สหรัฐฯ สร้างคลังสำรองแร่ธาตุ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดพึ่งพาจีน
สรุปข่าว
รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ กำลังริเริ่ม "Project Vault" เพื่อสร้างคลังสำรองแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์ มูลค่า 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดการพึ่งพาจีนในด้านแร่ธาตุสำคัญ เช่น แร่ธาตุหายาก แกลเลียม และโคบอลต์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยี 💰 โครงการนี้จะได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเอกชนและเงินกู้จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐฯ โดยมีบริษัทใหญ่หลายแห่ง เช่น General Motors, Stellantis และ Google เข้าร่วมเป็นพันธมิตร การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการสร้างความมั่นคงทางอุปทานและลดความเสี่ยงจากการถูกกดดันทางการค้าจากจีน ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดการแปรรูปแร่ธาตุหายากสูงถึง 90% 🌐 การจัดตั้งคลังสำรองนี้อาจส่งผลดีต่อผู้ผลิตในสหรัฐฯ ที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนวัตถุดิบในอดีต และอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในอนาคต
ประเด็นสำคัญและตัวเลขที่น่าสนใจ
- 💰คลังสำรองแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์มูลค่าประมาณ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- 💰เงินทุนภาคเอกชน 1.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- 💰เงินกู้ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐฯ
- 📊จีนครอบครองความสามารถในการแปรรูปแร่ธาตุหายากประมาณ 90% ทั่วโลก
👀 สิ่งที่ต้องจับตามอง
- การลงมติอนุมัติเงินกู้ 15 ปีสำหรับโครงการ "Project Vault" โดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐฯ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์
- การพบปะระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับ Mary Barra ซีอีโอของ General Motors และ Robert Friedland ซีอีโอของ Ivanhoe Mines
⚠️ ความเสี่ยงและข้อกังวล
- •️ ความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากภาครัฐและเอกชน
- •ความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคาแร่ธาตุในตลาดโลก
- •🔻 ความเป็นไปได้ที่จีนอาจใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า
- •⚡ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของโครงการในระยะยาว
✅ โอกาสและปัจจัยบวก
- •⭐ โอกาสในการลดการพึ่งพาการนำเข้าแร่ธาตุสำคัญจากจีน
- •การสร้างความมั่นคงทางอุปทานสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในสหรัฐฯ
- •💎 ศักยภาพในการสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศให้สามารถรับมือกับการขาดแคลนวัตถุดิบ
- •🔥 แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการผลิตและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุสำคัญ
