้งในฮานอย โฮจิมินห์ซิตี้ และหัวเมืองรองอื่นๆ ประกอบกับการมีระบบนิเวศของ Vingroup สนับสนุน (เช่น ห้างสรรพสินค้า Vincom, โรงเรียน Vinschool และโรงพยาบาล Vinmec) ทำให้โครงการของ Vinhomes มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าคู่แข่งในตลาด และสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งสูงสุดในเซกเมนต์ที่พักอาศัยระดับกลางถึงบนได้อย่างเหนียวแน่น
สินค้าและบริการ
โครงการที่พักอาศัยแนวสูง (Condominiums, คอนโดมิเนียมและอพาร์ตเมนต์); โครงการที่พักอาศัยแนวราบ (Villas and Townhouses, วิลล่าหรูและทาวน์โฮม); บริการจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Property Management Services, การดูแลนิติบุคคลและส่วนกลาง); การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (Leasing of Office and Retail spaces, พื้นที่สำนักงานและร้านค้าในโครงการ)
โครงการในอนาคต
แผนการเติบโตมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงการ Happy Home ซึ่งเป็นที่พักอาศัยราคาประหยัด (Social Housing) เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่มีความต้องการสูงในเวียดนาม พร้อมทั้งเดินหน้าขยายโครงการระดับ "Mega City" ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ และการนำเทคโนโลยี Smart City มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการเดิม
นอกจากนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจสู่อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนาม