ตลาดหุ้นเวียดนามปรับลง-ภาษีปลากะพงพุ่ง-DGCเปลี่ยนCEO
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- สหรัฐฯ กำหนดภาษี AD ปลากะพงเวียดนาม 0.84 USD/kg ซึ่งสูงกว่าคาดเกือบ 4 เท่า — กระทบ ANV และ CCA โดยตรง และอาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมส่งออกปลากะพงเวียดนาม
- ดัชนี VN-Index และ HNX-Index ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน — บ่งชี้สัญญาณทางเทคนิคอ่อนแอและความกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม
- ประธาน CNCTech (CLI) ขายหุ้น 4 ล้านหุ้น มูลค่า 108 พันล้านดอง — เป็นรายการซื้อขายหุ้นที่น่าสนใจท่ามกลางตลาดหุ้นที่ปรับตัวลง
- Dragon Capital ชี้การไม่ panic ขายในช่วงตลาดขาลงจะได้รับผลตอบแทนเมื่อตลาดฟื้น — ชี้ว่าอัตราดอกเบี้ยสูงเป็นปัจจัยลบ แต่ปัจจุบันเป็นโอกาสสะสมระยะยาว 1-2 ปี
- DGC แต่งตั้ง CEO ใหม่และรอง CEO — หลังผู้บริหารเดิมพ้นคดีสิ่งแวดล้อม เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหารภายในบริษัท
- ราคาทองคำ SJC เวียดนามผันผวนในเดือนสิงหาคม 2026 โดยเคยสูงสุดที่ 147.6 ล้านดอง และต่ำสุดที่ 135 ล้านดอง ก่อนฟื้นตัวมาที่ 141-144 ล้านดอง — เป็นข้อมูลความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดเวียดนาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราคาทองคำ SJC เวียดนามผันผวนเดือนสิงหาคม 2026
ราคาทองคำ SJC ในเวียดนามช่วง 16 กรกฎาคม - 16 สิงหาคม 2026 มีความผันผวนสูง โดยราคาขายออกเคยสูงสุดที่ 147.6 ล้านดองต่อตำลึง ก่อนจะปรับตัวลงแรงสู่ระดับต่ำสุดที่ 135 ล้านดอง (ราคาซื้อเข้า) ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 16 สิงหาคม ราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 141-144 ล้านดองต่อตำลึง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำนักลงทุนระยะยาวให้ทยอยลงทุนและรักษาสัดส่วนทองคำในพอร์ตอย่างเหมาะสม
DGC แต่งตั้ง CEO ใหม่ และรอง CEO เสริมทัพ หลังผู้บริหารเดิมพ้นคดีสิ่งแวดล้อม
บริษัท Hóa chất Đức Giang (DGC) ประกาศการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง โดยแต่งตั้งนาย Phạm Duy Tùng ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัท เป็นระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2026 นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งนาย Võ Thăng Long เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนาย Đào Đức Mạnh เป็นกรรมการบริหาร, รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหัวหน้าฝ่ายนำเข้า-ส่งออก การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากการถูกถอดถอนของอดีต CEO และรอง CEO เนื่องจากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม 🌳
CNCTech (CLI) ประธานขายหุ้น 108 พันล้านดอง, VinaLiving (VES) ผู้บริหารซื้อเพิ่ม
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเวียดนามปรับตัวลดลง โดย VN-Index ปิดที่ 1,729.08 จุด และ HNX-Index ปิดที่ 279.99 จุด นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวมกว่า 2,126 พันล้านดอง ในขณะเดียวกัน มีการซื้อขายหุ้นที่น่าสนใจหลายรายการ เช่น ประธาน CNCTech (CLI) ขายหุ้น 4 ล้านหุ้น มูลค่า 108 พันล้านดอง และผู้บริหาร VinaLiving (VES) เข้าซื้อหุ้นเพิ่ม
DMX จ่ายปันผลกว่า 5 พันล้านบาท สัปดาห์ 17-21 ส.ค. | FT1 จ่ายสูงสุด 44.07%
สัปดาห์วันที่ 17-21 ส.ค. 2566 มี 22 บริษัทขึ้นเครื่องหมาย XD จ่ายปันผลเป็นเงินสด โดย DMX เป็นดาวเด่น จ่ายปันผล 40% คิดเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะที่ FT1 จ่ายสูงสุด 44.07% คิดเป็นเงิน 31.2 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมี ND2 จ่าย 35% และ HAT, HCC จ่าย 30% ส่วนการจ่ายปันผลเป็นหุ้นมี 5 บริษัท ได้แก่ CTI, TVS, HHP, NAG, และ VIX
ANV-CCA เผชิญภาษี AD ปลากะพงเวียดนามพุ่ง 4 เท่า สหรัฐฯ
สหรัฐฯ ได้กำหนดอัตราภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (AD) สำหรับปลากะพงเวียดนามในรอบ POR21 ที่ 0.84 USD/kg ซึ่งสูงกว่าการประเมินเบื้องต้นเกือบ 4 เท่า ส่งผลกระทบต่อบริษัท Nam Việt (ANV) และ Caseamex (CCA) โดยตรง โดยอัตราภาษีนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป ขณะที่ Vĩnh Hoàn (VHC) ได้รับการยกเว้นภาษีบางส่วนจากการเจรจาระหว่างเวียดนามและสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นเวียดนาม: VN-Index และ HNX-Index ปรับลง สัญญาณเทคนิคอ่อนแอ
ดัชนี VN-Index และ HNX-Index ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์วันที่ 17-21 สิงหาคม 2026 โดย VN-Index เกิดแท่งเทียน Big Black Candle พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน บ่งชี้ถึงความกังวลของนักลงทุน ขณะที่ HNX-Index เกิดแท่งเทียน Three Black Crows พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 วัน สะท้อนความเชื่อมั่นที่ลดลง สัญญาณทางเทคนิคปัจจุบันยังคงอ่อนแอและอาจส่งผลให้แนวโน้มระยะสั้นยังคงเป็นลบ
Dragon Capital: นักลงทุนไม่ panic ขาย จะได้รับรางวัลเมื่อตลาดฟื้น
Dragon Capital ชี้ว่านักลงทุนที่ไม่ตื่นตระหนกและขายหุ้นในช่วงตลาดขาลง จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อตลาดกลับมาฟื้นตัว โดยอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นเวียดนามที่เคยปรับฐานเฉลี่ย 33% แต่ฟื้นตัวได้กว่า 90% 📈 ปัจจัยลบปัจจุบันมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเร็วกว่าคาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ทางการเงินทุกประเภท อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาปัจจุบันถือเป็นโอกาสในการเข้าสะสมเพื่อการลงทุนระยะยาว 1-2 ปีข้างหน้า