ตลาดหุ้นเวียดนามฟื้นตัวแรง ดัชนี VN-Index บวก 2.76% รับแรงซื้อต่างชาติและข่าวลดดอกเบี้ย
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- ตลาดหุ้นเวียดนามฟื้นตัวแรง ดัชนี VN-Index ปรับขึ้น 2.76% — สะท้อนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นหลังการลดดอกเบี้ยและแรงซื้อต่างชาติกลับมา
- นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 160-193 พันล้านดอง สิ้นสุดช่วงขายต่อเนื่อง 21 วัน — บ่งชี้การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินทุนในตลาด
- หุ้นกลุ่ม Vingroup (VIC, VHM, VRE) ปรับขึ้นโดดเด่น โดยบางตัวปิดที่ราคาซิลลิ่ง — ส่งผลกระทบต่อดัชนีหลักอย่างมีนัยสำคัญ
- PNJ ตั้งสำรองหนี้สิน 7.07 พันล้านดองจากการรับซื้อคืนสินค้า อาจส่งผลขาดทุน 6.27 พันล้านดองในปี 2026 — สะท้อนความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท
- MSR โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกโต 270% พร้อมประกาศจ่ายปันผล 2,210 ล้านบาท — แสดงถึงการฟื้นตัวและผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น
- VPS และ SHS รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกและไตรมาส 3 ปี 2026 เติบโต โดยเฉพาะธุรกิจ Margin Lending และรายได้ลงทุน — สะท้อนการบริหารจัดการที่ดีท่ามกลางสภาพคล่องตลาดที่ลดลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตลาดหุ้นเวียดนามพุ่ง 46.7 จุด รับข่าวลดดอกเบี้ย - หุ้น Vingroup นำ
ตลาดหุ้นเวียดนามฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในวันที่ 21 ตุลาคม โดย VN-Index ปรับขึ้น 46.7 จุด (2.76%) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นที่มากที่สุดในรอบกว่าครึ่งปี แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Vingroup (VIC, VHM) ที่ปรับขึ้นเกือบ 7% ส่งผลต่อดัชนีเกือบ 30 จุด นอกจากนี้ ตลาดได้อานิสงส์จากข่าวการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงอย่างน้อย 0.5% ต่อปีสำหรับระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง 1.5-2% ซึ่งสร้างความคาดหวังว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงและส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการปรับลดดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการไหลกลับของเงินทุนอย่างยั่งยืน นักลงทุนยังคงจับตาดูสภาพคล่องและแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในระยะกลาง
PNJ ขาดทุน 6.3 พันล้านดองปี 2026 หลังตั้งสำรอง 7 พันล้านดอง - ปรับแผนธุรกิจ
บริษัท PNJ (Công ty cổ phần Vàng bạc đá quý Phú Nhuận) ได้ปรับลดเป้าหมายผลกำไรปี 2026 จากที่คาดการณ์กำไรเกือบ 2,829 พันล้านดอง เป็นขาดทุน 6,271 พันล้านดอง โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการตั้งสำรองกว่า 7,071 พันล้านดองจากการรับซื้อสินค้าคืน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการนี้ บริษัทคาดว่าจะมีกำไรหลังหักภาษีประมาณ 800 พันล้านดอง 💰 ประธานคณะกรรมการบริหารได้ให้เงินกู้ยืมแก่บริษัท 700 พันล้านดอง เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงที่ยากลำบากนี้
เวียดนาม: ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 160 พันล้านดอง สิ้นสุด 21 วันแห่งการขาย
ตลาดหุ้นเวียดนามฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้น Vingroup ดันดัชนี VN-Index ปิดบวกเกือบ 47 จุด สภาพคล่องการซื้อขายปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 📈 จุดเด่นสำคัญคือการกลับมาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ มูลค่ากว่า 160 พันล้านดอง สิ้นสุดช่วงเวลาขายต่อเนื่อง 21 วัน โดยหุ้น TCB เป็นเป้าหมายการซื้อสุทธิสูงสุดถึง 290 พันล้านดอง ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่น ๆ เช่น MSN, VIC, VIB, SSI ก็ได้รับการซื้อสุทธิเช่นกัน 🏦
ตลาดหุ้นเวียดนามพุ่งแรง! VN-Index +2.76% นำโดย VIC, VHM, VRE
ตลาดหุ้นเวียดนามฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดย VN-Index ปรับตัวขึ้น 2.76% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบกว่าครึ่งปี แรงหนุนหลักมาจากหุ้นในกลุ่ม Vingroup ของมหาเศรษฐี ฟาม หวุ่ง (Phạm Nhật Vượng) ได้แก่ VIC, VHM, VPL และ VRE ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดย VIC, VHM และ VRE ปิดตลาดที่ราคาซิลลิ่ง นอกจากนี้ กระแสเงินทุนต่างชาติได้กลับมาซื้อสุทธิเป็นครั้งแรกในรอบ 20 วันทำการ โดยซื้อสุทธิ 193 พันล้านดอง ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงขายที่เริ่มอ่อนกำลังลง 📈
VPS กำไร 9 เดือนแรกโต 26.7% รักษาแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดโบรกเกอร์
VPS โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่งใน 9 เดือนแรกของปี 2026 โดยมีกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น 26.7% แม้รายได้รวมจะลดลง 23.3% ในไตรมาส 3 เนื่องจากสภาพคล่องตลาดต่ำ 📉 การเติบโตของกำไรมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจให้กู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ (Margin Lending) ที่เพิ่มขึ้น 68.3% และการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น บริษัทรักษาตำแหน่งผู้นำส่วนแบ่งการตลาดโบรกเกอร์ใน HOSE ที่ 11.54% พร้อมรักษาระดับ ROE และ ROA ที่สูงในอุตสาหกรรม 📊
ตลาดหุ้นเวียดนามตั้งเป้าดึงดูดเงินทุน 5.4 ล้านล้านดอง 2026-2030
ตลาดหุ้นเวียดนามตั้งเป้าหมายสำคัญในการดึงดูดเงินทุนระยะกลางและระยะยาวมูลค่า 5.4 ล้านล้านดอง (ประมาณ 200 พันล้าน USD) ในช่วงปี 2026-2030 เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี VN30, การซื้อขายทองคำและกองทุน ETF ทองคำ รวมถึงการพัฒนา DR และกลไกการซื้อขายข้ามพรมแดน ตลาดหุ้นเวียดนามได้ถูกยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging Market) โดย FTSE Russell เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นโอกาสในการดึงดูดเงินทุนสถาบันขนาดใหญ่
MSR ประกาศจ่ายปันผล 2,210 ล้านบาท ผลประกอบการครึ่งปีแรกโต 270%
Masan High-Tech Materials (MSR) ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 1 ปี 2026 ในอัตรา 2,000 ดองต่อหุ้น คิดเป็นเงินกว่า 2,210 ล้านบาท โดยจะจ่ายในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2026 💰 ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2026 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้สุทธิ 11,131 พันล้านดอง เพิ่มขึ้น 270% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรหลังหักภาษี 2,202 พันล้านดอง พลิกจากขาดทุนในปีที่แล้ว
SHS รายได้ Q3 โต 23% - รายได้ลงทุนพุ่ง 43.5% - ปรับโครงสร้างสู่ Wealth Management
SHS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 1,002 พันล้านดอง เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ตลาดหุ้นจะมีความผันผวนและสภาพคล่องลดลงก็ตาม แรงขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น 43.5% และรายได้จากธุรกิจให้กู้ยืมและลูกหนี้ที่เติบโต 33.3% บริษัทกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การบริหารจัดการสินทรัพย์เต็มรูปแบบ (Full-Service Wealth Management) เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว 💰
PNJ เพิ่มทุน 550 ล้านหุ้น ระดม 8,000 พันล้านดอง รับมือหนี้สิน
บริษัท PNJ (Phú Nhuận Jewelry) ชี้แจงแผนการออกหุ้นใหม่สูงสุด 550 ล้านหุ้น เพื่อระดมทุนประมาณ 8,000 พันล้านดอง โดยราคาเสนอขายจะอิงตามมูลค่าทางบัญชีและราคาเฉลี่ย 30 วันล่าสุด เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม การเพิ่มทุนครั้งนี้จำเป็นเนื่องจากบริษัทต้องตั้งสำรองหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นจากการรับซื้อคืนสินค้ามูลค่าสูงถึง 21,000 พันล้านดอง ซึ่งอาจส่งผลให้ PNJ ขาดทุนกว่า 6,000 พันล้านดองในปี 2026 ทำให้ไม่สามารถเสนอขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมได้ จึงต้องใช้วิธีการเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบันและกองทุน
VPBankS เพิ่มทุน 45% ดันทุนจดทะเบียนทะลุ 1 พันล้าน USD
VPBankS ประกาศแผนเพิ่มทุน 45% ผ่านการออกหุ้นกู้ใหม่ โดยใช้เงินทุนจากส่วนเกินมูลค่าหุ้นตามที่ตรวจสอบแล้ว ณ สิ้นปี 2025 การเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทสูงกว่า 1 พันล้าน USD ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและสนับสนุนการขยายธุรกิจในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังคงรักษาการเติบโตของสินทรัพย์รวมและกำไรก่อนหักภาษีได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน