ข่าวหุ้น Eli Lilly and Company (LLY)
NYSEรวมข่าวล่าสุดของ LLY จากตลาดสหรัฐอเมริกา · 30 ข่าว
Eli Lilly ทุ่ม 2.8 พันล้าน USD ซื้อ AtaiBeckley เสริมพอร์ตยาโรคทางจิตเวช
Eli Lilly ประกาศเข้าซื้อ AtaiBeckley มูลค่า 2.8 พันล้าน USD เพื่อเสริมพอร์ตยาด้านประสาทวิทยา โดยเฉพาะยารักษาภาวะซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา 💊 การเข้าซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายธุรกิจให้หลากหลาย นอกเหนือจากความสำเร็จของยาในกลุ่ม GLP-1 สำหรับลดน้ำหนักและเบาหวาน ซึ่งคาดว่าตลาดจะเติบโตถึง 1.5 แสนล้าน USD ในช่วงต้นทศวรรษ 2030 นอกจากนี้ Eli Lilly ยังได้เข้าซื้อ Centessa Pharmaceuticals ในเดือนมิถุนายนด้วยมูลค่า 6.3 พันล้าน USD เพื่อเสริมยาสำหรับภาวะนอนไม่หลับ 📈
เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ PPH vs XLV: ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม
การเปรียบเทียบระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ State Street Health Care ETF (XLV) ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านการกระจุกตัวของพอร์ตและค่าธรรมเนียม PPH มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า (0.36% vs 0.08%) แต่ให้ผลตอบแทนระยะสั้นที่ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วง 3 ปี (13.8% ต่อปี) และ 5 ปี (10.5% ต่อปี) ในขณะที่ XLV มีผลตอบแทนระยะยาว 10 ปีดีกว่า (10.1% ต่อปี) และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก 💰 PPH เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มยาโดยเฉพาะ ขณะที่ XLV กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่กว้างกว่า
เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ FBT vs VHT: ผลตอบแทน, ค่าธรรมเนียม, ความเสี่ยง
กองทุน ETF สุขภาพ FBT (First Trust NYSE Arca Biotechnology Index Fund) เน้นลงทุนในกลุ่มไบโอเทคโนโลยีโดยเฉพาะ มีผลตอบแทน 1 ปี สูงถึง 51.60% แต่มีค่าธรรมเนียม 0.55% และความผันผวนสูงกว่า VHT (Vanguard Health Care ETF) ซึ่งเป็นกองทุนที่กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ทั้งหมด มีค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.09% และมีผลตอบแทน 1 ปี ที่ 25.20% โดย VHT มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ใหญ่กว่าและมีหุ้นที่ถือครองมากกว่า 400 ตัว เทียบกับ FBT ที่มี 30 ตัว การลงทุนใน FBT เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในโมเมนตัมของไบโอเทคโนโลยีและรับความเสี่ยงได้สูง ส่วน VHT เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการการลงทุนที่มั่นคงและมีโอกาสรับเงินปันผล
Eli Lilly (LLY) ยอดขายยา GLP-1 ทะลุ $30B, Cathie Wood เพิ่มสัดส่วน
Eli Lilly (LLY) โชว์ผลงานโดดเด่นจากยา GLP-1 อย่าง tirzepatide ที่มียอดขายเกิน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา และยังคงมีโมเมนตัมที่ดี นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดตัวยาใหม่ Foundayo ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดลดน้ำหนัก และมี pipeline ที่แข็งแกร่ง รวมถึงยาสำหรับโรคอัลไซเมอร์อย่าง Kisunla และ remternetug ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 📈 Cathie Wood แห่ง Ark Investment Management ได้เข้าซื้อหุ้น LLY เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นในนวัตกรรมของบริษัท
Eli Lilly ซื้อ AtaiBeckley มูลค่าสูงสุด 3.8 พันล้าน USD เสริมพอร์ต Neuroscience
Eli Lilly (LLY) ตกลงเข้าซื้อ AtaiBeckley (ATAI) ในดีลที่มีมูลค่าสูงสุด 3.8 พันล้าน USD โดยจะจ่ายเงินสด 6.75 USD ต่อหุ้น และมี Contingent Value Rights (CVRs) เพิ่มเติมสูงสุด 2.50 USD ต่อหุ้นหากบรรลุเป้าหมาย ดีลนี้จะช่วยเสริมพอร์ตด้านประสาทวิทยาของ Lilly ด้วยยาใหม่สำหรับรักษาภาวะซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา 💊 คาดว่าดีลจะเสร็จสิ้นในไตรมาส 3 ปี 2026
3 หุ้นปันผลเด่นครึ่งหลังปี 2026: NVO, O, EPD ให้ผลตอบแทนสูง
บทวิเคราะห์ชี้ 3 หุ้นปันผลเด่นที่น่าสนใจในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ได้แก่ Novo Nordisk (NVO) ที่ให้ผลตอบแทน 3.5% แม้เผชิญการแข่งขันในตลาด GLP-1 แต่ก็มีโอกาสฟื้นตัวจากยาเม็ดใหม่ Realty Income (O) REIT ขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทน 5% มีจุดเด่นที่พอร์ตหลากหลายและประวัติการเพิ่มปันผลยาวนาน และ Enterprise Products Partners (EPD) ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 5.9% จากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เน้นค่าธรรมเนียมการใช้งาน
กองทุนชั้นนำทุ่มหนัก 19 หุ้นเด็ด รวม Eli Lilly, GE Aerospace, TSMC, CrowdStrike
กองทุนชั้นนำกำลังเข้าซื้อหุ้น 19 ตัวอย่างแข็งขัน โดยมีเงินลงทุนจำนวนมากใน 5 หุ้นหลัก ได้แก่ Eli Lilly, GE Aerospace, Taiwan Semiconductor Manufacturing และ CrowdStrike การลงทุนนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้จัดการกองทุนต่อหุ้นเหล่านี้ในสภาวะตลาดปัจจุบัน 📈
Viking Therapeutics (VKTX): ยา VK2735 ลดน้ำหนักได้ดีใน Phase 2 — ลุ้นผล Phase 3 ปี 2027
Viking Therapeutics (VKTX) กำลังพัฒนายารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน VK2735 ซึ่งเป็น dual GLP-1/GIP agonist โดยมีจุดเด่นที่สามารถปรับรูปแบบการใช้จากยาฉีดเป็นการรับประทานได้ ผลการทดลอง Phase 2 แสดงให้เห็นว่า VK2735 สามารถลดน้ำหนักได้ 14.7% ใน 13 สัปดาห์ (รูปแบบฉีด) และ 12.2% (รูปแบบรับประทาน) ซึ่งเร็วกว่าคู่แข่งอย่าง Eli Lilly และ Novo Nordisk อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความปลอดภัยและอัตราการถอนตัวจากการทดลองรูปแบบรับประทานยังคงเป็นที่น่ากังวล โดยมีอัตราการถอนตัว 20% จากผลข้างเคียง นักลงทุนต้องรอผลการทดลอง Phase 3 ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงกลางถึงปลายปี 2027 สำหรับรูปแบบฉีด และปลายปี 2028 ถึงต้นปี 2029 สำหรับรูปแบบรับประทาน 📈
เปรียบเทียบ ETF ยา: PPH ค่าธรรมเนียมต่ำ ปันผลสูง vs PJP โตแรง
การเลือกระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ Invesco Pharmaceuticals ETF (PJP) ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน PPH มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า (0.36% vs 0.57%) และให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า (2.00% vs 0.90%) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้และต้องการการเติบโตระยะยาว โดยมี AUM สูงกว่าและสภาพคล่องดีกว่า 📈 ส่วน PJP ให้ผลตอบแทนราคาที่สูงกว่าใน 1 ปี (49.90% vs 27.10%) และเน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโฟกัสตลาดสหรัฐฯ และยอมจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า
Dow Jones Futures ผันผวน Tesla ยอดขาย EV น่าจับตา
ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในจุดที่ต้องจับตา ท่ามกลางสัญญาณที่หลากหลาย โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี Dow Jones Futures นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ที่กำลังจะประกาศออกมา ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 🚗 ขณะที่ Eli Lilly ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
Pfizer (PFE) จ่ายปันผล 6.9% - นักลงทุนจับตาการฟื้นตัวระยะยาว
Pfizer (PFE) เสนอผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 6.9% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 และอุตสาหกรรมยาอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาหุ้นจะลดลง 60% จากจุดสูงสุดในปี 2021 และเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนายาใหม่ แต่บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อรักษาเงินปันผลและมีแผนการทดลองยาสำคัญหลายรายการ 💊 นักลงทุนระยะยาวที่สามารถยอมรับความไม่แน่นอนในระยะสั้น อาจได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงนี้
ทรัมป์กล่าวถึง Nokia-Eli Lilly หุ้นที่เคยเอ่ยถึงปรับตัวขึ้นแรง
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงบริษัท Nokia และ Eli Lilly ในเชิงบวกในสุนทรพจน์ที่เพนซิลเวเนีย โดยเน้นย้ำถึงการลงทุนและการสร้างงานในสหรัฐฯ ข่าวนี้ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่หุ้นของบริษัทที่ทรัมป์เคยกล่าวถึงในอดีต มักจะปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น Micron ที่เพิ่มขึ้นกว่า 230% และ Dell ที่เพิ่มขึ้นกว่า 230% เช่นกัน 📈
XLV: 2 ปัจจัยชี้ขาดปี 2026 การกำหนดราคา LLY และนโยบายนำเข้ายา
กองทุน XLV (Health Care Select Sector SPDR ETF) เผชิญผลตอบแทนติดลบ 3% ปีนี้ แต่ฟื้นตัว 14% ในปีที่ผ่านมา โดยปี 2026 คาดว่านโยบายจะเอื้ออำนวยมากขึ้น ปัจจัยสำคัญ 2 ประการที่จะตัดสินทิศทางกองทุนคือ การกำหนดราคายาของ Eli Lilly (LLY) และนโยบายการนำเข้ายา 15% ของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่ม Pharma โดยตรง โดยเฉพาะ Merck (MRK) และ AbbVie (ABBV) 💊
Pfizer จ่ายปันผลสูง 6.6% แต่ Payout Ratio เกิน 100% - ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณา
Pfizer (PFE) เสนอผลตอบแทนเงินปันผลสูงถึง 6.6% ซึ่งมากกว่า Eli Lilly (LLY) ถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม Pfizer กำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ยอดขายวัคซีน COVID-19 ต่ำกว่าคาด และยาสำคัญหลายตัวกำลังจะหมดสิทธิบัตรในช่วงปี 2027-2028 นอกจากนี้ บริษัทยังประสบปัญหาในการพัฒนายา GLP-1 และมีอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) เกิน 100% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณที่น่ากังวลสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้ระยะยาว 📈
Cathie Wood ซื้อหุ้น Snowflake กว่า 52 ล้านดอลลาร์ หลังผลประกอบการ Q1/2025 ดีเกินคาด
Cathie Wood ผ่าน Ark Investment Management ได้เข้าซื้อหุ้น Snowflake (SNOW) มูลค่าประมาณ 52 ล้านดอลลาร์ หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2025 ดีกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 33% และให้แนวโน้มรายได้ไตรมาส 2 ที่สดใส ซึ่งได้รับแรงหนุนจาก AI และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ของ Amazon Web Services (AWS) เป็นจำนวน 6 พันล้านดอลลาร์ในอีก 5 ปีข้างหน้า 📈
Novo Nordisk Wegovy Pill ทะลุ 3 ล้านใบสั่งยา — Wall Street อาจมองข้ามโอกาส
Novo Nordisk เปิดตัวยารักษาโรคอ้วนแบบเม็ด Wegovy ได้รับการตอบรับดีเยี่ยม ทะลุ 3 ล้านใบสั่งยาอย่างรวดเร็ว แม้ Wall Street จะกังวลเกี่ยวกับปี 2026 และการแข่งขันจาก Eli Lilly แต่การเติบโตของยารูปแบบเม็ดบ่งชี้ถึงศักยภาพระยะยาว บริษัทมี P/E ratio ที่ 10x ซึ่งถูกกว่า Eli Lilly ที่ 40x และยังมีเงินปันผล 4.1% น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสและรายได้ 💰
ARK Invest เพิ่มการลงทุน Tesla-Snowflake, ลดสัดส่วน Roku กว่า 77 ล้านดอลลาร์
ARK Invest โดย Cathie Wood ได้เพิ่มการลงทุนในหุ้น Tesla (TSLA) และ Snowflake (SNOW) ในวันที่ 18 มิถุนายน โดยเข้าซื้อหุ้น Tesla ประมาณ 44,000 หุ้น มูลค่า 17.6 ล้านดอลลาร์ และหุ้น Snowflake กว่า 149,700 หุ้น มูลค่า 34.8 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังซื้อหุ้น Eli Lilly (LLY) เพิ่มอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ARK Invest ได้ขายหุ้น Roku (ROKU) ออกไปประมาณ 561,800 หุ้น มูลค่า 77.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับพอร์ตการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต 📈
NVIDIA, Eli Lilly, JNJ ประกาศผลประกอบการ Q1 แข็งแกร่งเกินคาด – รายได้ NVDA โต 85%, LLY โต 55%, JNJ ปรับเพิ่ม Guidance
NVIDIA (NVDA) รายงานรายได้ Q1 FY27 ที่ 81.61 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 85.23% YoY และกำไรต่อหุ้นที่ไม่ใช่ GAAP อยู่ที่ 1.87 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประมาณการ Eli Lilly (LLY) มีรายได้ Q1 2026 ที่ 19.80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 55.5% YoY โดย Mounjaro ทำรายได้ 8.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Johnson & Johnson (JNJ) มีรายได้ Q1 2026 เพิ่มขึ้น 9.9% YoY เป็น 24.062 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเป็น 100.3-101.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 💰 ทั้งสามบริษัทแสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
Eli Lilly ลดลงทุนเยอรมนี 50% ย้ายฐานผลิตสู่สหรัฐฯ หลังเจอแรงกดดันด้านราคา
Eli Lilly (LLY) ประกาศลดแผนการลงทุนในเยอรมนีลงครึ่งหนึ่ง จาก 2.3 พันล้านยูโร เหลือประมาณ 1.15 พันล้านยูโร โดยจะย้ายเงินทุนไปลงทุนในสหรัฐฯ แทน เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลเยอรมนีที่ต้องการลดราคายา ทำให้การวางแผนธุรกิจระยะยาวขาดความแน่นอน 🏭 โรงงานผลิตยาในเมือง Alzey จะยังคงเปิดดำเนินการในปี 2027 แต่ด้วยกำลังการผลิตที่ลดลงและจำนวนพนักงานที่น้อยลงกว่าแผนเดิม 📈 แม้จะมีการปรับลดการลงทุนในเยอรมนี แต่ Eli Lilly ยังคงแข็งแกร่งจากยอดขายยา Mounjaro และ Zepbound ที่เติบโตอย่างมาก โดยบริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทั้งปี 2026 เป็น 82-85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Eli Lilly ทุ่ม 3.8 พันล้านดอลลาร์ ซื้อ 3 บริษัทวัคซีน เสริมธุรกิจระยะยาว
Eli Lilly (NYSE: LLY) ใช้เงิน 3.8 พันล้านดอลลาร์ ซื้อบริษัทที่เน้นวัคซีน 3 แห่ง เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจยา GLP-1 ที่ปัจจุบันทำรายได้หลัก 12.8 พันล้านดอลลาร์ใน Q1 2026 จาก Mounjaro และ Zepbound ที่เติบโต 125% และ 80% ตามลำดับ 📈 แม้ว่านักลงทุนจะให้ความสนใจกับยา GLP-1 เป็นหลัก แต่การลงทุนในธุรกิจวัคซีนนี้เป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อชดเชยรายได้ในอนาคตเมื่อสิทธิบัตรยาปัจจุบันหมดอายุ