รวมข่าวหุ้น XOM ล่าสุด พร้อมข้อมูลหุ้น สัญญาณ บทความ และคำถามที่พบบ่อย
หน้านี้รวบรวมข่าวล่าสุดของ XOM และเชื่อมไปยังหน้าหุ้น สัญญาณ Scanner และบทความที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์หุ้นที่เปิดให้ Google และ AI อ่านได้จากข้อมูลที่ StockNotify มีอยู่
ข่าวที่เชื่อมกับหน้า Hub นี้และเปิดให้ระบบค้นหาอ่านได้
Nvidia (NVDA) และ Microsoft (MSFT) ซึ่งเป็นหุ้นเทคโนโลยี AI พื้นฐาน ได้แซงหน้า ExxonMobil (XOM) ในการจ่ายเงินปันผลประจำปี โดย Nvidia ได้เพิ่มเงินปันผลรายไตรมาสขึ้น 25 เท่า เป็น 0.25 USD ต่อหุ้น คิดเป็นการจ่ายเงินปันผลรวม 24.15 พันล้าน USD ต่อปี ขณะที่ Microsoft จ่ายเงินปันผล 3.64 USD ต่อหุ้น คิดเป็น 27 พันล้าน USD ต่อปี ซึ่งมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและการเติบโตของแพลตฟอร์มคลาวด์ Azure ที่เร่งตัวขึ้นหลังการรวม AI 📈
Chevron ประกาศแผนขยายการลงทุนในเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นสองเท่าเป็นประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวันภายใน 5 ปีข้างหน้า ด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล การตัดสินใจนี้สะท้อนกลยุทธ์ความอดทนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในเวเนซุเอลามานาน 20 ปี ในขณะที่คู่แข่งหลายรายถอนตัวออกไป ทำให้ Chevron ได้เปรียบในการคว้าโอกาสนี้ 📈
หุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น ExxonMobil (XOM), Chevron (CVX), และ ConocoPhillips (COP) กำลังได้รับประโยชน์อย่างมากจาก AI boom โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยปีต่อปีสูงถึง 38% แซงหน้ากลุ่ม Mag 7 ที่ทำได้ 18% บริษัทพลังงานมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมและสร้างกระแสเงินสดได้ทันที ต่างจากกลุ่มเทคที่ต้นทุนการเติบโตสูงขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่ 95 USD ต่อบาร์เรล ช่วยหนุนผลกำไรให้บริษัทพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ 🛢️
Jim Cramer มองว่าหุ้น Chevron (CVX) มีราคาที่น่าสนใจเหนือ $200 แม้ตลาดโดยรวมมีความผันผวนสูง โดยได้รับแรงหนุนจากผลกำไรธุรกิจโรงกลั่นที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการทำสัญญาระยะยาวกับ Microsoft รวมถึงการประหยัดต้นทุนจากการควบรวมกิจการ Hess ที่เร็วกว่าเป้าหมาย 📈
Amazon มีธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่คาดว่าจะมีรายได้เกิน 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ซึ่งใหญ่กว่า Exxon และ Microsoft โดยมีกำไรจากการดำเนินงานในอเมริกาเหนือประมาณ 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ AWS คาดว่าจะมีรายได้ 180,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ด้วยการเติบโต 40% และมีกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 💰 การแยก Amazon เป็นสองบริษัทอาจเป็นทางเลือกให้นักลงทุนเลือกลงทุนในธุรกิจที่มั่นคงหรือธุรกิจที่เติบโตสูงได้
Coca-Cola (KO) และ Exxon Mobil (XOM) รายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุด โดยทั้งสองบริษัทเป็นผู้จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องมายาวนาน แต่เผชิญแรงกดดันที่แตกต่างกัน Exxon มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูงถึง 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ครอบคลุมเงินปันผล 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้อย่างสบาย ขณะที่ Coca-Cola มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าเงินปันผล 8,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2025 ทำให้ Coca-Cola มีความยืดหยุ่นทางการเงินน้อยกว่า Exxon ซึ่งสามารถปรับลดโปรแกรมซื้อหุ้นคืนเพื่อรักษาเงินปันผลได้
ตลาดหุ้นล่วงหน้าสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ โจมตีฐานปล่อยจรวดในอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 3.4% และ Brent เพิ่มขึ้น 3.6% 📈 แม้จะมีความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed แต่ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มปิดเดือนสิงหาคมในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นในเดือนนี้ 📊
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯ จะเข้าควบคุมกิจการน้ำมันเวเนซุเอลา "ส่วนใหญ่" โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอุปทานน้ำมันและลดราคาก๊าซสำหรับชาวอเมริกันในระยะยาว ข้อตกลงนี้จะเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับ "บริษัทเอกชน" เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมพลังงานที่เสื่อมโทรมของเวเนซุเอลา โดยสหรัฐฯ จะถือหุ้น 55% ของกิจการนี้ ⛽️
SpaceX ประกาศแผนสร้างฐานปล่อยจรวด Starship มูลค่า 100 พันล้าน USD ที่ชายฝั่งอ่าวลุยเซียนา โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2027 และเปิดใช้งานได้ในปี 2029 โครงการนี้จะใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อบริษัทพลังงานอย่าง Cheniere Energy (LNG) และ ExxonMobil (XOM) ผ่านบริษัทลูก Golden Pass LNG ที่มีท่อส่งก๊าซธรรมชาติไปยังพื้นที่โครงการ แม้ SpaceX จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.9 ล้านล้าน USD แต่บริษัทมีกระแสเงินสดอิสระติดลบจำนวนมาก ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนยังไม่สนใจลงทุนใน SpaceX โดยตรง แต่ให้ความสนใจกับหุ้นของ Cheniere และ ExxonMobil ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ 💰
กองทุน Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) ดึงดูดเงินลงทุนสุทธิ 679.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 5 วันทำการ ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้น 2.39% การปรับพอร์ตประจำปีในเดือนมีนาคม 2026 ได้เพิ่มหุ้น 25 ตัวและถอด 22 ตัว ส่งผลให้สัดส่วนกลุ่ม Healthcare และ Consumer Staples ยังคงเป็นแกนหลักของพอร์ตที่ประมาณ 41% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับเพิ่มขึ้นและลดลงระหว่างการปรับพอร์ต กองทุน SCHD ให้ผลตอบแทน YTD 30.11% แซงหน้า S&P 500 ที่ 12.11% ซึ่งพลิกกลับการทำผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2023-2025)
Shell PLC (SHEL.US) กำลังพิจารณาขายธุรกิจเคมีภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกมูลค่าจากธุรกิจที่...
Shell รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2026 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 22% และกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก $1.40 เป็น $2.94 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 🛢️ แม้ว่าบริษัทพลังงานขนาดใหญ่อย่าง Shell, Chevron และ ExxonMobil จะมีผลกำไรสูงขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันแพง แต่ผู้บริหารยืนยันว่าไม่ได้มีการขึ้นราคากำไรเกินจริง (price gouging) เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ถูกกำหนดโดยตลาด 📈
หน้านี้รวมข่าวล่าสุด ลิงก์หุ้นที่เกี่ยวข้อง สัญญาณ Scanner บทความ และ Structured Data เพื่อใช้ค้นคว้าต่อ
ไม่ใช่ ข่าวของ StockNotify เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้า นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสินใจ