ข่าวหุ้น Netflix, Inc. (NFLX)
NASDAQรวมข่าวล่าสุดของ NFLX จากตลาดสหรัฐอเมริกา · 97 ข่าว
Cathie Wood และ Ross Gerber ลงทุนหุ้น 10 ตัวเหมือนกัน
Ross Gerber และ Cathie Wood นักลงทุนชื่อดัง มีการลงทุนในหุ้น 10 ตัวที่เหมือนกัน โดยหุ้นเหล่านี้กระจายอยู่ใน ETF ของทั้งสองฝ่าย เช่น Alphabet (GOOG), N...
Netflix ทุ่ม 135 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในคอนเทนต์รอบทศวรรษ
Netflix ได้ลงทุนมหาศาลถึง 135 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสำหรับการซื้อลิขสิทธิ์และการผลิตภาพยนตร์และรายการทีวีต้นฉบับ ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในยุคที่คอนเทนต์มีความสำคัญสูงสุด บริษัทมุ่งเน้นการเป็นผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง และได้เปิดตัวโครงการโรงงานผลิตมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น 🎬 นอกจากนี้ บริษัทยังได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับ 'Netflix Effect' เพื่อเน้นย้ำถึงผลกระทบจากการลงทุนในคอนเทนต์ต้นฉบับที่มีต่อเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น
Nvidia, Alphabet, Amazon, Tesla, Netflix: ผลตอบแทนหลังการแตกหุ้น
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่ง เช่น Nvidia, Alphabet, Amazon, Tesla และ Netflix ได้ดำเนินการแตกหุ้น (stock split) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ราคาหุ้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วไป หลังจากการปรับฐานราคาหุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 71% นับตั้งแต่การแตกหุ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2024 ในขณะที่ Alphabet เพิ่มขึ้น 250% หลังการแตกหุ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2022 และ Amazon เพิ่มขึ้น 124% หลังการแตกหุ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2022 ส่วน Tesla เพิ่มขึ้น 34% หลังการแตกหุ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2022 อย่างไรก็ตาม Netflix มีผลประกอบการลดลง 20% หลังการแตกหุ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินไปสำหรับการประเมินผลกระทบในระยะยาว 📈
Netflix (NFLX) Q1 สูงกว่าคาด แต่ Q2 ระวัง พร้อมแผนซื้อหุ้นคืน $25B
Netflix รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2024 สูงกว่าคาดการณ์ แต่ให้แนวโน้มไตรมาส 2 ที่ระมัดระวัง พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนการเปลี่ยนกลยุทธ์จากการขยายฐานสมาชิกสู่การสร้างรายได้จากฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ผ่านการโฆษณา การปรับราคา และการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมสตรีมมิ่ง การซื้อหุ้นคืนครั้งใหญ่นี้สอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างรายได้และประสิทธิภาพของบริษัท ซึ่งอาจส่งผลต่อผลตอบแทนต่อหุ้นและมุมมองของตลาดต่อความเสี่ยงในการดำเนินงาน 💰
Figma, ServiceNow, MongoDB: หุ้นเทคโนโลยีน่าจับตา หลัง Wall Street มอง Upside สูง
ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขาย แต่ Wall Street มองว่าหุ้นบางตัวมีศักยภาพเติบโตสูง Figma (FIG) แม้ราคาหุ้นร่วงแรง 68% ในปี 2025 และอีก 49% ในปี 2026 จากการ IPO ที่ประเมินมูลค่าสูงเกินไป และการแข่งขันจาก Anthropic แต่ยังคงมีการเติบโตของรายได้ 40% ใน Q4 2025 และอัตราการรักษาลูกค้าที่ 136% ServiceNow (NOW) หุ้นร่วงกว่า 40% ในปี 2026 จากความกังวลเรื่อง AI แต่ผู้บริหารมองว่า AI เป็นปัจจัยหนุน และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ 'ซื้อ' โดยคาดการณ์ upside มากกว่า 60% MongoDB (MDB) ราคาหุ้นลดลง 37% ใน 4 เดือนแรกของปี 2026 หลังให้ guidance รายได้ต่ำกว่าคาด แต่พื้นฐานยังแข็งแกร่งและตลาดฐานข้อมูลมีแนวโน้มเติบโตจาก AI 📈
Netflix จ่อซื้อ Radford Studio Center มูลค่า 330-400 ล้านดอลลาร์
Netflix กำลังเจรจาซื้อ Radford Studio Center ใน Studio City มูลค่าระหว่าง 330-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยผู้ขายคือ Goldman Sachs ซึ่งเข้าครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวหลังจากการผิดนัดชำระหนี้ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากผู้ดำเนินการรายเดิม Hackman Capital Partners การซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมผลิตสื่อที่ชะลอตัวในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการย้ายฐานการผลิตและผลกระทบจากการประท้วงของนักเขียนและนักแสดงในปี 2023 สตูดิโอแห่งนี้มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1928 และเคยเป็นที่ถ่ายทำรายการโทรทัศน์ชื่อดังมากมาย Netflix ซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 455 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีผู้ติดตามมากกว่า 325 ล้านรายทั่วโลก ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสตรีมมิ่ง แม้จะเคยถอนตัวจากการประมูลซื้อสตูดิโอ Warner Bros. มาก่อน 🎬
Netflix ถูกศาลอิตาลีสั่งคืนเงินค่าสมาชิก กระทบแผนราคา
ศาลอิตาลีมีคำตัดสินว่าการขึ้นราคาค่าสมาชิก Netflix บางรายการในอดีตนั้นผิดกฎหมาย โดยสั่งให้ Netflix ลดค่าบริการที่ได้รับผลกระทบและคืนเงินให้กับสมาชิกที่ได้รับผลกระทบในอิตาลี คำตัดสินนี้ส่งผลกระทบต่อแผนการตั้งราคาและสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวทางการปรับราคาในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และกำไรของบริษัทในระยะยาว ⚠️ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการตั้งราคาอาจเพิ่มการพึ่งพารายได้จากโฆษณาและการควบคุมต้นทุน 🎁 อย่างไรก็ตาม การมีคำตัดสินที่ชัดเจนอาจช่วยให้ Netflix ปรับปรุงสัญญาและข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งราคาในยุโรปได้ดีขึ้น
Netflix หุ้นร่วง 10% หลังผลประกอบการอ่อนแอ นักลงทุนรายใหญ่ Coatue เพิ่มสัดส่วน 1 พันล้านดอลลาร์
Netflix เผชิญแรงขายกว่า 10% หลังประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่อ่อนแอ โดยเฉพาะแนวโน้มรายได้ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรายใหญ่อย่าง Philippe Laffont จาก Coatue Management ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น Netflix กว่า 75% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2025 ก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลง แรงขายดังกล่าวเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์ที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร ในขณะที่รายได้ยังคงเป็นไปตามคาดการณ์ ตลาดกำลังจับตาดูว่าระดับแนวรับสำคัญจะสามารถประคองราคาหุ้นได้หรือไม่ หรือจะเกิดแรงขายต่อเนื่อง 📉
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น รับข่าวหยุดยิง อิสราเอล-เลบานอน Netflix ร่วง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากข่าวการตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งภายในวันและปิดตลาด ขณะที่ Dow Jones ปรับขึ้นเล็กน้อย ตลาดได้ฟื้นตัวจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งกับอิหร่านแล้ว ในส่วนของหุ้นรายตัว Netflix ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังการซื้อขายหลังปิดตลาด แม้รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าคาด แต่ถูกกดดันจากแนวโน้มไตรมาสที่สองที่ต่ำกว่าคาดการณ์ 📈
Netflix เตรียมรายงานผลประกอบการ Q1 หลังพลาดดีล WBD และปรับขึ้นราคา
Netflix เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 หลังพลาดการเข้าซื้อ Warner Bros. Discovery และได้ปรับขึ้นราคาค่าบริการ โดยคาดการณ์รายได้อยู่ที่ 12.17 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 10.54 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นคาดว่าจะอยู่ที่ 0.76 ดอลลาร์ การพลาดดีล WBD ทำให้ Netflix มีเงินสดเพิ่ม 2.8 พันล้านดอลลาร์สำหรับลงทุนด้านคอนเทนต์และระบบโฆษณา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันระยะยาว การปรับขึ้นราคาค่าบริการครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของธุรกิจ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 📈
Netflix (NFLX): การประเมินมูลค่าหุ้นหลังราคาเคลื่อนไหว สัญญาณบวก/ลบ
Netflix (NFLX) กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนหลังราคาหุ้นมีการเคลื่อนไหว โดยให้ผลตอบแทน 3.3% ในหนึ่งวัน และ 5.7% ในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ผลตอบแทน YTD อยู่ที่ 8.4% และผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 1 ปี อยู่ที่ 7.6% 📈 มูลค่าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 403.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การประเมินมูลค่าหุ้นมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยบางส่วนมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น (Undervalued) ที่ 149.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ กำไรที่สูงขึ้น และผลกำไรที่ดีขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF ชี้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ 98.66 ดอลลาร์สหรัฐฯ นั้นสูงกว่ามูลค่าที่ประเมินได้ที่ 86.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ว่าหุ้นอาจมีราคาสูงเกินไป (Expensive) ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองเชิงบวก ได้แก่ ภาระผูกพันในการใช้จ่ายด้านคอนเทนต์ที่ต่อเนื่อง และข้อพิพาทด้านภาษีในบราซิล 📉
Netflix พิจารณาเพิ่มสิทธิ์ถ่ายทอดสด NFL แข่งขันกับ Google และ Amazon
Netflix (NFLX) กำลังพิจารณาขยายสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขัน NFL จาก 2 เป็น 4 เกมต่อปี โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโฆษณาและรักษาฐานสมาชิก 🏈 บริษัทกำลังอยู่ในปีสุดท้ายของข้อตกลงมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์ต่อเกมสำหรับการแข่งขันวันคริสต์มาส และเผชิญการแข่งขันจาก Google (GOOGL) และ Amazon (AMZN) สำหรับสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่กำลังจะมาถึง ในขณะเดียวกัน Citizens ได้เริ่มครอบคลุมหุ้น NFLX ด้วยเรตติ้ง Market Perform โดยอ้างอิงถึงการเปลี่ยนแปลงความชอบของผู้บริโภคและปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นที่จำกัด
Disney: กำไรสตรีมมิ่งพุ่ง 9 เท่าในปี 2025 และคาดการณ์เติบโตต่อเนื่อง
Walt Disney (DIS) กำลังแสดงความก้าวหน้าอย่างมากในการดำเนินงาน Direct-to-Consumer (DTC) โดยเฉพาะด้านผลกำไร 📈 ในปีงบประมาณ 2025 (สิ้นสุด 27 ก.ย. 2025) กลุ่มธุรกิจสตรีมมิ่ง DTC ซึ่งรวมถึง Disney+ และ Hulu (ไม่รวม Hulu Live TV) มีกำไรจากการดำเนินงาน 1.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 9 เท่าจากปีก่อนหน้า และในไตรมาสแรกของปี 2026 (สิ้นสุด 27 ธ.ค. 2025) กำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้น 72% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะ 450 ล้านดอลลาร์ 🚀 ผู้บริหารคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของ DTC จะอยู่ที่ 10% ในปีงบประมาณ 2026 ซึ่งจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน DTC อยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบเป็นรายปี แม้จะยังตามหลัง Netflix แต่ Disney มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสตรีมมิ่งที่น่าประทับใจ
Netflix (NFLX) เผยผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโตปี 2026
Netflix (NFLX) มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยราคาหุ้นปรับขึ้น 1.5% ในวันล่าสุด และเพิ่มขึ้น 16.5% ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่า S&P 500 และกลุ่มอุตสาหกรรม 📈 บริษัทมีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันที่ 16 เมษายน 2026 โดยคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) จะเติบโต 15.15% และรายได้เพิ่มขึ้น 15.41% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการ EPS ขึ้น 0.52% ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจ 📊
Netflix ทุ่มลงทุนคอนเสิร์ต BTS และเกาหลีใต้ ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่
Netflix กำลังขยายกลยุทธ์การเติบโตโดยเน้นการลงทุนในประสบการณ์สด รวมถึงการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต BTS ทั่วโลก 🌍 ซึ่งถือเป็นการออกอากาศคอนเสิร์ตดนตรีระดับโลกครั้งแรกของบริษัท นอกจากนี้ยังเพิ่มการลงทุนในเกาหลีใต้เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเสริมสร้างความร่วมมือในท้องถิ่น บริษัทให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องต้นฉบับและตั้งเป้าหมายไปที่แนวเพลงที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง รวมถึงวางแผนที่จะปล่อยภาพยนตร์อีเวนต์ขนาดใหญ่จำนวนจำกัดในแต่ละปี 🎬 มีการปรับโครงสร้างทีมผลิตภัณฑ์ทั่วโลกเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน โดยมีการคาดการณ์กำไรต่อหุ้นและรายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้คำแนะนำ "ซื้อ"
ผู้เชี่ยวชาญชี้ JPM และ MCD เป็นหุ้นเด่นใน Market Madness ของ Yahoo Finance
ผู้เชี่ยวชาญจาก Winthrop Capital ได้เข้าร่วมการแข่งขัน "Market Madness" ของ Yahoo Finance เพื่อคัดเลือกหุ้นเด่น โดยเลือก JPMorgan Chase (JPM) เหนือ TJ...
YouTube แซง Disney ขึ้นแท่นบริษัทสื่อรายใหญ่สุด หนุน Alphabet
YouTube ได้แซงหน้า Disney ขึ้นเป็นบริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้านรายได้ 🚀 ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและตอกย้ำอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของ Alphabet ในตลาดการสมัครสมาชิกสื่อแบบชำระเงินและโฆษณาทั่วโลก การเติบโตนี้เสริมความแข็งแกร่งให้กับ Alphabet ในการเจรจากับผู้ลงโฆษณาและพันธมิตรด้านเนื้อหา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับโลกอย่าง Netflix และ TikTok นอกจากนี้ เครื่องมือ AI ของ Alphabet ยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมและการสร้างรายได้ให้กับ YouTube อย่างไรก็ตาม การที่ YouTube มีส่วนแบ่งรายได้มากขึ้นก็ทำให้ Alphabet เผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเนื้อหา กฎความปลอดภัยสำหรับเยาวชน และค่าปรับที่อาจเกิดขึ้นได้ ⚠️