StockNotify
3
LLY

ข่าวหุ้น Eli Lilly and Company (LLY)

NYSE

รวมข่าวล่าสุดของ LLY จากตลาดสหรัฐอเมริกา · 40 ข่าว

18:01 น.
10 ก.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

NVIDIA vs Eli Lilly: ใครดีกว่ากัน? การเติบโต Q2 และแนวโน้มปี 2026

NVIDIA รายงานรายได้ Q2/FY2027 ที่ 96.22 พันล้าน USD เพิ่มขึ้น 105.8% YoY โดยมี Data Center เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ Eli Lilly มีรายได้ Q2/2026 ที่ 22.97 พันล้าน USD เพิ่มขึ้น 47.7% YoY จากกลุ่มยา GLP-1 (Mounjaro, Zepbound) แม้ว่า NVIDIA จะมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่า แต่ Eli Lilly ก็ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปี 2026 เป็น 85-87 พันล้าน USD และกำลังขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง 💊

17:23 น.
8 ก.ย. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Novo Nordisk: หุ้นน่าสนใจหลังปรับฐาน Valuation ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

Novo Nordisk กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด GLP-1 จาก Eli Lilly โดยการปรับกลยุทธ์ไปสู่โมเดลที่เน้นปริมาณการขายมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะสั้น แม้จะมีความไม่แน่นอน แต่การประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบัน เช่น P/S ที่ 4x, P/E ที่ 11.6x และ P/B ที่ 6.1x นั้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้หุ้นน่าสนใจสำหรับนักลงทุนเน้นคุณค่าและนักลงทุนที่มองหาเงินปันผล 💰

17:18 น.
2 ก.ย. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

FHLC vs IBBQ: ETF สุขภาพต่างกันอย่างไร — เลือกตามเป้าหมาย

การเลือกลงทุนในกองทุน ETF กลุ่ม Healthcare มีทางเลือกที่แตกต่างกันระหว่าง Fidelity MSCI Health Care Index ETF (FHLC) ที่เน้นความหลากหลายและต้นทุนต่ำ (0.08%) กับ Invesco Nasdaq Biotechnology ETF (IBBQ) ที่เน้นเฉพาะกลุ่มไบโอเทคและให้ผลตอบแทนสูงกว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (56.4% vs 29.2%) โดย FHLC มีความผันผวนต่ำกว่าและจ่ายปันผลสูงกว่า (1.2% vs 0.7%) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง ในขณะที่ IBBQ เหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและมองหาโอกาสเติบโตจากกลุ่มไบโอเทคที่มีความไม่แน่นอนสูง 📈

20:09 น.
29 ส.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

AbbVie vs Eli Lilly: หุ้น Healthcare ตัวไหนน่าซื้อในปี 2026? | รายได้ Eli Lilly แซง AbbVie

Eli Lilly และ AbbVie เป็นบริษัทเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดย Eli Lilly มีรายได้ในปี 2025 สูงถึง 65,200 ล้าน USD เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อนหน้า ขับเคลื่อนด้วยยาเบาหวานและลดน้ำหนัก Mounjaro และ Zepbound ซึ่งคิดเป็น 56% ของรายได้ทั้งหมด ในขณะที่ AbbVie มีรายได้ 61,200 ล้าน USD เพิ่มขึ้น 8.7% โดยมีรายได้หลักจากยาภูมิคุ้มกันบำบัด Skyrizi และ Rinvoq ที่คิดเป็น 42% ของรายได้ แม้ Eli Lilly จะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงกว่า (1.6x เทียบกับ -21x ของ AbbVie) แต่ก็มีอัตราส่วนหมุนเวียนที่ดีกว่า (1.6x เทียบกับ 0.7x) และมีศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่าในระยะยาวจากการมุ่งเน้นตลาด GLP-1 ที่แข็งแกร่ง 📈

23:16 น.
23 ส.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Rhythm Pharmaceuticals (RYTM) ขยายตลาดรักษาโรคอ้วนหายาก เพิ่มโอกาสธุรกิจ

Rhythm Pharmaceuticals (RYTM) มุ่งเน้นการรักษาโรคอ้วนที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือความเสียหายของสมอง ซึ่งแตกต่างจาก Eli Lilly และ Novo Nordisk โดยมีผลิตภัณฑ์หลักคือ Imcivree ซึ่งได้รับการอนุมัติให้รักษาโรคอ้วนจากภาวะขาดฮอร์โมน POMC, Bardet-Biedl syndrome และ acquired hypothalamic obesity (HO) ซึ่งการอนุมัติล่าสุดสำหรับ HO ได้เพิ่มขนาดตลาดที่เข้าถึงได้มากกว่าสี่เท่า โดยรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 47% YoY นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการรักษาไปยัง Prader-Willi syndrome ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ 📈

21:00 น.
15 ส.ค. 2569
ตลาด
เชิงบวก

XMAG Outperform MAGS ในปี 2026: หุ้นนอก Mag 7 ทำผลงานดีกว่า

กองทุน XMAG ที่เน้นหุ้นนอกกลุ่ม Magnificent Seven (Mag 7) ทำผลงานได้ดีกว่ากองทุน MAGS ที่เน้นหุ้นกลุ่ม Mag 7 ในปี 2026 โดย XMAG ให้ผลตอบแทน YTD 15.95% ขณะที่ MAGS ให้ผลตอบแทนเพียง 4.82% สาเหตุหลักมาจากหุ้น Tesla ที่เป็นส่วนหนึ่งของ MAGS ปรับตัวลดลง 26.94% YTD ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนรวมของกองทุน 📉 โครงสร้างของ MAGS มีสินทรัพย์ส่วนใหญ่อยู่ในตั๋วเงินคลัง (52.67%) และตราสารอนุพันธ์ (ราว 113.2 ล้าน USD) แทนที่จะเป็นหุ้นโดยตรง (34.11%) ทำให้ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับทั้งราคาหุ้นอ้างอิงและราคาของสัญญาอนุพันธ์

19:14 น.
15 ส.ค. 2569
ผลประกอบการ
เชิงบวก

Eli Lilly (LLY) รายได้ Q2 โต 48% แตะ $23B, ปรับเพิ่ม Guidance ปี 2026

Eli Lilly (LLY) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะ 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากยา Zepbound และ Mounjaro บริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทั้งปี 2026 เป็น 85,000-87,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจยา ลดน้ำหนักและเบาหวาน 💊 Eli Lilly ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดและตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยที่หลากหลาย

13:17 น.
11 ส.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly แกร่งกว่า Novo Nordisk? Q1 2026 รายได้ LLY พุ่ง 56% ท่ามกลางศึกกฎหมาย

Eli Lilly (LLY) และ Novo Nordisk (NVO) กำลังเผชิญหน้ากันในชั้นศาล โดย Novo Nordisk กล่าวหา Eli Lilly ว่าใช้ข้อมูลการทดลองที่ล้าสมัยในการโฆษณา Zepbound และ Mounjaro อย่างไรก็ตาม Eli Lilly ยืนยันว่าข้อมูลถูกต้องและมาจากงานวิจัย SURMOUNT-5 โดยตรง ในไตรมาส 1 ปี 2026 Eli Lilly แสดงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 56% และปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทั้งปี ขณะที่ Novo Nordisk แม้จะมีการเติบโต แต่ได้รับผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงในสหรัฐฯ และการกลับรายการตั้งสำรองพิเศษ 340B ทำให้รายได้ที่ปรับปรุงแล้วลดลง 4% 📉

17:17 น.
8 ส.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

IXJ vs XBI: เปรียบเทียบกองทุน Healthcare ETF ตัวไหนให้ผลตอบแทนดีกว่ากันในปี 2026

กองทุน iShares Global Healthcare ETF (IXJ) และ State Street SPDR Biotech ETF (XBI) นำเสนอทางเลือกลงทุนในกลุ่ม Healthcare ที่แตกต่างกัน โดย XBI เน้นหุ้น Biotech ขนาดเล็กถึงกลางในสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทน 1 ปี สูงถึง 80.2% และมีผลตอบแทนระยะยาวดีกว่าในหลายช่วงเวลา แม้จะมีความผันผวนสูงกว่าก็ตาม 📈 ในขณะที่ IXJ เน้นหุ้น Healthcare ทั่วโลกขนาดใหญ่ มีความมั่นคงกว่าและจ่ายเงินปันผลสูงกว่า (1.4%) แต่ผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 23.7% การเลือกลงทุนขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของนักลงทุนแต่ละราย

18:19 น.
31 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly แซงหน้า Novo Nordisk ในตลาด GLP-1 — ส่วนแบ่งตลาด 60% คือปัจจัยชี้ขาด

Eli Lilly (LLY) กำลังทำผลงานได้ดีกว่า Novo Nordisk (NVO) อย่างมากในตลาด GLP-1 สำหรับรักษาโรคอ้วน โดย LLY ครองส่วนแบ่งตลาด 60% จากยา Zepbound ในขณะที่ NVO เพิ่งเปิดตัวยารูปแบบเม็ด Wegovy และมีแนวโน้มเติบโตดี ตลาด GLP-1 คาดการณ์ว่าจะเติบโตจาก 66 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เป็น 120 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 📈

17:21 น.
28 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly ทุ่ม 2.8 พันล้าน USD ซื้อ AtaiBeckley เสริมพอร์ตยาโรคทางจิตเวช

Eli Lilly ประกาศเข้าซื้อ AtaiBeckley มูลค่า 2.8 พันล้าน USD เพื่อเสริมพอร์ตยาด้านประสาทวิทยา โดยเฉพาะยารักษาภาวะซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา 💊 การเข้าซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายธุรกิจให้หลากหลาย นอกเหนือจากความสำเร็จของยาในกลุ่ม GLP-1 สำหรับลดน้ำหนักและเบาหวาน ซึ่งคาดว่าตลาดจะเติบโตถึง 1.5 แสนล้าน USD ในช่วงต้นทศวรรษ 2030 นอกจากนี้ Eli Lilly ยังได้เข้าซื้อ Centessa Pharmaceuticals ในเดือนมิถุนายนด้วยมูลค่า 6.3 พันล้าน USD เพื่อเสริมยาสำหรับภาวะนอนไม่หลับ 📈

18:14 น.
26 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ PPH vs XLV: ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียม

การเปรียบเทียบระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ State Street Health Care ETF (XLV) ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านการกระจุกตัวของพอร์ตและค่าธรรมเนียม PPH มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า (0.36% vs 0.08%) แต่ให้ผลตอบแทนระยะสั้นที่ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วง 3 ปี (13.8% ต่อปี) และ 5 ปี (10.5% ต่อปี) ในขณะที่ XLV มีผลตอบแทนระยะยาว 10 ปีดีกว่า (10.1% ต่อปี) และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก 💰 PPH เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มยาโดยเฉพาะ ขณะที่ XLV กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่กว้างกว่า

13:16 น.
23 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF สุขภาพ FBT vs VHT: ผลตอบแทน, ค่าธรรมเนียม, ความเสี่ยง

กองทุน ETF สุขภาพ FBT (First Trust NYSE Arca Biotechnology Index Fund) เน้นลงทุนในกลุ่มไบโอเทคโนโลยีโดยเฉพาะ มีผลตอบแทน 1 ปี สูงถึง 51.60% แต่มีค่าธรรมเนียม 0.55% และความผันผวนสูงกว่า VHT (Vanguard Health Care ETF) ซึ่งเป็นกองทุนที่กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ทั้งหมด มีค่าธรรมเนียมต่ำเพียง 0.09% และมีผลตอบแทน 1 ปี ที่ 25.20% โดย VHT มีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ใหญ่กว่าและมีหุ้นที่ถือครองมากกว่า 400 ตัว เทียบกับ FBT ที่มี 30 ตัว การลงทุนใน FBT เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อมั่นในโมเมนตัมของไบโอเทคโนโลยีและรับความเสี่ยงได้สูง ส่วน VHT เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการการลงทุนที่มั่นคงและมีโอกาสรับเงินปันผล

23:10 น.
19 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly (LLY) ยอดขายยา GLP-1 ทะลุ $30B, Cathie Wood เพิ่มสัดส่วน

Eli Lilly (LLY) โชว์ผลงานโดดเด่นจากยา GLP-1 อย่าง tirzepatide ที่มียอดขายเกิน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา และยังคงมีโมเมนตัมที่ดี นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดตัวยาใหม่ Foundayo ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดลดน้ำหนัก และมี pipeline ที่แข็งแกร่ง รวมถึงยาสำหรับโรคอัลไซเมอร์อย่าง Kisunla และ remternetug ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 📈 Cathie Wood แห่ง Ark Investment Management ได้เข้าซื้อหุ้น LLY เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นในนวัตกรรมของบริษัท

13:19 น.
16 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Eli Lilly ซื้อ AtaiBeckley มูลค่าสูงสุด 3.8 พันล้าน USD เสริมพอร์ต Neuroscience

Eli Lilly (LLY) ตกลงเข้าซื้อ AtaiBeckley (ATAI) ในดีลที่มีมูลค่าสูงสุด 3.8 พันล้าน USD โดยจะจ่ายเงินสด 6.75 USD ต่อหุ้น และมี Contingent Value Rights (CVRs) เพิ่มเติมสูงสุด 2.50 USD ต่อหุ้นหากบรรลุเป้าหมาย ดีลนี้จะช่วยเสริมพอร์ตด้านประสาทวิทยาของ Lilly ด้วยยาใหม่สำหรับรักษาภาวะซึมเศร้าที่ดื้อต่อการรักษา 💊 คาดว่าดีลจะเสร็จสิ้นในไตรมาส 3 ปี 2026

14:17 น.
11 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

3 หุ้นปันผลเด่นครึ่งหลังปี 2026: NVO, O, EPD ให้ผลตอบแทนสูง

บทวิเคราะห์ชี้ 3 หุ้นปันผลเด่นที่น่าสนใจในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ได้แก่ Novo Nordisk (NVO) ที่ให้ผลตอบแทน 3.5% แม้เผชิญการแข่งขันในตลาด GLP-1 แต่ก็มีโอกาสฟื้นตัวจากยาเม็ดใหม่ Realty Income (O) REIT ขนาดใหญ่ที่ให้ผลตอบแทน 5% มีจุดเด่นที่พอร์ตหลากหลายและประวัติการเพิ่มปันผลยาวนาน และ Enterprise Products Partners (EPD) ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 5.9% จากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เน้นค่าธรรมเนียมการใช้งาน

12:01 น.
10 ก.ค. 2569
ตลาด
เชิงบวก

กองทุนชั้นนำทุ่มหนัก 19 หุ้นเด็ด รวม Eli Lilly, GE Aerospace, TSMC, CrowdStrike

กองทุนชั้นนำกำลังเข้าซื้อหุ้น 19 ตัวอย่างแข็งขัน โดยมีเงินลงทุนจำนวนมากใน 5 หุ้นหลัก ได้แก่ Eli Lilly, GE Aerospace, Taiwan Semiconductor Manufacturing และ CrowdStrike การลงทุนนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้จัดการกองทุนต่อหุ้นเหล่านี้ในสภาวะตลาดปัจจุบัน 📈

12:21 น.
6 ก.ค. 2569
บริษัท
เชิงบวก

Viking Therapeutics (VKTX): ยา VK2735 ลดน้ำหนักได้ดีใน Phase 2 — ลุ้นผล Phase 3 ปี 2027

Viking Therapeutics (VKTX) กำลังพัฒนายารักษาโรคอ้วนและเบาหวาน VK2735 ซึ่งเป็น dual GLP-1/GIP agonist โดยมีจุดเด่นที่สามารถปรับรูปแบบการใช้จากยาฉีดเป็นการรับประทานได้ ผลการทดลอง Phase 2 แสดงให้เห็นว่า VK2735 สามารถลดน้ำหนักได้ 14.7% ใน 13 สัปดาห์ (รูปแบบฉีด) และ 12.2% (รูปแบบรับประทาน) ซึ่งเร็วกว่าคู่แข่งอย่าง Eli Lilly และ Novo Nordisk อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านความปลอดภัยและอัตราการถอนตัวจากการทดลองรูปแบบรับประทานยังคงเป็นที่น่ากังวล โดยมีอัตราการถอนตัว 20% จากผลข้างเคียง นักลงทุนต้องรอผลการทดลอง Phase 3 ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงกลางถึงปลายปี 2027 สำหรับรูปแบบฉีด และปลายปี 2028 ถึงต้นปี 2029 สำหรับรูปแบบรับประทาน 📈

21:12 น.
4 ก.ค. 2569
ทั่วไป
เชิงบวก

เปรียบเทียบ ETF ยา: PPH ค่าธรรมเนียมต่ำ ปันผลสูง vs PJP โตแรง

การเลือกระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ Invesco Pharmaceuticals ETF (PJP) ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน PPH มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า (0.36% vs 0.57%) และให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า (2.00% vs 0.90%) เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เน้นรายได้และต้องการการเติบโตระยะยาว โดยมี AUM สูงกว่าและสภาพคล่องดีกว่า 📈 ส่วน PJP ให้ผลตอบแทนราคาที่สูงกว่าใน 1 ปี (49.90% vs 27.10%) และเน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโฟกัสตลาดสหรัฐฯ และยอมจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า

20:01 น.
28 มิ.ย. 2569
ตลาด
กลาง

Dow Jones Futures ผันผวน Tesla ยอดขาย EV น่าจับตา

ตลาดหุ้นกำลังอยู่ในจุดที่ต้องจับตา ท่ามกลางสัญญาณที่หลากหลาย โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี Dow Jones Futures นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ที่กำลังจะประกาศออกมา ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี 🚗 ขณะที่ Eli Lilly ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง