รวมข่าวหุ้น HD ล่าสุด พร้อมข้อมูลหุ้น สัญญาณ บทความ และคำถามที่พบบ่อย
หน้านี้รวบรวมข่าวล่าสุดของ HD และเชื่อมไปยังหน้าหุ้น สัญญาณ Scanner และบทความที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์หุ้นที่เปิดให้ Google และ AI อ่านได้จากข้อมูลที่ StockNotify มีอยู่
ข่าวที่เชื่อมกับหน้า Hub นี้และเปิดให้ระบบค้นหาอ่านได้
การลงทุนในหุ้น Walmart เมื่อครั้ง IPO ในปี 1970 ด้วยเงิน 1,000 USD จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 38.9 ล้าน USD ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผลตอบแทน IPO ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ โดยมีปัจจัยสำคัญคือการแตกหุ้น (stock split) ถึง 12 ครั้ง ทำให้หุ้น 1 หุ้นกลายเป็น 6,144 หุ้น 📈 แม้ว่า Walmart จะมีผลประกอบการพลาดเป้าในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ประวัติศาสตร์การเติบโตระยะยาวของบริษัทก็ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุน IPO ในปัจจุบัน เช่น SpaceX ที่เพิ่งเข้าตลาดไป
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เข้าซื้อหุ้น Home Depot (HD) และ Mastercard (MA) เพิ่มเติมในเดือนมิถุนายน 2026 โดยพบว่า Home Depot เป็นหนึ่งในหุ้นที่ Bill Gates Foundation Trust ถือครอง ขณะที่ Bill Ackman ได้เข้าลงทุนใน Mastercard เช่นกัน HD กำลังเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงส่งผลต่อตลาดที่อยู่อาศัย แต่ผู้สนับสนุนมองว่ามีโอกาสฟื้นตัวได้ในอนาคตจากการกลับมาของธุรกรรมซื้อขายบ้านที่หายไป 🏡
Home Depot (HD) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีรายได้ 4.79 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นปรับปรุง 4.92 ดอลลาร์ แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS) จะเพิ่มขึ้น 1.7% ซึ่งเป็นการเติบโตที่เร็วที่สุดในเกือบ 4 ปี แต่การเติบโตโดยรวมยังคงถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราดอกเบี้ยที่สูงและภาวะตลาดที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดและมีการจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอ 📈
ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น Walmart, Target และ Amazon ได้รับเงินคืนภาษีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากรัฐบาล โดย Walmart ได้รับ 2.9 พันล้าน USD และมีแผนนำไปลดราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและสินค้าทั่วไป Target ได้รับ 994 ล้าน USD และนำไปเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ส่วน Amazon ได้รับ 600 ล้าน USD และจะคืนเงินให้ลูกค้าบางส่วนพร้อมกับลดราคาสินค้า Home Depot ได้รับ 730 ล้าน USD และใช้เพื่อลดต้นทุนสินค้าขายเพื่อเพิ่ม margin ขณะที่ Lowe's ยังอยู่ระหว่างพิจารณาการใช้เงินคืนภาษีจำนวน 80 ล้าน USD ที่ได้รับมา
Schwab U.S. Dividend Equity ETF (SCHD) เป็นกองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอและมีประวัติการเพิ่มเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อติดตามผลตอบแทนรวมของดัชนี Dow Jones U.S. Dividend 100 💰 หุ้น 5 อันดับแรกในพอร์ตประกอบด้วย Abbott Laboratories, Amgen, Merck, Coca-Cola และ Home Depot ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลตั้งแต่ 2.2% ถึง 2.7% โดย Coca-Cola และ Abbott Laboratories เป็น Dividend Kings ที่เพิ่มเงินปันผลมานานกว่า 50 ปีติดต่อกัน ในปี 2026 SCHD ทำผลงานได้ดี โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 25.8% แซงหน้า S&P 500 ที่เพิ่มขึ้น 13.7% ณ วันที่ 14 ส.ค. 2026 มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 3.1%
Jim Cramer มองว่าความกังวลในตลาดการเงินปัจจุบันสร้างโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ Data Center ที่ได้รับผลกระทบจากการขายออกมากเกินไป เขายกตัวอย่าง Micron ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากผลประกอบการของ Airbnb และ Home Depot ที่ดีกว่าคาด แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะสูงขึ้นและราคาน้ำมันพุ่ง แต่ Cramer เชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้อาจถูกประเมินสูงเกินไป และมองว่าตลาดมีราคาที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่อดทนได้
Home Depot รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยมีกำไรต่อหุ้นที่ 4.92 USD และรายได้ 47.86 พันล้าน USD เพิ่มขึ้น 5.7% YoY แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงอยู่ในภาวะ 'frozen' ก็ตาม ลูกค้ามีกำลังซื้อแต่ยังคงลังเลที่จะใช้จ่ายเนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงาน บริษัทคงประมาณการรายได้ทั้งปีไว้เท่าเดิม 🏡
Goldman Sachs คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 เนื่องจากผลกระทบจากเงินคืนภาษีที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2 เริ่มหมดไป แม้ว่ายอดขายของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคจะเติบโต 5.9% (S&P 500 consumer discretionary) และ 3.9% (consumer staples) ในไตรมาส 2 แต่การเติบโตของการใช้จ่ายที่แท้จริงคาดว่าจะชะลอลงเหลือ 1-1.5% เนื่องจากรายได้ที่แท้จริงเริ่มทรงตัว 💰 นักวิเคราะห์กำลังจับตาผลประกอบการและแนวโน้มของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Home Depot, Lowe's, Walmart และ Target ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางกำลังซื้อของผู้บริโภค
Meta (META) กำลังเผชิญกับการพิจารณาคดีเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพจิต โดยมีข้อกล่าวหาว่าออกแบบฟีเจอร์เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานอายุน้อย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายสูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาผลประกอบการของ Walmart (WMT) และ Target (TGT) ในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า Walmart จะได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อของผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่า ขณะที่ Target จะได้ประโยชน์จากยอดขายสินค้าอาหารและสุขภาพ แต่ยังต้องลุ้นการฟื้นตัวของสินค้าฟุ่มเฟือย 📈
Home Depot และ Lowe's สองยักษ์ใหญ่ในธุรกิจปรับปรุงบ้านเผชิญแรงกดดันจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลง โดย Home Depot เคยแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $289.10 ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ Lowe's อยู่ที่ $203.40 ในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม Home Depot มี P/S ratio ที่น่าสนใจที่ 1.99 ก่อนจะกลับมาเหนือ 2 อีกครั้งหลังรายงานผลประกอบการ ส่วน Lowe's ยังคงมี P/S ratio ที่ 1.3 และได้ประกาศเพิ่มเงินปันผล 4% เป็น $1.25 ต่อหุ้น 💰
Home Depot (HD) และ RH เป็นหุ้นกลุ่มผู้บริโภคที่พึ่งพิงตลาดอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดย HD มีรายได้ปีงบประมาณ 2025 ที่ 164.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรสุทธิ 14.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 5.1 เท่า ในขณะที่ RH มีรายได้ปีงบประมาณ 2025 ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรสุทธิ 124.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงถึง 65.5 เท่า 📈 HD จ่ายเงินปันผล 2.64% เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง ส่วน RH เน้นการเติบโตในตลาดลักชัวรีและธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า
JPMorgan ปรับเพิ่มอันดับหุ้น IBM (IBM) เป็น Overweight พร้อมตั้งเป้าหมายราคาใหม่ที่ $291 จากเดิม $270 โดยอ้างอิงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจซอฟต์แวร์ที่จะเร่งตัวในครึ่งหลังของปี 2026 📈 นอกจากนี้ ข่าวได้รวบรวมการวิเคราะห์จาก Wall Street เกี่ยวกับการอัปเกรดและดาวน์เกรดหุ้นอื่นๆ เช่น Target (TGT) และการเริ่มต้นครอบคลุมหุ้น SpaceX (SPCX) โดย Susquehanna
หน้านี้รวมข่าวล่าสุด ลิงก์หุ้นที่เกี่ยวข้อง สัญญาณ Scanner บทความ และ Structured Data เพื่อใช้ค้นคว้าต่อ
ไม่ใช่ ข่าวของ StockNotify เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้า นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสินใจ