เกี่ยวกับบริษัท
Becton, Dickinson and Company หรือ BD เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลกที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและผลิตอุปกรณ์การแพทย์ ระบบเครื่องมือ และสารเคมีวิเคราะห์ (reagents) ที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเจาะเลือดและเก็บตัวอย่าง การฉีดยา ไปจนถึงการวินิจฉัยโรคในห้องปฏิบัติการและการรักษาผ่านการหัตถการทางการแพทย์ที่หลากหลาย เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพในทุกระดับ
รายได้หลักของบริษัทมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ BD Medical ซึ่งเน้นอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐานและระบบการจัดการยา, BD Life Sciences ที่มุ่งเน้นเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชีวภาพและระบบวินิจฉัยโรคอัตโนมัติ และ BD Interventional ที่เน้นอุปกรณ์สำหรับการผ่าตัดและโรคเฉพาะทาง โดยบริษัทมีโมเดลรายได้ที่มั่นคงจากการขายอุปกรณ์ที่ใช้แล้วทิ้ง (consumables) ซึ่งมีความต้องการใช้งานต่อเนื่องสูงในโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ทั่วโลก
ความได้เปรียบทางการแข่งขันอยู่ที่การเป็นผู้นำตลาดในด้านอุปกรณ์เก็บตัวอย่างเลือดและระบบการจัดการยาอัจฉริยะ โดยมีสิทธิบัตรครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญจำนวนมาก ประกอบกับขนาดธุรกิจที่ใหญ่ทำให้มีอำนาจต่อรองสูงและการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) นอกจากนี้ความซับซ้อนของระบบวินิจฉัยโรคที่ต้องใช้สารเคมีเฉพาะของบริษัท ยังสร้างค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ (Switching Cost) ที่สูงสำหรับลูกค้า ทำให้ BD รักษาฐานลูกค้าในระยะยาวได้อย่างดีเยี่ยม
สินค้าและบริการ
อุปกรณ์การแพทย์ (BD Medical: Syringes, กระบอกฉีดยา; BD Ultra-Fine, เข็มฉีดยาเบาหวาน; BD Alaris, เครื่องให้ยาทางหลอดเลือดดำ); ระบบวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (BD Life Sciences: BD BACTEC, ระบบเพาะเชื้อในเลือดอัตโนมัติ; BD FACSLyric, เครื่องวิเคราะห์เซลล์); อุปกรณ์การรักษาและหัตถการ (BD Interventional: BD Bard, อุปกรณ์สวนปัสสาวะและสายสวนหัวใจ; BD Phasix, ตาข่ายชีวภาพสำหรับการผ่าตัดไส้เลื่อน)
โครงการในอนาคต
บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ BD2025 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตผ่านนวัตกรรมดิจิทัลเฮลธ์แคร์ โดยเน้นการพัฒนาระบบการจัดการยาอัจฉริยะ (Connected Medication Management) และขยายฐานธุรกิจในด้านการวินิจฉัยโรคระดับโมเลกุลและการรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำสูง นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติสำหรับร้านขายยาและโรงพยาบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และรุกตลาดอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (At-home Care) เพื่อตอบรับเทรนด์สุขภาพในอนาคต