เวียดนามถูกยกระดับตลาดหุ้นสู่ตลาดเกิดใหม่รอง FTSE Russell ดึงดูดเงินลงทุน
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
ตลาดหุ้นเวียดนามเตรียมได้รับการยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรองโดย FTSE Russell ตั้งแต่ ก.ย. 2026 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บางบริษัทเผชิญความท้าทายทางการเงิน เช่น LTCC ขาดทุนต่อเนื่องและหนี้สินเพิ่ม, APT แบกหนี้ทองคำสูงและเสี่ยงสูญเสียสถานะบริษัทมหาชน ขณะที่ CLX วางแผนกำไรปี 2026 และปันผล 7%, และ CTCP Thời Đại Mới T&T พลิกมีกำไรในปี 2025 ด้านกลุ่ม บล. มีการแข่งขันสูง โดย VPBankS ตั้งเป้ากำไรปี 2026 โต 44.2% รับอานิสงส์ตลาดหุ้นถูกยกระดับ 📈 นักลงทุนสถาบันในประเทศกลับมาซื้อสุทธิหุ้น KBC ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นแบงก์ แต่มีแรงซื้อใน VIC และ DGC ส่วน PLX คาดกำไรปี 2026 ลดลง 7% จากผลกระทบ EV และนโยบาย ⛽
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับการยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging Market) โดย FTSE Russell ตั้งแต่ 21 กันยายน 2026 คาดดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น
หลายบริษัทจดทะเบียนเผชิญความท้าทายทางการเงิน เช่น Xi măng Long Thành (LTCC) ขาดทุนต่อเนื่องและหนี้สินเพิ่ม, APT แบกหนี้ทองคำสูงและเสี่ยงสูญเสียสถานะบริษัทมหาชน
บางบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้นและวางแผนอนาคต เช่น Cholimex (CLX) คาดกำไรปี 2026 และปันผล 7%, CTCP Thời Đại Mới T&T พลิกมีกำไรในปี 2025
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มีการแข่งขันสูง โดย VPS ยังคงครองอันดับ 1 ส่วนแบ่งการตลาด HNX-UPCoM, VPBankS ตั้งเป้ากำไรปี 2026 โต 44.2% รับอานิสงส์ตลาดหุ้นถูกยกระดับ
นักลงทุนสถาบันในประเทศกลับมาซื้อสุทธิ โดยเฉพาะหุ้น KBC ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นแบงก์ แต่มีแรงซื้อใน VIC และ DGC
Petrolimex (PLX) คาดกำไรปี 2026 ลดลง 7% จากผลกระทบ EV และนโยบายจำกัดรถยนต์สันดาป
หุ้นที่ระบุในรายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Xi măng Long Thành ขาดทุนต่อเนื่องปีที่ 5 หนี้สินพุ่ง
บริษัท Xi măng Long Thành (LTCC) รายงานผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในปี 2025 โดยมีผลขาดทุนเกือบ 53 พันล้านดอง ส่งผลให้ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 146 พันล้านดอง ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 12% เป็นกว่า 5.2 พันล้านดอง โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินจากการกู้ยืมและหุ้นกู้ 💰
APT แบกหนี้ทองคำกว่า 2,700 พันล้านดอง เสี่ยงสูญเสียสถานะบริษัทมหาชน
CTCP Kinh doanh Thủy Hải sản Sài Gòn (APT) เผชิญภาระหนี้สินกว่า 2,700 พันล้านดอง จากการกู้ยืมทองคำ SJC กว่า 5,833 ตำลึงตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งยังไม่ได้รับการชำระคืนจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปี 2025 จากการประเมินมูลค่าหนี้สินตามราคาทองคำในตลาด ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 1,150 พันล้านดอง และมีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 2,600 พันล้านดอง นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญกับคดีความจากธนาคารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ SATRA ที่ฟ้องร้องเรียกหนี้สินและดอกเบี้ย แม้ว่าผลประกอบการจากการดำเนินงานจะเกินเป้าหมาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยภาระทางการเงินที่หนักอึ้งได้ บริษัทกำลังพิจารณาหาผู้ลงทุนเพื่อซื้อหนี้และปรับโครงสร้างทางการเงิน รวมถึงมีเวลาถึงต้นปี 2027 เพื่อแก้ไขสถานะการเป็นบริษัทมหาชน
สรุปข่าวหุ้นเวียดนาม 08/04/2026: ดัชนีปรับขึ้น, CTG-VCI สัญญาณบวก
ดัชนี VN-Index และ HNX-Index ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันที่ 08/04/2026 โดย VN-Index ทะลุแนวต้าน SMA 200 วัน และ HNX-Index กลับตัวเหนือเส้นกลาง Bollinger Bands ขณะที่หุ้น CTG และ VCI แสดงสัญญาณเชิงบวก นักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น CTG จากรูปแบบ Rising Window และ Stochastic Oscillator ที่ให้สัญญาณซื้อ ส่วน VCI ได้รับแรงหนุนจากรูปแบบ Rising Window และ MACD ที่ปรับตัวขึ้นเหนือ 0 โดยทั้งสองหุ้นกำลังทดสอบแนวรับสำคัญ ซึ่งจะกำหนดทิศทางในระยะถัดไป 📈
Cholimex (CLX) วางแผนกำไรปี 2026 คาดปันผลขั้นต่ำ 7% พร้อมเดินหน้าโครงการ
Cholimex (CLX) วางแผนปี 2026 ด้วยรายได้รวม 662 พันล้านดอง และกำไรหลังหักภาษี 210 พันล้านดอง โดยคาดการณ์เงินปันผลขั้นต่ำ 7% บริษัทฯ ประเมินเศรษฐกิจเวียดนามยังมีศักยภาพเติบโตจากภาคการผลิตเทคโนโลยีสูงและ FDI แต่ยังคงจับตาความเสี่ยงจากปัจภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มการกีดกันทางการค้า ในปี 2025 บริษัทฯ มีรายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 662 พันล้านดอง และกำไรหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% เป็น 206 พันล้านดอง พร้อมจ่ายปันผล 7.5% นอกจากนี้ CLX ยังมีความคืบหน้าด้านการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และโครงการโรงงานให้เช่า รวมถึงการจัดการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมและโครงการที่อยู่อาศัย ☀️
PJT มุ่งมั่นจ่ายปันผล 6-10% ต่อปี พร้อมแผนปรับโครงสร้างกองเรือ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2026 ของ PJT ได้อนุมัติแผนการปรับโครงสร้างกองเรือ โดยมีเป้าหมายที่จะปลดระวางเรือ 4 ลำ และลงทุนในเรือใหม่ 5 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง นอกจากนี้ บริษัทได้ให้คำมั่นที่จะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 6-10% ต่อปีในช่วงปี 2026-2030 โดยมีเป้าหมายรายได้รวมปี 2026 ที่ 808 พันล้านดอง และกำไรหลังหักภาษี 20.8 พันล้านดอง 💰
CTCP Thời Đại Mới T&T พลิกกำไรกว่า 15.3 พันล้านดองในปี 2025
CTCP Thời Đại Mới T&T รายงานผลประกอบการปี 2025 พลิกจากขาดทุนเกือบ 200 พันล้านดอง เป็นกำไรกว่า 15.3 พันล้านดอง โดยมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า เป็นกว่า 146 พันล้านดอง และส่วนของผู้ถือหุ้นกว่า 26.1 พันล้านดอง บริษัทได้ออกหุ้นกู้ใหม่มูลค่า 8 พันล้านดอง และมีหุ้นกู้คงค้างรวม 16.05 พันล้านดอง โดยมีแผนร่วมทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะสร้างรายได้และกำไรในระยะสั้นถึงกลาง 🏢
ส่วนแบ่งการตลาดบริษัทหลักทรัพย์เวียดนาม Q1/2026: HNX-UPCoM ผันผวน, VPS นำ
ตลาดหลักทรัพย์ฮานอย (HNX) และ UPCoM มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในกลุ่ม 10 บริษัทหลักทรัพย์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในไตรมาส 1/2026 โดยรวมส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่ม Top 10 บน HNX เพิ่มขึ้นเป็น 67.13% และบน UPCoM เพิ่มขึ้นเป็น 73.18% บริษัทหลักทรัพย์ VPS ยังคงครองอันดับ 1 ทั้งสองตลาด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดบน UPCoM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บางบริษัทมีการปรับอันดับขึ้นลงอย่างน่าสนใจ เช่น SSI และ VNDIRECT ที่สลับตำแหน่งกันบน HNX และการกลับเข้ามาของ Vietcap และ FPTS ในกลุ่ม Top 10 HNX รวมถึงการเข้ามาของ BSC และ DNSE ในกลุ่ม Top 10 UPCoM แทนที่ Vietcap และ VPBankS 📈
VPBankS ตั้งเป้ากำไรปี 2026 โต 44.2% รับอานิสงส์ตลาดหุ้นเวียดนามถูกยกระดับ
VPBankS ตั้งเป้าหมายปี 2026 ที่ทะเยอทะยาน โดยมีเป้าหมายกำไรก่อนหักภาษีที่ 6,453 พันล้านดอง เพิ่มขึ้น 44.2% จากปี 2025 ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทคาดการณ์ว่าการที่ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับการยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับมัธยภูมิ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดใน HOSE เป็น 5% และเพิ่มปริมาณการให้กู้ยืมมาร์จิ้นเป็นสองเท่าในปี 2026 นอกจากนี้ VPBankS ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจวาณิชธนกิจ โดยอาศัยความร่วมมือกับธนาคารแม่ VPBank และพันธมิตร SMBC เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าและบรรลุเป้าหมายการเป็นบริษัทหลักทรัพย์อันดับ 1 ของเวียดนามภายในปี 2030 📈
TCH ถูกปรับภาษี 20 พันล้านดอง, Dragon Capital เพิ่มสัดส่วนถือหุ้น
บริษัท Dịch vụ Tài chính Hoàng Huy (TCH) ถูกหน่วยงานสรรพากรเมืองไฮฟองสั่งปรับและเรียกเก็บภาษีย้อนหลังรวมกว่า 20,000 ล้านดอง (ประมาณ 2.7 พันล้านดองค่าปรับ, 13.7 พันล้านดองภาษีที่ต้องชำระคืน และ 3.8 พันล้านดองค่าปรับล่าช้า) จากการยื่นภาษีผิดพลาด โดย TCH ได้แจ้งว่าได้ดำเนินการชำระหนี้ภาษีดังกล่าวครบถ้วนแล้ว ในขณะเดียวกัน กลุ่มกองทุน Dragon Capital ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน TCH ขึ้นเป็นกว่า 6% หลังจากการซื้อหุ้นเพิ่มอีก 650,000 หุ้น เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 ซึ่งเป็นการเพิ่มสัดส่วนการถือครองอีกครั้งหลังจากที่เคยลดลงต่ำกว่า 6% ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026
เวียดนามเลื่อนระดับตลาดหุ้นเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรองโดย FTSE Russell
ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับการยืนยันจาก FTSE Russell ให้เลื่อนระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging Market) โดยมีผลตั้งแต่ 21 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นผลจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการดำเนินงาน รวมถึงการนำร่องโมเดล Global Broker และกลไก Non-Pre-funding (NPF) การยกระดับนี้คาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น และเพิ่มสภาพคล่องและการประเมินมูลค่าตลาดในระยะกลาง อย่างไรก็ตาม การยกระดับนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพตลาดในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพ การบริหารจัดการที่ดี ความโปร่งใส และการคุ้มครองนักลงทุน 🇻🇳📈
Petrolimex คาดกำไรปี 2026 ลดลง 7% จากผลกระทบ EV และนโยบาย
Petrolimex (PLX) คาดการณ์กำไรก่อนหักภาษีปี 2026 ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 10% เป็น 19.4 ล้านตัน/ลบ.ม. และรายได้ 315 ล้านล้านดอง เพิ่มขึ้น 2% โดยปัจจัยกดดันมาจากผลกระทบของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และนโยบายจำกัดการใช้รถยนต์สันดาปในเมืองใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งผลชัดเจนตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนน้ำมันและค่าขนส่ง อย่างไรก็ตาม PLX ยังคงมีแผนขยายธุรกิจสู่สถานีบริการรถบรรทุกและจุดพักรถบนทางด่วน เพื่อกระจายแหล่งรายได้ ⛽
เวียดนามถูกยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่โดย FTSE Russell มีผลปี 2026
ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับการยกระดับเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging Market) โดย FTSE Russell โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2026 การยกระดับนี้เกิดขึ้นหลังจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการดำเนินงาน รวมถึงการนำโมเดล Global Broker มาใช้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการซื้อขายและจำลองดัชนี การเปลี่ยนแปลงนี้คาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุน Passive Funds ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจสูงถึง 10.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุน Active Funds ในกรณีที่ดีที่สุด ตลาดหุ้นที่เคยได้รับการยกระดับจาก FTSE Russell มักจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นในระยะกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสเงินทุนและการพัฒนาคุณภาพตลาด 📈🇻🇳
สรุปข่าวการลงทุน: KBC ได้รับแรงซื้อจากสถาบันในประเทศ, ต่างชาติขายหุ้นแบงก์
ในวันที่ 7 เมษายน 2567 นักลงทุนสถาบันในประเทศ (Tự doanh) กลับมาซื้อสุทธิในตลาด HOSE โดยเน้นลงทุนในหุ้น KBC เป็นจำนวนมากถึง 331 พันล้านดอง ในขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติยังคงมีแรงขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นธนาคาร เช่น TCB, HDB, และ MBB อย่างไรก็ตาม มีหุ้นบางตัวที่นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิ เช่น VIC และ DGC 📈
ระบบทำการวิเคราะห์และให้น้ำหนักความสำคัญของข่าว (Importance Score) จากหลายปัจจัย เพื่อคัดกรองข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด
