ข่าวหุ้น NVIDIA Corporation (NVDA)
NASDAQรวมข่าวล่าสุดของ NVDA จากตลาดสหรัฐอเมริกา · 664 ข่าว
Amazon ทุ่ม 2 แสนล้าน USD ลงทุน AI - ธุรกิจชิปภายในทำรายได้ 2 หมื่นล้าน USD
Amazon ประกาศแผนลงทุน 2 แสนล้าน USD ในปี 2026 โดยเน้นที่ AI ซึ่ง CEO Andy Jassy ยืนยันว่าไม่ใช่การลงทุนแบบคาดเดา ธุรกิจชิป AI ภายในของบริษัทอย่าง Trainium ทำรายได้แล้วกว่า 2 หมื่นล้าน USD ต่อปี และมีคำสั่งซื้อล่วงหน้ากว่า 2.25 แสนล้าน USD ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงและช่วยลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว 📈
Nvidia โปรไฟล์ความเสี่ยงต่ำ/ผลตอบแทนสูงที่สุดใน Magnificent Seven
กลุ่มหุ้น Magnificent Seven กำลังเผชิญความท้าทาย โดยมีเพียงไม่กี่ตัวที่ทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี Nvidia ถูกมองว่ามีโปรไฟล์ความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่ม แม้จะเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องความยั่งยืนของการใช้จ่ายด้าน AI แต่ศักยภาพการเติบโตในระยะยาวยังคงแข็งแกร่งจากการเป็นผู้นำด้าน GPU สำหรับ AI 🚀
SpaceX, AMD, Palantir ถูกมองว่ามูลค่าสูงเกินไป นักวิเคราะห์แนะพิจารณาขาย
บทวิเคราะห์ชี้ว่า SpaceX, AMD และ Palantir Technologies อาจมีมูลค่าสูงเกินจริง โดย SpaceX มี P/S ปี 2025 ที่ 92 เท่า และ P/E ที่ 204 เท่าหากมีกำไร 45% แม้รายได้โต 33% ส่วน AMD ถูกมองว่ามีมูลค่าสูงกว่า Nvidia ทั้งที่ Nvidia มีการเติบโตในตลาดศูนย์ข้อมูลที่เร็วกว่า ขณะที่ Palantir แม้ธุรกิจเติบโตดี แต่การประเมินมูลค่าที่ 90 เท่าของกำไรล่วงหน้าอาจไม่สมเหตุสมผลหากการเติบโตชะลอตัวลง 📉
Micron และ Sandisk ทำผลงานหุ้นแซงหน้า Nvidia หลัง AI ดันเมมโมรี่เป็นคอขวด
Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ชี้ว่าหน่วยความจำคือคอขวดที่ใหญ่ที่สุดของ AI ซึ่งส่งผลให้หุ้น Micron (MU) และ Sandisk (SNDK) ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดย Micron รายงานรายได้รวม 41.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน Q3 2026 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 37.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ส่วน Sandisk มีรายได้รวม 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 251% ใน Q3 2026 โดยทั้งสองบริษัทได้ทำข้อตกลงระยะยาวกับลูกค้าเพื่อล็อคราคาและอุปทาน ทำให้สามารถลดผลกระทบจากความผันผวนของอุตสาหกรรมได้ แม้ว่าราคาหุ้นจะย่อตัวลงบ้างในช่วงสั้นๆ แต่แนวโน้มความต้องการหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำหรับ AI ยังคงแข็งแกร่ง คาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ลงทุนในระยะยาว 📈
SOXX มีแนวโน้ม Outperform SMH เหตุผลการกระจายการลงทุน
บทวิเคราะห์ชี้ว่า iShares Semiconductor ETF (SOXX) มีแนวโน้มทำผลงานได้ดีกว่า VanEck Semiconductor ETF (SMH) ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า แม้ทั้งสองกองทุนจะลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์คล้ายกัน แต่ SOXX มีการกระจายการลงทุนที่ดีกว่า โดยจำกัดน้ำหนักหุ้นรายตัวสูงสุดที่ 8% สำหรับ 5 อันดับแรก และ 4% สำหรับหุ้นอื่นๆ ในขณะที่ SMH มีการกระจายน้ำหนักน้อยกว่า โดยหุ้น Nvidia คิดเป็น 20.3% ของพอร์ต ทำให้มีความเสี่ยงเฉพาะตัวสูงกว่า 📈
Vanguard ETFs สองกองทุนนำหน้า S&P 500 ด้วยโมเมนตัม | VGT +21%, VDE แกร่ง
กองทุน ETF สองกองของ Vanguard มีแนวโน้มทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี S&P 500 ในปีนี้ โดย Vanguard Information Technology ETF (VGT) ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ปรับตัวขึ้น 21% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากกลุ่มชิปที่เติบโตสูง 🚀 ขณะที่ Vanguard Energy ETF (VDE) ซึ่งลงทุนในหุ้นพลังงาน 111 บริษัท ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน โดยได้อานิสงส์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 🛢️
Qualcomm (QCOM) มีโอกาส Upside 52.7% จากเป้าหมาย AI Data Center
Qualcomm (QCOM) เผชิญแรงขายกดดันราคาหุ้นร่วง 20% ในเดือนที่ผ่านมา แต่ 24/7 Wall St. ให้คำแนะนำ 'ซื้อ' โดยตั้งเป้าหมายราคาไว้ที่ 260.52 USD ชี้ให้เห็นถึงโอกาส Upside 52.7% จากการเร่งตัวของธุรกิจ AI Data Center และการที่ผู้บริหารตั้งเป้าหมายรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือในปี 2029 ไว้ที่ 40 พันล้าน USD 📈 โดยคาดว่าการจัดส่งชิปแบบกำหนดเองสำหรับ Hyperscaler จะเริ่มขึ้นในไตรมาสเดือนธันวาคมนี้
Micron Technology เร่งลงทุนในสหรัฐฯ กว่า $250 พันล้าน รับดีมานด์ AI พุ่ง
ตลาดคาดการณ์ว่าผลประกอบการในครึ่งหลังของปี 2026 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และเซมิคอนดักเตอร์ โดย Micron Technology ประกาศเร่งลงทุนในสหรัฐฯ กว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถึงปี 2035 เพื่อรองรับความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจาก AI แม้จะมีความกังวลเรื่องอุปทานในอนาคต แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมยังมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าถึง 15 เดือน ทำให้คาดว่าราคาจะยังคงสูงอยู่ 📈
SK Hynix เทียบ Micron: ใครคือตัวเลือกที่ดีกว่าในตลาดหน่วยความจำ HBM?
SK Hynix ได้ทำการจดทะเบียน ADR ในตลาด Nasdaq ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนสหรัฐฯ เข้าถึงหุ้นกลุ่มหน่วยความจำได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาด High Bandwidth Memory (HBM) ที่มีความต้องการสูง SK Hynix เป็นผู้นำตลาด HBM ด้วยส่วนแบ่ง 56% และมีพันธมิตรกับ Nvidia อย่างไรก็ตาม ตลาดหน่วยความจำมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในระยะยาว แม้ว่า Micron จะมีประวัติยาวนานกว่าและมี P/E ต่ำกว่า แต่ SK Hynix มีความได้เปรียบด้าน HBM และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ Nvidia
TSMC กำไร Q2 พุ่ง 77.4% YoY รายได้โต 36% จากแรงหนุน AI
Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSM) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 36% และกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 77.4% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิป AI ที่สูงอย่างต่อเนื่อง 💰 บริษัทคาดการณ์ว่าความต้องการนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในไตรมาสปัจจุบัน ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เร่งจัดหาชิป AI ให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
SCHD ETF ผลตอบแทนปี 2026 แตะ 20% แซงหน้า Nasdaq-100 | อัตราปันผล 3.2%
กองทุน Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) ทำผลงานโดดเด่นในปี 2026 ด้วยผลตอบแทนประมาณ 20% แซงหน้าดัชนี S&P 500 และ Nasdaq-100 โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 3.2% และค่าธรรมเนียมเพียง 0.06% กองทุนนี้เน้นลงทุนในบริษัทที่มีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี และมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น กระแสเงินสดอิสระและผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้นสูง โดยหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ที่มีอัตราปันผลต่ำหรือประวัติการจ่ายปันผลสั้น
CrowdStrike vs NVIDIA: หุ้นเทคโนโลยีเติบโตตัวไหนน่าซื้อกว่าในปี 2026?
การเปรียบเทียบระหว่าง CrowdStrike (CRWD) และ NVIDIA (NVDA) ชี้ให้เห็นว่า NVIDIA มีความน่าสนใจในการลงทุนมากกว่า แม้ทั้งสองบริษัทจะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตน NVIDIA มีรายได้รวมสูงถึง 215.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2026 ด้วยกำไรสุทธิ 120.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีอัตรากำไรสุทธิที่แข็งแกร่งถึง 55.6% ในขณะที่ CrowdStrike มีรายได้ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และขาดทุนสุทธิ 162.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2026 แม้จะมีกระแสเงินสดอิสระสูง แต่การประเมินมูลค่าหุ้นของ NVIDIA (Forward P/E 22.8x) ดูน่าสนใจกว่า CrowdStrike (Forward P/E 165.5x) อย่างมีนัยสำคัญ
Nvidia: แจ็คเก็ตซีอีโอประมูล 960,000 USD สะท้อนอิทธิพล AI
แจ็คเก็ตหนังอันเป็นเอกลักษณ์ของ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 960,000 USD ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่เพิ่มขึ้นของเขาในฐานะบุคคลสำคัญของวงการเทคโนโลยี การประมูลครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ Nvidia และตัวซีอีโอเองในยุค AI ที่บริษัทได้ลงทุนมาอย่างยาวนานจนประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ปัจจุบัน Nvidia กลายเป็นชื่อที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึง AI โดยเฉพาะหลังจากที่เคยเป็นที่รู้จักในวงการเกมมาก่อน
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวหลังนักลงทุนเข้าซื้อ จับตาผลประกอบการ AI
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงในช่วงต้นวันศุกร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกในช่วงบ่าย โดยหุ้นอย่าง Nvidia, AMD, Broadcom, Intel, Marvell และ Qualcomm ต่างพลิกจากแดนลบเป็นบวก ขณะที่ Micron Technology และ Sandisk ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม Applied Materials และ Lam Research ยังคงปรับตัวลงมากกว่า 3% ตลาดกังวลเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด AI ทั่วโลก 📈
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัว จับตาต้นทุน AI และการใช้จ่าย Hyperscalers
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เริ่มฟื้นตัวหลังปรับลดลง โดยหุ้นชิป AI อย่าง Nvidia และ AMD กลับมาเป็นบวกได้ในภาคบ่าย แม้ว่าต้นทุนการผลิต AI และการแข่งขันที่สูงขึ้นจากสตาร์ทอัพจีนจะยังเป็นปัจจัยกดดันก็ตาม นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Hyperscalers) เพื่อประเมินการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่จะส่งผลต่อภาคส่วนนี้โดยตรง 📈
QQA จ่ายปันผลรายเดือน 0.50 USD/หุ้น ลดความผันผวน Nasdaq
กองทุน Invesco QQQ Income Advantage ETF (QQA) ออกแบบมาสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากดัชนี Nasdaq-100 พร้อมรับเงินปันผลรายเดือนและลดความผันผวน โดย QQA มีการลงทุนในหุ้น Nasdaq-100 และใช้กลยุทธ์ options overlay เช่น covered calls และ cash-secured puts ควบคู่ไปกับการถือเงินสดประมาณ 18% เพื่อสร้างรายได้และลดแรงกระแทกในช่วงตลาดขาลง 💰
หุ้น Nvidia (NVDA) ร่วง 2.2% จากการแข่งขัน AI ที่เพิ่มขึ้น
หุ้น Nvidia (NVDA) ร่วงลงเกือบ 5% ในช่วงเช้าวันศุกร์ ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย โดยยังคงติดลบ 2.2% สาเหตุหลักมาจากข่าวการแข่งขันด้านโมเดล AI ที่เพิ่มขึ้นจากสตาร์ทอัพในจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าปฏิกิริยาของตลาดอาจจะดูเกินจริงไป และ Nvidia ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการประกาศขยายธุรกิจ AI ในญี่ปุ่นเมื่อวันก่อน 📈
Apple (AAPL) แซง Nvidia กลับขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดในโลก มูลค่าทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์
Apple (AAPL) ได้ทวงคืนตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกกลับคืนมาจาก Nvidia (NVDA) โดยมีมูลค่าตลาดทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่าราคาหุ้น Apple จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันนี้ แต่การที่ Nvidia มีผลประกอบการไม่ดีนักส่งผลให้ Apple กลับมามีมูลค่าสูงกว่า 📈 HSBC ได้ปรับเพิ่มอันดับหุ้น Apple เป็น 'ซื้อ' โดยมองว่าบริษัทอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญและพร้อมใช้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้งานอุปกรณ์ที่มีอยู่ 2.5 พันล้านเครื่อง ร่วมกับ Apple Intelligence ที่จะเปิดตัวในภายหลัง
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ร่วง นักลงทุนกังวลต้นทุน AI และการแข่งขัน
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มหน่วยความจำและสตอเรจ เช่น Micron Technology (MU) และ Sandisk (SNDK) ร่วงกว่า 2% ขณะที่ Nvidia (NVDA), AMD (AMD), Broadcom (AVGO), Intel (INTC) และ Qualcomm (QCOM) ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน 📉 ตลาดกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสตาร์ทอัพจีนที่เปิดตัวโมเดล AI ใหม่
Apple แซง Nvidia ขึ้นแท่นบริษัทมูลค่าสูงสุดชั่วคราว — จับตาผลประกอบการ 30 ก.ค.
Apple (AAPL) เคยแซงหน้า Nvidia (NVDA) ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ โดยมีมูลค่าแตะ 4.92 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนที่ Nvidia จะกลับมาทวงตำแหน่งคืนได้ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างทั้งสองบริษัทได้แคบลงอย่างมาก โดย AAPL ปรับตัวขึ้น 1.76% สู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 333.26 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ NVDA ปรับตัวลง 2.40% สู่ระดับ 207.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ แรงส่งของ AAPL มาจากความต้องการ iPhone 17 ที่แข็งแกร่งและธุรกิจ Services ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ NVDA ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการชิป AI 🚀