รวมข่าวหุ้น MRK ล่าสุด พร้อมข้อมูลหุ้น สัญญาณ บทความ และคำถามที่พบบ่อย
หน้านี้รวบรวมข่าวล่าสุดของ MRK และเชื่อมไปยังหน้าหุ้น สัญญาณ Scanner และบทความที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์หุ้นที่เปิดให้ Google และ AI อ่านได้จากข้อมูลที่ StockNotify มีอยู่
ข่าวที่เชื่อมกับหน้า Hub นี้และเปิดให้ระบบค้นหาอ่านได้
Jim Cramer ชื่นชม Johnson & Johnson (JNJ) อย่างต่อเนื่อง โดยยกให้มีงบดุลที่แข็งแกร่งกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และมีวิทยาศาสตร์ที่ดีเยี่ยม พร้อมยาใหม่ 18 รายการที่มีศักยภาพสูง แม้ว่าหุ้นจะปรับขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตา เช่น การเติบโตของธุรกิจ MedTech ที่ชะลอตัว และผลกระทบจากการระงับข้อพิพาทคดีแป้งทัลค 5.5 พันล้าน USD ซึ่งจะจ่าย 3 พันล้าน USD ในปี 2027 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยาที่เป็นนวัตกรรมยังคงเติบโตได้ดีจากยา Darzalex และ Tremfya 💊
Moderna (MRNA) และ Merck (MRK) ประกาศผลการทดลองวัคซีนมะเร็งชนิด mRNA แบบเฉพาะบุคคล ร่วมกับยา Keytruda ของ Merck ในการทดลองระยะที่ 3 สำหรับผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่วัคซีนชนิดนี้ประสบความสำเร็จในขั้นสุดท้าย ส่งผลให้หุ้น Moderna พุ่งขึ้น 177% และหุ้น Merck เพิ่มขึ้นกว่า 12% สู่ระดับสูงสุดใหม่ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าอาจได้รับการอนุมัติด้านกฎระเบียบเร็วที่สุดในปีหน้า 📈
Cathie Wood แห่ง Ark Investment Management ได้ขายหุ้น Tempus AI (TEM) มูลค่าประมาณ 4 ล้าน USD หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 30% ในไม่กี่วัน Tempus AI เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ใช้ AI ช่วยวินิจฉัยและขายข้อมูลให้บริษัทยา โดยได้รับแรงหนุนจากข่าวความร่วมมือวัคซีนมะเร็งระหว่าง Merck และ Moderna ซึ่งทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 38% ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม และเป็นหุ้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองในพอร์ต Ark Innovation ETF ของ Wood
กองทุน Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) ดึงดูดเงินลงทุนสุทธิ 679.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 5 วันทำการ ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้น 2.39% การปรับพอร์ตประจำปีในเดือนมีนาคม 2026 ได้เพิ่มหุ้น 25 ตัวและถอด 22 ตัว ส่งผลให้สัดส่วนกลุ่ม Healthcare และ Consumer Staples ยังคงเป็นแกนหลักของพอร์ตที่ประมาณ 41% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับเพิ่มขึ้นและลดลงระหว่างการปรับพอร์ต กองทุน SCHD ให้ผลตอบแทน YTD 30.11% แซงหน้า S&P 500 ที่ 12.11% ซึ่งพลิกกลับการทำผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2023-2025)
หุ้น CSPC PHARMA (01093.HK) พุ่งขึ้นกว่า 10% หลังมีรายงานผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 (INTerpath-001) ของวัคซีนมะเร็ง mRNA แบบเฉพาะบุคคล (intismeran) ...
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มไบโอเทคและบริษัทยาอย่าง Moderna และ Merck ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้กลุ่มอุตสาหกรรมนี้ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ราคาหุ้น Moderna พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัว เพิ่มมูลค่าบริษัทประมาณ 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังข้อมูลการทดลองวัคซีนมะเร็งชนิด mRNA ระยะสุดท้ายที่พัฒนาร่วมกับ Merck แสดงผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด 📈 การทดลองนี้มีความสำคัญต่อความพยายามของ Moderna ในการพิสูจน์เทคโนโลยี mRNA นอกเหนือจากวัคซีน COVID-19 และโรคติดเชื้ออื่นๆ ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางการค้าที่ทำกำไรได้สูง นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการรักษาดังกล่าวอาจมียอดขายถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032
Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) เป็นกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอและมีประวัติการเพิ่มเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อติดตามผลตอบแทนรวมของดัชนี Dow Jones U.S. Dividend 100 💰 หุ้น 5 อันดับแรกในพอร์ตประกอบด้วย Abbott Laboratories, Amgen, Merck, Coca-Cola และ Home Depot ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลตั้งแต่ 2.2% ถึง 2.7% โดย Coca-Cola และ Abbott Laboratories เป็น Dividend Kings ที่เพิ่มเงินปันผลมานานกว่า 50 ปีติดต่อกัน ในปี 2026 SCHD ทำผลงานได้ดี โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 25.8% แซงหน้า S&P 500 ที่เพิ่มขึ้น 13.7% ณ วันที่ 14 ส.ค. 2026 มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 3.1%
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดย Dow Jones เพิ่มขึ้น 230 จุด (0.4%) หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวขึ้นสองเท่า ส่งผลให้ Yield พันธบัตรระยะยาวปรับลดลง หุ้น Moderna พุ่งกว่า 80% จากผลการทดลองวัคซีนมะเร็งเชิงบวก ขณะที่ Marvell Technology เพิ่มขึ้นกว่า 12% จากการร่วมมือกับ Google ในด้านหน่วยประมวลผลเทนเซอร์ 📊
Moderna และ Merck พุ่งทะยาน หลังผลการทดลองวัคซีนมะเร็งในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังระยะสุดท้ายแสดงผลลัพธ์ที่แข็งแกร่ง 📈 ข่าวนี้ส่งผลบวกต่อหุ้นทั้งสองบริษัท โดยเฉพาะ Moderna ที่ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การประกาศผลการทดลองนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตามองในตลาดหุ้นวันนี้
บทวิเคราะห์เปรียบเทียบ ETF กองทุนหุ้นปันผล 2 กอง คือ Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) และ Vanguard Dividend Appreciation ETF (VIG) โดย SCHD เน้นหุ้นที่มีงบดุลแข็งแกร่งและปันผลสูง พร้อมพิจารณาการเติบโตของปันผล ขณะที่ VIG เน้นหุ้นที่มีประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี และให้น้ำหนักตามมูลค่าตลาด ซึ่งส่งผลให้ VIG มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าในระยะยาว แม้ SCHD จะเป็น ETF ปันผลที่ดีกว่าโดยรวมก็ตาม 📊
การเปรียบเทียบระหว่าง VanEck Pharmaceutical ETF (PPH) และ State Street Health Care ETF (XLV) ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในด้านการกระจุกตัวของพอร์ตและค่าธรรมเนียม PPH มีค่าธรรมเนียมสูงกว่า (0.36% vs 0.08%) แต่ให้ผลตอบแทนระยะสั้นที่ดีกว่า โดยเฉพาะในช่วง 3 ปี (13.8% ต่อปี) และ 5 ปี (10.5% ต่อปี) ในขณะที่ XLV มีผลตอบแทนระยะยาว 10 ปีดีกว่า (10.1% ต่อปี) และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ามาก 💰 PPH เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มยาโดยเฉพาะ ขณะที่ XLV กระจายการลงทุนในกลุ่มเฮลท์แคร์ที่กว้างกว่า
หน้านี้รวมข่าวล่าสุด ลิงก์หุ้นที่เกี่ยวข้อง สัญญาณ Scanner บทความ และ Structured Data เพื่อใช้ค้นคว้าต่อ
ไม่ใช่ ข่าวของ StockNotify เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้า นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสินใจ