AI ขับเคลื่อน S&P 500, Nvidia รายได้สถิติแต่ราคาดิ่ง, Eli Lilly แซงตลาด GLP-1
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
- ดัชนี S&P 500 ปิดสัปดาห์บวก 1.1% จากแรงหนุนการลงทุน AI ของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ — สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพ AI สร้างผลกำไร
- Alphabet (GOOG) มี Google Cloud เติบโต 63% และรายได้จาก Search เติบโตเร็วสุดในรอบ 16 ไตรมาส — หนุนมูลค่าบริษัทและ backlog เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากธุรกิจ AI
- Eli Lilly (LLY) ครองส่วนแบ่งตลาด GLP-1 รักษาโรคอ้วน 60% — นำหน้า Novo Nordisk (NVO) ในตลาดที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 66 พันล้านดอลลาร์ เป็น 120 พันล้านดอลลาร์
- Nvidia รายได้ทำสถิติใหม่ 81.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 85% แต่เผชิญแรงขายทำให้มูลค่าลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2019 — มีคำสั่งซื้อชิป Blackwell มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ถึงปี 2027
- Apple ระบุไม่สามารถจัดหาชิปหน่วยความจำเพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ต้องปรับขึ้นราคา — บ่งชี้การปรับฐานหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำอาจสิ้นสุดลง
- Amazon ฟื้นตัวในกลุ่ม AI หนุน Dow Jones Futures ปรับตัวสูงขึ้น — ขณะที่ Apple ร่วงหลังผลประกอบการผสมผสานและแนวโน้มธุรกิจอ่อนแอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
S&P 500 ปิดสัปดาห์บวก 1.1% จากแรงหนุนการลงทุน AI
ดัชนี S&P 500 ปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวขึ้น 1.1% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (hyperscalers) ที่แสดงความมุ่งมั่นในการลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างรายได้จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) 📈 ความเชื่อมั่นในศักยภาพของ AI ในการสร้างผลกำไรกำลังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในขณะนี้
Apple ส่งสัญญาณบวกต่อหุ้นชิปหน่วยความจำ หลังระบุราคา HBM/DRAM พุ่งจากอุปทานตึงตัว
Apple ระบุว่าไม่สามารถจัดหาชิปหน่วยความจำได้เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ต้องปรับขึ้นราคา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการปรับฐานของหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำอาจสิ้นสุดลงแล้ว แม้ว่าหุ้นกลุ่มนี้จะปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะความต้องการชิป HBM และ DRAM สำหรับ AI Server ที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2027
Eli Lilly แซงหน้า Novo Nordisk ในตลาด GLP-1 — ส่วนแบ่งตลาด 60% คือปัจจัยชี้ขาด
Eli Lilly (LLY) กำลังทำผลงานได้ดีกว่า Novo Nordisk (NVO) อย่างมากในตลาด GLP-1 สำหรับรักษาโรคอ้วน โดย LLY ครองส่วนแบ่งตลาด 60% จากยา Zepbound ในขณะที่ NVO เพิ่งเปิดตัวยารูปแบบเม็ด Wegovy และมีแนวโน้มเติบโตดี ตลาด GLP-1 คาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 66 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 120 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 📈
Nvidia มูลค่าลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2019 แม้รายได้ทำสถิติใหม่
Nvidia เผชิญแรงขายทำให้มูลค่าลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2019 แม้จะรายงานผลประกอบการเป็นสถิติใหม่ โดยมีรายได้ 81.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 85% จากปีก่อนหน้า บริษัทมีคำสั่งซื้อชิป Blackwell และ Vera Rubin มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงปี 2027 และคาดการณ์การใช้จ่าย AI ของ Hyperscaler จะเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีภายในสิ้นทศวรรษนี้ อย่างไรก็ตาม ความกังวลเรื่องการพึ่งพิงลูกค้าและการจัดไฟแนนซ์วงจรสำหรับ OpenAI ยังคงอยู่ โดย Nvidia รายงานผลประกอบการครั้งถัดไปในวันที่ 26 สิงหาคมนี้
MKS (MKSI) ผู้ผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ ได้รับความสนใจจาก Spyglass Growth Strategy
Spyglass Growth Strategy ระบุว่า MKS Inc. (NASDAQ:MKSI) เป็นผู้ผลิตโซลูชันเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 หรือ 2 ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ 85% ของการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์การผลิตเวเฟอร์ (WFE) บริษัทคาดว่า MKS จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของ WFE ที่ขับเคลื่อนโดย AI และการพัฒนาชิปแบบ Chiplets รวมถึง High-Bandwidth Memory (HBM) ซึ่งจะเพิ่มความต้องการในส่วนของการผลิตขั้นสูง (Advanced Packaging) โดยเฉพาะเทคโนโลยี Laser Via Drilling และเคมีภัณฑ์สำหรับ Electroplating 📈
Alphabet (GOOG): Google Cloud โต 63% หนุนมูลค่าบริษัท 40% - Vulcan Value Partners
Vulcan Value Partners รายงานผลประกอบการ Q2 2026 โดยเน้นย้ำว่า Google Cloud เป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่าหลักของ Alphabet (GOOG) โดยมีรายได้เติบโต 63% และ margin ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้หลักจาก Google Search ก็เติบโตเร็วที่สุดในรอบ 16 ไตรมาส บริษัทฯ มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของธุรกิจ AI และบริการ Enterprise AI ที่ส่งผลให้ backlog เพิ่มขึ้น 5 เท่า
Apple ร่วงหลังผลประกอบการผสมผสาน — Amazon ฟื้นตัวในกลุ่ม AI
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน โดยดัชนี Dow Jones Futures ปรับตัวสูงขึ้น จากแรงหนุนของหุ้น Amazon ที่ฟื้นตัวในกลุ่ม AI อย่างต่อเนื่อง 📈 ขณะที่หุ้น Apple ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังประกาศผลประกอบการที่ผสมผสานและแนวโน้มธุรกิจที่อ่อนแอ ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางของหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ 📉