ข่าวหุ้น Tesla, Inc. (TSLA)
NASDAQรวมข่าวล่าสุดของ TSLA จากตลาดสหรัฐอเมริกา · 224 ข่าว
Bitwise: คริปโตเข้าสู่ช่วงกระทิง เปรียบเหมือน NVIDIA ก่อนยุค AI บูม
Jeff Park จาก Bitwise เปรียบเทียบอุตสาหกรรมคริปโตกับช่วงก่อนที่ NVIDIA จะบูมในยุค AI ชี้ว่าปัจจุบันคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วง 'กระทิง' ที่สุด แม้จะยังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและกฎระเบียบ แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโตสูง 🚀💰
Tesla ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ใน xAI หนุนการลงทุน AI
Tesla รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ 22.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา 1.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งรวมถึงการลงทุน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน xAI ของ Elon Musk เพื่อสนับสนุนการพัฒนา AI คู่แข่งกับ OpenAI 🚀 การลงทุนนี้สะท้อนความสำคัญของ AI ที่มีต่อ Tesla ในปัจจุบัน 💡
SpaceX เตรียม IPO มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เน้น AI ในอวกาศ
SpaceX ได้ยื่นเอกสาร S-1 เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้น IPO โดยมีมูลค่าประเมินสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บริษัทมีธุรกิจหลากหลาย ทั้งอวกาศ การเชื่อมต่อ (Starlink) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยปัจจุบันมีเพียงธุรกิจ Connectivity ที่ทำกำไรได้ ซึ่งมีรายได้เติบโต 49.8% และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 120.4% ในปี 2025 ส่วนธุรกิจ AI และ Space ยังคงขาดทุน แต่ SpaceX มีแผนพัฒนานวัตกรรมศูนย์ข้อมูล AI ในอวกาศและโรงงานผลิตชิป Terafab ร่วมกับ Tesla เพื่อลดต้นทุนและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว 🚀
ทรัมป์: ข้อตกลงอิหร่านใกล้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ, หุ้น Tesla และ AI ใกล้จุดซื้อ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 🤝 ข่าวนี้อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Tesla และหุ้นกลุ่ม AI ที่กำลังเข้าใกล้จุดซื้อตามการวิเคราะห์ทางเทคนิค 📈
อนาคตดาวโจนส์: ข้อตกลงอิหร่านใกล้สำเร็จ, Tesla และหุ้น AI อยู่ที่จุดซื้อ
ตลาดหุ้นฟื้นตัวพร้อมผลตอบแทนรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากความหวังข้อตกลงอิหร่าน ซึ่งการเจรจายังคงดำเนินต่อไปในช่วงสุดสัปดาห์ หุ้น Tesla อยู่ใกล้จุดซื้อ เช่นเดียวกับ ASML และหุ้น AI อื่นๆ อีกหลายตัว 📈 โอกาสในการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี AI ยังคงน่าจับตา 🤖
Elon Musk เชื่อมโยง SpaceX, xAI, Tesla, Nvidia สร้างระบบนิเวศ AI
อีลอน มัสก์ กำลังเชื่อมโยงธุรกิจ SpaceX, xAI, Tesla และ Nvidia เข้าด้วยกัน สร้างระบบนิเวศ AI ที่ผสานรวมตั้งแต่ซิลิคอน ซอฟต์แวร์ ข้อมูล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ 🚀 Nvidia (NVDA) เป็นผู้จัดหากำลังประมวลผล GPU สำหรับ xAI และ Tesla (TSLA) ในขณะที่ Tesla สร้างข้อมูลจำนวนมหาศาลจากรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อฝึกโมเดล AI SpaceX ด้วย Starlink จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อและอาจเป็นศูนย์ข้อมูลบนวงโคจร การควบรวมกิจการระหว่าง SpaceX และ xAI ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ทำให้บริษัทมีมูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ โดย SpaceX มีกำหนดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ในวันที่ 12 มิถุนายน 2024 นักลงทุนสามารถพิจารณา Tesla และ Nvidia เป็นตัวแทนในการเข้าถึงระบบนิเวศนี้ได้ 💡
Rivian vs Lucid: หุ้น EV ตัวไหนน่าสนใจกว่ากันในปี 2026?
Rivian Automotive และ Lucid Group เป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังขยายการผลิต โดย Rivian เน้นรถกระบะและ SUV สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงรถตู้เชิงพาณิชย์ให้กับ Amazon ในขณะที่ Lucid มุ่งเน้นตลาดรถยนต์หรูด้วยรถซีดาน Air และ SUV Gravity ทั้งสองบริษัทเผชิญความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่รายเดียว Rivian มีรายได้ปี FY 2025 เกือบ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ขาดทุนสุทธิประมาณ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Lucid มีรายได้ปี FY 2025 เกือบ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขาดทุนสุทธิประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ Rivian จะมีอัตราส่วน P/S สูงกว่า แต่มีแนวโน้มสู่การทำกำไรที่ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ SUV รุ่น R2 ที่ตั้งเป้าเจาะตลาดผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น 🚗✨
TSM, Broadcom, Micron: หุ้น AI ดาวรุ่งที่น่าจับตา
ข่าวนี้เน้นย้ำถึงหุ้น AI ที่กำลังมาแรง 3 บริษัท ได้แก่ Taiwan Semiconductor Manufacturing (TSM), Broadcom (AVGO) และ Micron Technology (MU) ซึ่งถูกมองว่ามีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเทียบเคียงกับกลุ่ม 'Magnificent Seven' โดย TSM เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่ให้บริการแก่ Nvidia และ Apple ส่วน Micron เป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่สูงกว่ากำลังการผลิตอย่างมาก ขณะที่ Broadcom โดดเด่นในการผลิตชิป ASIC ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับงาน AI โดยเฉพาะ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้อย่างน่าประทับใจ 📈💰
SpaceX เตรียม IPO ตลาดรวม 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เน้นธุรกิจ AI
SpaceX เตรียมเสนอขายหุ้น IPO โดยคาดการณ์ตลาดรวม 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงธุรกิจปล่อยจรวด (3.7 แสนล้านดอลลาร์), การเชื่อมต่อผ่าน Starlink (1.6 ล้านล้านดอลลาร์) และส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจ AI บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ AI แก่ Anthropic เดือนละ 1.25 พันล้านดอลลาร์ และมีการลงทุนด้าน CAPEX จำนวนมาก โดยเฉพาะในส่วนของ AI และศูนย์ข้อมูล 🚀 แม้จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเกือบ 2.6 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนระยะยาว
MAGS: กองทุน ETF รวมหุ้น Magnificent Seven ด้วยน้ำหนักเท่ากัน ค่าธรรมเนียม 0.29%
กองทุน Roundhill Magnificent Seven ETF (MAGS) เปิดตัวโดยรวบรวมหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven ทั้ง 7 ตัวไว้ใน ETF เดียว ด้วยน้ำหนักการลงทุนเท่ากันและปรับสมดุลทุกไตรมาส เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นกลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว กองทุนนี้ได้รวบรวมสินทรัพย์ได้ถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การลงทุนแบบเท่ากันนี้อาจทำให้พลาดโอกาสจากหุ้นที่เติบโตโดดเด่น และยังมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหุ้นรายตัว รวมถึงความเสี่ยงจากคู่สัญญาในการทำธุรกรรม Swap และมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่ากองทุนอื่น 📈💰
Samsung (005930.KS) เปิดตัว AI Smart Glasses ร่วม Google, เจรจาหยุดงานล่ม
ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ Samsung (005930.KS) คือการเจรจาระหว่างบริษัทกับสหภาพแรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงการประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่ได้ล่มลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลก 📉 นอกจากนี้ Samsung ยังได้ร่วมมือกับ Google (GOOGL) เปิดตัวสมาร์ทแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่เน้นการใช้งานแบบแฮนด์ฟรีและผสานรวม AI ในขณะเดียวกัน Google ได้เปิดตัวโมเดล AI ตระกูล Gemini 3.5 และปรับปรุงฟีเจอร์การค้นหาด้วย AI เพื่อเพิ่มความสามารถในการโต้ตอบและสร้าง AI agents ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดหุ้นเทคโนโลยีมีการปรับตัวขึ้นก่อนรายงานผลประกอบการของ Nvidia (NVDA) ซึ่งนักลงทุนจับตาดูความต้องการ AI อย่างใกล้ชิด 💡
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วง 0.6%-0.8% จับตาผลประกอบการ Nvidia, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในวันอังคาร โดยดัชนี Nasdaq Composite ร่วง 0.8%, S&P 500 ลดลง 0.6% และ Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.6% ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีทะลุ 4.6% และอายุ 30 ปีแตะ 5.2% นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของ Nvidia ที่จะประกาศในวันพุธนี้ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของกลุ่มหุ้น AI 📈 นอกจากนี้ ข่าวการเสนอปรับลดกฎเกณฑ์เพื่อส่งเสริมการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) และการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่จาก Samsung และ Google ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจเช่นกัน
ทรัมป์ซื้อขายหุ้น Magnificent 7 กว่า 50 ล้านดอลลาร์ Q1 2026 เน้น Apple, Alphabet
อดีตประธานาธิบดีทรัมป์มีการซื้อขายหุ้นกลุ่ม 'Magnificent 7' มูลค่ากว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยเน้นการซื้อหุ้น Apple และ Alphabet เพิ่มเติม ขณะที่ขายหุ้น Tesla มากกว่าซื้อ มีการซื้อขายหุ้น Nvidia, Meta, Microsoft และ Amazon เป็นจำนวนมากเช่นกัน 📈 การซื้อขายเหล่านี้เกิดขึ้นแม้ว่าเขาจะมีการพบปะและกล่าวถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเหล่านี้ก็ตาม 🤝 การเปิดเผยข้อมูลจริยธรรมแสดงให้เห็นถึงธุรกรรมกว่า 3,700 รายการ โดยระบุว่าการซื้อขายทั้งหมดอยู่ภายใต้การจัดการของสถาบันการเงินภายนอกโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจากทรัมป์หรือครอบครัว
SpaceX วางแผนแตกหุ้น 5 ต่อ 1 ก่อน IPO คาดมูลค่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์
SpaceX กำลังเตรียมการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยมีแผนจะดำเนินการแตกหุ้นแบบ 5 ต่อ 1 เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและขยายฐานนักลงทุนก่อนเข้าตลาด โดยมีมูลค่าบริษัทที่คาดการณ์สูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของธุรกิจ Starlink ที่สร้างรายได้และกำไรหลักให้กับบริษัท รวมถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของ Elon Musk ในการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ 🚀 การแตกหุ้นครั้งนี้จะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงหุ้นได้ง่ายขึ้น โดยราคาต่อหุ้นจะลดลงจากประมาณ 526.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 105.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ
Meta Platforms ถูกสุดในกลุ่ม Magnificent Seven, Microsoft น่าสนใจ
บทความวิเคราะห์เปรียบเทียบมูลค่าหุ้นกลุ่ม "Magnificent Seven" โดยใช้ตัวชี้วัดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) เป็นหลัก พบว่า Meta Platforms มีมูลค่าต่ำสุดที่ 13 เท่าของ CFO ตามมาด้วย Microsoft ที่ 18 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตของตนเอง ขณะที่ Nvidia มีมูลค่า 56 เท่าของ CFO และ Tesla มีมูลค่าสูงสุดถึง 95 เท่าของ CFO บทความชี้ว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ยังคงซื้อขายอยู่ในช่วงมูลค่าปกติเมื่อพิจารณาจาก CFO ทำให้มีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมตลาด 📈
Alphabet (GOOGL) ข่าวสารล่าสุด: ความร่วมมือ AI, TPU รุ่นใหม่, ลงทุน Anthropic
Alphabet (GOOGL) มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีราคาหุ้นปรับตัวขึ้นประมาณ 25.34% YTD แซงหน้าดัชนี S&P 500 ที่ปรับขึ้น 8.4% บริษัทได้ประกาศความร่วมมือกับ Pentagon ในการใช้ AI สำหรับงานลับ และเปิดตัวหน่วยประมวลผล Tensor Processor Units (TPU) รุ่นที่ 8 ซึ่งเป็นชิป AI ที่ออกแบบเอง นอกจากนี้ยังได้ลงทุนใน Anthropic สูงสุด 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าการประชุม Google I/O ในวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2026 จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของ Google Cloud และผลิตภัณฑ์อื่นๆ 📈
การลงทุน AI ทะลุ 800 พันล้านดอลลาร์ ดัน GDP และหุ้น แต่ค่าจ้างจริงลดลง
การลงทุนใน AI คาดว่าจะสูงถึง 800 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ และจะเกิน 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027 ซึ่งส่งผลดีต่อ GDP และตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven ที่ขับเคลื่อนดัชนี S&P 500 อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้สวนทางกับค่าจ้างที่แท้จริงของชาวอเมริกันที่ลดลง 0.3% และการใช้จ่ายสินค้าที่ลดลงเล็กน้อย ขณะที่การใช้จ่ายภาคบริการยังคงเติบโต นอกจากนี้ บางบริษัทได้เลิกจ้างพนักงานโดยอ้างถึงต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน 🤖
Ford พุ่ง 20% หลังเน้นธุรกิจกักเก็บพลังงาน มูลค่าอาจสูง 30,000 ล้านดอลลาร์
Ford มียานยนต์ที่พุ่งสูงขึ้น 20% จากการเน้นย้ำธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ประเมินมูลค่าธุรกิจนี้ไว้ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีหลายฝ่ายมองว่าศักยภาพของธุรกิจนี้อาจมีมูลค่าสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจาก Ford ได้มาตรฐานการผลิตภายในประเทศที่บริษัทอื่นอาจไม่สามารถทำได้ ในขณะที่โครงข่ายไฟฟ้ากำลังถูกปรับปรุงใหม่ 📈 การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนที่มองหาการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
บริษัทเทคฯ ทุ่ม 755 พันล้านดอลลาร์ลงทุน AI ผลประกอบการแกร่ง
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทุ่มงบประมาณมหาศาลกว่า 755 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้เพื่อลงทุนใน AI ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของกระแสการลงทุนในปัจจุบัน แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ AI แต่ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Tesla, Meta, Microsoft, Google และ Amazon ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับสองหลัก ซึ่งสะท้อนถึงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่ดีจากการใช้จ่ายด้านทุน (capex) นี้ การลงทุนใน AI กำลังผลักดันนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงในภาคเศรษฐกิจต่างๆ และผู้ที่ไม่ได้ลงทุนอาจเสียเปรียบใน 'การแข่งขันด้านเทคโนโลยี' นี้ 📈💰
สี จิ้นผิง ย้ำจีนเปิดกว้างรับธุรกิจสหรัฐฯ CEO เทคฯ พอใจ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูงของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่า 'ประตูของจีนจะเปิดกว้างยิ่งขึ้น' ในระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับผู้นำบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Tesla, Nvidia และ Apple ที่เข้าร่วมการหารือ ผู้นำจีนเสนอให้บริษัทต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นอื่นๆ เช่น สงครามในอิหร่านและสถานะของไต้หวัน ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดทางการค้าและการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ผ่านมา แต่การพบปะครั้งนี้มีบรรยากาศเชิงบวก โดยมีการหารือถึงแนวทางการเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการขยายการเข้าถึงตลาดสำหรับธุรกิจอเมริกัน 🤝