StockNotify
3
LLY

ข่าวหุ้น Eli Lilly and Company (LLY)

NYSE

รวมข่าวล่าสุดของ LLY จากตลาดสหรัฐอเมริกา · 40 ข่าว

20:16 น.
27 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Pfizer (PFE) จ่ายปันผล 6.9% - นักลงทุนจับตาการฟื้นตัวระยะยาว

Pfizer (PFE) เสนอผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 6.9% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 และอุตสาหกรรมยาอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาหุ้นจะลดลง 60% จากจุดสูงสุดในปี 2021 และเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนายาใหม่ แต่บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อรักษาเงินปันผลและมีแผนการทดลองยาสำคัญหลายรายการ 💊 นักลงทุนระยะยาวที่สามารถยอมรับความไม่แน่นอนในระยะสั้น อาจได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงนี้

16:22 น.
26 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

ทรัมป์กล่าวถึง Nokia-Eli Lilly หุ้นที่เคยเอ่ยถึงปรับตัวขึ้นแรง

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงบริษัท Nokia และ Eli Lilly ในเชิงบวกในสุนทรพจน์ที่เพนซิลเวเนีย โดยเน้นย้ำถึงการลงทุนและการสร้างงานในสหรัฐฯ ข่าวนี้ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่หุ้นของบริษัทที่ทรัมป์เคยกล่าวถึงในอดีต มักจะปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น Micron ที่เพิ่มขึ้นกว่า 230% และ Dell ที่เพิ่มขึ้นกว่า 230% เช่นกัน 📈

21:12 น.
21 มิ.ย. 2569
ตลาด
เชิงบวก

XLV: 2 ปัจจัยชี้ขาดปี 2026 การกำหนดราคา LLY และนโยบายนำเข้ายา

กองทุน XLV (Health Care Select Sector SPDR ETF) เผชิญผลตอบแทนติดลบ 3% ปีนี้ แต่ฟื้นตัว 14% ในปีที่ผ่านมา โดยปี 2026 คาดว่านโยบายจะเอื้ออำนวยมากขึ้น ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่จะตัดสินทิศทางกองทุนคือ การกำหนดราคายาของ Eli Lilly (LLY) และนโยบายการนำเข้ายา 15% ของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่ม Pharma โดยตรง โดยเฉพาะ Merck (MRK) และ AbbVie (ABBV) 💊

22:08 น.
20 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงลบ

Pfizer จ่ายปันผลสูง 6.6% แต่ Payout Ratio เกิน 100% - ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณา

Pfizer (PFE) เสนอผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 6.6% ซึ่งมากกว่า Eli Lilly (LLY) ถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม Pfizer กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ยอดขายวัคซีน COVID-19 ต่ำกว่าคาด และยาสำคัญหลายตัวกำลังจะหมดสิทธิบัตรในช่วงปี 2027-2028 นอกจากนี้ บริษัทยังประสบปัญหาในการพัฒนายา GLP-1 และมีอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) เกิน 100% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้ระยะยาว 📈

22:08 น.
20 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Cathie Wood ซื้อหุ้น Snowflake กว่า 52 ล้านดอลลาร์ หลังผลประกอบการ Q1/2025 ดีเกินคาด

Cathie Wood ผ่าน Ark Investment Management ได้เข้าซื้อหุ้น Snowflake (SNOW) มูลค่าประมาณ 52 ล้านดอลลาร์ หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2025 ดีกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 33% และให้แนวโน้มรายได้ไตรมาส 2 ที่สดใส ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก AI และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ของ Amazon Web Services (AWS) เป็นจำนวน 6 พันล้านดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า 📈

17:13 น.
20 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Novo Nordisk Wegovy Pill ทะลุ 3 ล้านใบสั่งยา — Wall Street อาจมองข้ามโอกาส

Novo Nordisk เปิดตัวยารักษาโรคอ้วนแบบเม็ด Wegovy ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ทะลุ 3 ล้านใบสั่งยาอย่างรวดเร็ว แม้ Wall Street จะกังวลเกี่ยวกับปี 2026 และการแข่งขันจาก Eli Lilly แต่การเติบโตของยารูปแบบเม็ดบ่งชี้ถึงศักยภาพระยะยาว บริษัทมี P/E ratio ที่ 10x ซึ่งถูกกว่า Eli Lilly ที่ 40x และยังมีเงินปันผล 4.1% น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสและรายได้ 💰

18:00 น.
19 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

ARK Invest เพิ่มการลงทุน Tesla-Snowflake, ลดสัดส่วน Roku กว่า 77 ล้านดอลลาร์

ARK Invest โดย Cathie Wood ได้เพิ่มการลงทุนในหุ้น Tesla (TSLA) และ Snowflake (SNOW) ในวันที่ 18 มิถุนายน โดยเข้าซื้อหุ้น Tesla ประมาณ 44,000 หุ้น มูลค่า 17.6 ล้านดอลลาร์ และหุ้น Snowflake กว่า 149,700 หุ้น มูลค่า 34.8 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังซื้อหุ้น Eli Lilly (LLY) เพิ่มอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ARK Invest ได้ขายหุ้น Roku (ROKU) ออกไปประมาณ 561,800 หุ้น มูลค่า 77.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต 📈

17:21 น.
10 มิ.ย. 2569
ผลประกอบการ
เชิงบวก

NVIDIA, Eli Lilly, JNJ ประกาศผลประกอบการ Q1 แข็งแกร่งเกินคาด – รายได้ NVDA โต 85%, LLY โต 55%, JNJ ปรับเพิ่ม Guidance

NVIDIA (NVDA) รายงานรายได้ Q1 FY27 ที่ 81.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 85.23% YoY และกำไรต่อหุ้นที่ไม่ใช่ GAAP อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประมาณการ Eli Lilly (LLY) มีรายได้ Q1 2026 ที่ 19.80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 55.5% YoY โดย Mounjaro ทำรายได้ 8.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Johnson & Johnson (JNJ) มีรายได้ Q1 2026 เพิ่มขึ้น 9.9% YoY เป็น 24.062 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเป็น 100.3-101.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 💰 ทั้งสามบริษัทแสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

21:12 น.
6 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly ลดลงทุนเยอรมนี 50% ย้ายฐานผลิตสู่สหรัฐฯ หลังเจอแรงกดดันด้านราคา

Eli Lilly (LLY) ประกาศลดแผนการลงทุนในเยอรมนีลงครึ่งหนึ่ง จาก 2.3 พันล้านยูโร เหลือประมาณ 1.15 พันล้านยูโร โดยจะย้ายเงินทุนไปลงทุนในสหรัฐฯ แทน เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลเยอรมนีที่ต้องการลดราคายา ทำให้การวางแผนธุรกิจระยะยาวขาดความแน่นอน 🏭 โรงงานผลิตยาในเมือง Alzey จะยังคงเปิดดำเนินการในปี 2027 แต่ด้วยกำลังการผลิตที่ลดลงและจำนวนพนักงานที่น้อยลงกว่าแผนเดิม 📈 แม้จะมีการปรับลดการลงทุนในเยอรมนี แต่ Eli Lilly ยังคงแข็งแกร่งจากยอดขายยา Mounjaro และ Zepbound ที่เติบโตอย่างมาก โดยบริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทั้งปี 2026 เป็น 82-85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

20:08 น.
6 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly ทุ่ม 3.8 พันล้านดอลลาร์ ซื้อ 3 บริษัทวัคซีน เสริมธุรกิจระยะยาว

Eli Lilly (NYSE: LLY) ใช้เงิน 3.8 พันล้านดอลลาร์ ซื้อบริษัทที่เน้นวัคซีน 3 แห่ง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจยา GLP-1 ที่ปัจจุบันทำรายได้หลัก 12.8 พันล้านดอลลาร์ใน Q1 2026 จาก Mounjaro และ Zepbound ที่เติบโต 125% และ 80% ตามลำดับ 📈 แม้ว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับยา GLP-1 เป็นหลัก แต่การลงทุนในธุรกิจวัคซีนนี้เป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อชดเชยรายได้ในอนาคตเมื่อสิทธิบัตรยาปัจจุบันหมดอายุ

17:14 น.
6 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Pfizer จ่ายปันผล 6.7% แต่เรื่องปันผลแข็งแกร่งกว่าที่คิด

Pfizer เสนออัตราผลตอบแทนเงินปันผล 6.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 และกลุ่มบริษัทยาอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลต่อกำไร (payout ratio) ที่ 130% แต่เมื่อพิจารณาจากกระแสเงินสด อัตราส่วนจะอยู่ที่ประมาณ 100% เท่านั้น บริษัทมีแผนรับมือกับช่วงที่รายได้ลดลงจากการหมดอายุของสิทธิบัตร โดยการเข้าซื้อกิจการและสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ 💰 นอกจากนี้ Pfizer ยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 0.7x ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Eli Lilly (1.4x) ทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการบริหารจัดการ

14:16 น.
6 มิ.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Novo Nordisk: Wegovy Pill ยอดขายพุ่ง 2 ล้านใบสั่งยาเกินคาด — สัญญาณบวกระยะยาว

Novo Nordisk รายงานว่ายา Wegovy ในรูปแบบเม็ดประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดสั่งยา 2 ล้านใบสั่งยาภายในหนึ่งเดือนหลังเปิดตัว ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แม้จะเผชิญแรงกดดันด้านราคาในสหรัฐฯ และการสูญเสียสิทธิบัตรในอินเดีย แต่บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่าปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจะชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ในระยะยาว ยาเม็ดนี้อาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่มองหาเงินปันผลสูง 📈

17:20 น.
28 พ.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Novo Nordisk vs Eli Lilly: การเปรียบเทียบยาลดน้ำหนักและมูลค่าหุ้น

บทวิเคราะห์เปรียบเทียบ Novo Nordisk (NVO) และ Eli Lilly (LLY) ในตลาด ยาลดน้ำหนัก GLP-1 โดยชี้ว่านักลงทุนอาจให้เครดิต Eli Lilly มากเกินไปและมองข้ามศักยภาพของ Novo Nordisk ซึ่งมีจุดเด่นที่ยาลดน้ำหนักชนิดรับประทานและอัตราเงินปันผลที่สูงกว่า 💰

14:18 น.
27 พ.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

PPH vs IXJ: เปรียบเทียบ ETF กลุ่มยาและกลุ่มสุขภาพทั่วโลก

กองทุน ETF PPH เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มยาโดยเฉพาะ ให้ผลตอบแทน 1 ปีที่ 20.40% และเงินปันผล 2.10% ในขณะที่กองทุน IXJ ครอบคลุมกลุ่มสุขภาพทั่วโลก รวมถึงไบโอเทคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ผลตอบแทน 1 ปีที่ 10.00% และเงินปันผล 1.50% ทั้งสองกองทุนมีค่าธรรมเนียมใกล้เคียงกัน โดย PPH เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนเฉพาะกลุ่มยา ส่วน IXJ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในกลุ่มสุขภาพที่กว้างขึ้น 📈

20:01 น.
26 พ.ค. 2569
ตลาด
เชิงบวก

Micron มูลค่าตลาดใกล้เคียง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ผลตอบแทนเกือบ 180%

Micron (MU) กำลังมีวันที่ดีที่สุดในการซื้อขายตั้งแต่ปี 2011 โดยมีมูลค่าตลาดใกล้เคียง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบเท่า Eli Lilly และ Berkshire Hathaway หุ้นปรับตัวขึ้นเกือบ 180% ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ซึ่งเป็นการเติบโตที่โดดเด่นกว่าหุ้นเมกาแคปอื่นๆ และได้เพิ่มมูลค่าตลาดไปแล้ว 6.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 📈 semiconductor rally กำลังร้อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 🚀

23:14 น.
24 พ.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบกองทุน ETF สุขภาพ FHLC และ XLV: การกระจายการลงทุนและผลตอบแทน

กองทุน ETF ด้านการดูแลสุขภาพสองกองทุนคือ Fidelity MSCI Health Care Index ETF (FHLC) และ State Street Health Care Select Sector SPDR ETF (XLV) นำเสนอทางเลือกที่แตกต่างกันสำหรับนักลงทุน โดย FHLC ให้การกระจายการลงทุนที่กว้างกว่าครอบคลุมหุ้นขนาดกลางและเล็ก ในขณะที่ XLV เน้นหุ้นขนาดใหญ่ใน S&P 500 และมีสภาพคล่องสูงกว่า พร้อมผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่าเล็กน้อย 💰

STARTER
23:29 น.
13 พ.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Cathie Wood และ Ross Gerber ลงทุนหุ้น 10 ตัวเหมือนกัน

Ross Gerber และ Cathie Wood นักลงทุนชื่อดัง มีการลงทุนในหุ้น 10 ตัวที่เหมือนกัน โดยหุ้นเหล่านี้กระจายอยู่ใน ETF ของทั้งสองฝ่าย เช่น Alphabet (GOOG), N...

23:10 น.
10 พ.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Samsung Electronics ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนการเติบโต AI

Samsung Electronics ได้ก้าวเข้าสู่กลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ AI ซึ่งรวมถึง Nvidia, TSMC และ Broadcom การเข้าสู่กลุ่มนี้ของ Samsung สะท้อนถึงความสำคัญของหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง (High-Bandwidth Memory) ที่ใช้ในระบบ AI นอกจากนี้ ข่าวยังกล่าวถึงบริษัทอื่นๆ ที่มีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ เช่น Berkshire Hathaway และ Walmart ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มบริษัทชั้นนำจากเดิมที่เน้นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ไปสู่ผู้ผลิตชิปและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่มีความสำคัญมากขึ้น 📈

14:43 น.
8 พ.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly (LLY) สู่มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์: ปัจจัยขับเคลื่อนจากตลาดลดน้ำหนักและ AI

Eli Lilly (LLY) เคยมีมูลค่าตลาดสูงสุด 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และปัจจุบันอยู่ที่ 9.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บริษัทมีศักยภาพในการกลับมาสู่ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ และอาจเป็นบริษัทแรกในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ฯ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากตลาดผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ซึ่งบริษัทเป็นผู้นำและกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น eloralintide และ bimagrumab เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรักษาฐานลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทยังมีความก้าวหน้าในการพัฒนายารักษาโรคอัลไซเมอร์ (AD) เช่น remternetug และมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในกลุ่มยาต้านมะเร็ง ภูมิคุ้มกัน และการจัดการความเจ็บปวด การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ร่วมกับ Nvidia อาจช่วยเร่งกระบวนการพัฒนายาและลดต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตในระยะยาว 📈

02:17 น.
31 มี.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly ทุ่ม 2.75 พันล้านดอลลาร์ ร่วมมือ Insilico พัฒนายาด้วย AI

Eli Lilly (LLY) ได้บรรลุข้อตกลงมูลค่า 2.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กับ Insilico เพื่อนำยาที่พัฒนาด้วย AI สู่ตลาดโลก 💊 Insilico ได้พัฒนาอย่างน้อย 28 รายการยาโดยใช้เครื่องมือ Generative AI โดยเกือบครึ่งอยู่ในระยะทดลองทางคลินิก การลงทุนนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการค้นคว้ายา ลดต้นทุน และส่งผลดีต่อกลุ่มยาในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ AI ในการนำไปใช้ประโยชน์จริงในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ซึ่งแตกต่างจากการใช้งานด้านบันเทิงที่อาจถูกมองว่าสิ้นเปลืองทรัพยากร 💡