Micron เพิ่มงบลงทุน AI สองเท่า-Nvidia คาดรายได้โต 70%-Marvell ผลงานดี
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- Micron เพิ่มงบลงทุนด้านการผลิตชิปหน่วยความจำเป็นสองเท่าในปีงบประมาณ 2027 เป็นมากกว่า 45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ — เพื่อรองรับความต้องการ AI Memory ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและคาดว่าอุปทานใหม่จะเข้าสู่ตลาดได้ในปี 2028 หรือหลังจากนั้น
- Nvidia คาดการณ์รายได้ปีหน้าเติบโต 70% เกินคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 45% — แม้ตลาดจีนยังน่ากังวล แต่การเติบโตนี้ไม่รวมรายได้จากศูนย์ข้อมูลในจีน
- Marvell (MRVL) รายงานผลประกอบการ Q2 ดีกว่าคาด รายได้เพิ่มขึ้น 37% เป็น 2.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ — นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากดีลชิป AI กับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่
- Cisco Systems (CSCO) มีข้อได้เปรียบด้านชิ้นส่วน AI และความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับ TSMC — ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากเทคโนโลยี 'scale-across' สำหรับศูนย์ข้อมูล AI
- Meta ยอมความ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในสหรัฐฯ — เผชิญแรงกดดันจากหลายประเทศให้ใช้มาตรการปกป้องเด็กที่เข้มงวดขึ้น
- Apple เผชิญข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวจากอุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ที่มีกล้อง ซึ่งอาจบันทึกข้อมูลส่วนตัวและส่งไปยังคลาวด์เพื่อประมวลผลโดย AI
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Cisco ได้เปรียบด้านชิ้นส่วน AI คู่แข่งขาดแคลน - Morgan Stanley ชี้มีโอกาสโต
Morgan Stanley ระบุว่า Cisco Systems (CSCO) มีข้อได้เปรียบในการจัดหาชิ้นส่วนสำคัญสำหรับ AI ซึ่งเป็นปัจจัยที่คู่แข่งขาดแคลน ทำให้ Cisco ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับ TSMC และการที่ Cisco มีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Catalyst ที่กำลังจะหมดอายุการสนับสนุนในปี 2026-2027 นอกจากนี้ เทคโนโลยี 'scale-across' สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนการเติบโต 📈
Netflix (NFLX) ราคาหุ้นร่วง 1.99% จับตาผลประกอบการ Q หน้า คาดรายได้โต 11.9%
ราคาหุ้น Netflix (NFLX) ปรับตัวลดลง 1.99% ในช่วงการซื้อขายล่าสุด แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะปรับตัวขึ้น 0.72% ก็ตาม ก่อนหน้านี้หุ้น NFLX ปรับขึ้น 10.63% แซงหน้าดัชนี S&P 500 ที่ 3.68% นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้ในไตรมาสหน้าจะอยู่ที่ 12.88 พันล้าน USD เพิ่มขึ้น 11.9% YoY และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นที่ 0.82 USD เพิ่มขึ้น 38.98% YoY ปัจจุบัน Netflix มี Zacks Rank อยู่ที่ #3 (Hold) และมี Forward P/E ratio ที่ 22.67 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 11.72
Meta ยอมความ 1.8 หมื่นล้าน USD สหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันปกป้องเด็กทั่วโลก
Meta เผชิญแรงกดดันจากหลายประเทศทั่วโลก หลังการยอมความในสหรัฐฯ มูลค่าสูงสุด 1.8 หมื่นล้าน USD เพื่อแก้ไขข้อกล่าวหาว่าออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กติดโซเชียลมีเดีย 📱 ประเทศต่างๆ เช่น ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ และบราซิล กำลังพิจารณาหรือเรียกร้องให้ Meta ใช้มาตรการปกป้องเด็กที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการจำกัดเวลาใช้งาน การยืนยันอายุ และการควบคุมโดยผู้ปกครอง 🛡️
Apple เผชิญข้อกังวลความเป็นส่วนตัวจากอุปกรณ์สวมใส่พร้อมกล้อง
Apple กำลังเผชิญกับข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นจากอุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ เช่น AirPods ที่มีกล้องและ Meta Glasses ซึ่งอาจบันทึกข้อมูลส่วนตัวและส่งไปยังคลาวด์เพื่อประมวลผลโดย AI แม้ Apple จะเน้นย้ำเรื่องความเป็นส่วนตัวและมีมาตรการป้องกัน แต่การบันทึกข้อมูลในที่สาธารณะหรือการประชุมที่เป็นความลับอาจละเมิดนโยบายและสร้างความกังวลเรื่องการยินยอมจากบุคคลอื่น 🛡️
Rocket Lab: CFO ขายหุ้น 9,677 หุ้น มูลค่า $674,000 เหตุผลด้านภาษี
Adam C. Spice ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Rocket Lab (NASDAQ:RKLB) ได้ขายหุ้นสามัญจำนวน 9,677 หุ้น เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 674,000 ดอลลาร์สหรัฐ การขายหุ้นดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดภาษีที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิซื้อหุ้น (RSUs) ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ โดยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการถือครองหุ้นโดยรวมของเขา ซึ่งยังคงมีจำนวนมากถึง 1,405,967 หุ้น คิดเป็น 0.2400% ของบริษัท 🚀 หุ้น Rocket Lab มีผลตอบแทนรวม 54% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ที่เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบปีต่อปี
S&P 500: นักลงทุนเปลี่ยนทิศทาง หนี Magnificent Seven เข้าหา Equal Weight
นักลงทุนกำลังปรับพอร์ตออกจากหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven ที่เคยขับเคลื่อนดัชนี S&P 500 โดยดัชนี S&P 500 Equal Weight ที่ให้น้ำหนักหุ้นเท่ากันทุกตัว เริ่มทำผลงานได้ดีกว่า โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคม 2026 📈 แม้ว่าหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven จะสูญเสียมูลค่ารวม 1.9% ในครึ่งแรกของปี 2026 แต่ดัชนี S&P 500 โดยรวมกลับบวก 9.3% ขณะที่การใช้จ่ายด้าน AI ของกลุ่ม Hyperscalers สี่ราย (Microsoft, Alphabet, Meta, Amazon) คาดว่าจะสูงถึง 7.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2026 💰
Tesla (TSLA) ทุ่มกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สร้าง Starbase และ Optimus
Tesla (TSLA) กำลังขยายขอบเขตธุรกิจสู่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus และโครงการ Starbase ในลุยเซียนา ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศมูลค่ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 🚀 การพัฒนา Optimus ในลักษณะ Von Neumann machine ที่สามารถผลิตซ้ำได้เอง โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ มีศักยภาพในการผลิตถึงหนึ่งล้านยูนิต สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Elon Musk ในด้าน 'physical AI' และการสำรวจอวกาศ โครงการ Starbase จะเพิ่มขีดความสามารถในการปล่อยจรวดและการผลิตของ SpaceX ซึ่งอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายได้ของ Tesla จากการขายรถยนต์และพลังงาน ไปสู่การให้บริการแรงงานในอนาคต
Micron เพิ่มงบลงทุนเท่าตัว รับดีมานด์ AI Memory พุ่ง คาดอุปทานใหม่ปี 2028
Micron Technology ประกาศเพิ่มงบลงทุนด้านการผลิตชิปหน่วยความจำ (Memory) เป็นสองเท่าในปีงบประมาณ 2026 จากกว่า 13 พันล้าน USD ในปี 2025 เป็นมากกว่า 45 พันล้าน USD ในปี 2027 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจาก AI ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนหน่วยความจำอย่างรุนแรง โดยคาดว่าอุปทานใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาดได้ในปี 2028 หรือหลังจากนั้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านการก่อสร้างและกำลังคน 📈
Nvidia คาดการณ์รายได้ปีหน้าโต 70% เกินคาด – จีนยังเป็นตลาดที่น่ากังวล
Nvidia รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยคาดการณ์รายได้ปีหน้าจะเติบโตถึง 70% ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 45% อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ Nvidia ไม่รวมรายได้จากศูนย์ข้อมูลในจีนไว้ในประมาณการ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าชิปของ Nvidia ยังคงถูกลักลอบนำเข้าสู่จีนผ่านตลาดมืด แม้ว่าสหรัฐฯ จะอนุญาตให้ขายชิปบางรุ่นได้ก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า Nvidia ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาตลาดจีนเพื่อการเติบโตในระยะยาว แต่การมีส่วนร่วมในตลาดจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาด AI ทั่วโลก 📈
Marvell (MRVL) ผลประกอบการ Q2 ดีเกินคาด — นักวิเคราะห์ปรับเป้าหมายรับดีลชิป AI กับยักษ์ใหญ่
Marvell (MRVL) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีกว่าคาด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 37% เป็น 2.74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ที่ 3.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย โดยมองเห็นโอกาสการเติบโตระยะยาวจากการร่วมมือพัฒนาชิป AI แบบกำหนดเองกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ เช่น Microsoft, AWS และ Google 📈