เกี่ยวกับบริษัท
Sabeco หรือบริษัท ไซง่อน เบียร์ แอลกอฮอล์ เบเวอเรจ คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 145 ปี ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายเบียร์ภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Bia Saigon และ 333 บริษัทมีโรงงานผลิตเบียร์ที่ทันสมัยถึง 26 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศเวียดนาม และมีระบบเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งครอบคลุมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
โครงสร้างรายได้หลักของ Sabeco มาจากการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เบียร์) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 90 ของรายได้รวม นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการจำหน่ายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ การผลิตโซดาและน้ำดื่ม รวมถึงรายได้จากธุรกิจบรรจุภัณฑ์และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่ม โดยเน้นการขยายฐานลูกค้าทั้งในกลุ่มตลาดระดับล่างไปจนถึงระดับพรีเมียมเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง
ความได้เปรียบทางการแข่งขันของ Sabeco คือการเป็นเจ้าตลาด (Market Leader) ในเวียดนามด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่สูงที่สุด และการมี ThaiBev เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนและเทคโนโลยีการผลิต อีกทั้งแบรนด์ Bia Saigon ยังมีความผูกพันทางวัฒนธรรมกับคนเวียดนามอย่างลึกซึ้ง ทำให้ยากต่อคู่แข่งหน้าใหม่ในการเข้ามาเจาะตลาด นอกจากนี้ยังมีระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกลทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกระดับ
สินค้าและบริการ
กลุ่มเบียร์กระแสหลัก (Bia Saigon Lager, เบียร์ไซง่อนสูตรดั้งเดิม; Bia Saigon Export, เบียร์ไซง่อนส่งออก; 333 Beer, เบียร์สามตองแบรนด์ยอดนิยม); กลุ่มเบียร์ระดับพรีเมียม (Bia Saigon Special, ไซง่อนสเปเชียลใช้มอลต์ 100%; Bia Saigon Chill, เบียร์ไซง่อนสูตรเย็นสดชื่น; Bia Saigon Gold, เบียร์ไซง่อนพรีเมียมระดับพรีเมียมสูงสุด); กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Soda Water, น้ำโซดา; Drinking Water, น้ำดื่ม)
โครงการในอนาคต
แผนการเติบโตของ Sabeco มุ่งเน้นไปที่การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์สู่กลุ่มสินค้าพรีเมียมมากขึ้นเพื่อตอบรับกับการขยายตัวของชนชั้นกลางในเวียดนาม พร้อมกับดำเนินโครงการ SABECO 4.0 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านระบบดิจิทัล (Digital Transformation) และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างย่อยตัว นอกจากนี้บริษัทยังมีเป้าหมายขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียและตลาดยุโรปเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
รวมถึงการนำแนวคิด ESG มาใช้เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว