รวมข่าวหุ้น HD ล่าสุด พร้อมข้อมูลหุ้น สัญญาณ บทความ และคำถามที่พบบ่อย
หน้านี้รวบรวมข่าวล่าสุดของ HD และเชื่อมไปยังหน้าหุ้น สัญญาณ Scanner และบทความที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์หุ้นที่เปิดให้ Google และ AI อ่านได้จากข้อมูลที่ StockNotify มีอยู่
ข่าวที่เชื่อมกับหน้า Hub นี้และเปิดให้ระบบค้นหาอ่านได้
Home Depot และ Lowe's สองยักษ์ใหญ่ในธุรกิจปรับปรุงบ้านเผชิญแรงกดดันจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลง โดย Home Depot เคยแตะจุดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ $289.10 ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ Lowe's อยู่ที่ $203.40 ในเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม Home Depot มี P/S ratio ที่น่าสนใจที่ 1.99 ก่อนจะกลับมาเหนือ 2 อีกครั้งหลังรายงานผลประกอบการ ส่วน Lowe's ยังคงมี P/S ratio ที่ 1.3 และได้ประกาศเพิ่มเงินปันผล 4% เป็น $1.25 ต่อหุ้น 💰
Home Depot (HD) และ RH เป็นหุ้นกลุ่มผู้บริโภคที่พึ่งพิงตลาดอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อของผู้บริโภค โดย HD มีรายได้ปีงบประมาณ 2025 ที่ 164.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรสุทธิ 14.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 5.1 เท่า ในขณะที่ RH มีรายได้ปีงบประมาณ 2025 ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรสุทธิ 124.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงถึง 65.5 เท่า 📈 HD จ่ายเงินปันผล 2.64% เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง ส่วน RH เน้นการเติบโตในตลาดลักชัวรีและธุรกิจโรงแรม ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า
JPMorgan ปรับเพิ่มอันดับหุ้น IBM (IBM) เป็น Overweight พร้อมตั้งเป้าหมายราคาใหม่ที่ $291 จากเดิม $270 โดยอ้างอิงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจซอฟต์แวร์ที่จะเร่งตัวในครึ่งหลังของปี 2026 📈 นอกจากนี้ ข่าวได้รวบรวมการวิเคราะห์จาก Wall Street เกี่ยวกับการอัปเกรดและดาวน์เกรดหุ้นอื่นๆ เช่น Target (TGT) และการเริ่มต้นครอบคลุมหุ้น SpaceX (SPCX) โดย Susquehanna
การเลือกลงทุนในหุ้นปันผลเติบโต (Dividend Growth) ที่มีอัตราการจ่ายปันผลเริ่มต้นต่ำกว่า แต่มีการเติบโตต่อเนื่อง สามารถสร้างผลตอบแทนรวมและกระแสเงินสดที่สูงกว่าในระยะยาว เมื่อเทียบกับหุ้นที่เน้นปันผลสูงแต่ไม่มีการเติบโต ตัวอย่างเช่น หุ้นกลุ่ม Blue-chip อย่าง Johnson & Johnson (NYSE:JNJ), Procter & Gamble (NYSE:PG), Coca-Cola (NYSE:KO) และ Home Depot (NYSE:HD) มีประวัติการเพิ่มเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ซึ่งช่วยรักษาอำนาจซื้อและเพิ่มพูนความมั่งคั่งได้ดีกว่าในระยะเวลา 25 ปีขึ้นไป 📈
Argosy Investors ได้เพิ่ม Pool Corporation (NASDAQ:POOL) เป็นตำแหน่งใหม่ในพอร์ต Q1 2026 โดยมองว่าเป็นผู้นำตลาดผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำและผลิตภัณฑ์เพื่อการพักผ่อนกลางแจ้ง ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 35-40% แม้ว่าบริษัทจะเผชิญกับภาวะซบเซาหลังโควิด แต่ 60% ของยอดขายเป็นสินค้าที่จำเป็น และมี ROIC ในช่วง 25-30% ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 15.5 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำเกินไปสำหรับผู้นำตลาดที่มีคุณภาพสูง 📈 อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเกี่ยวกับคู่แข่งรายใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Home Depot และสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อาจส่งผลกระทบต่อการสร้างสระว่ายน้ำ
The Home Depot (HD) ได้รับการปรับลดราคาเป้าหมายจาก Morgan Stanley และ Wells Fargo ในเดือนพฤษภาคม 2024 โดย Morgan Stanley ปรับจาก 420 ดอลลาร์ เป็น 400 ดอลลาร์ และ Wells Fargo ปรับจาก 375 ดอลลาร์ เป็น 360 ดอลลาร์ แม้จะมีการปรับลดราคาเป้าหมาย แต่ทั้งสองสถาบันยังคงแนะนำ 'Overweight' เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ออกมาสอดคล้องกับประมาณการ และบริษัทยังคงยืนยัน Guidance สำหรับปีงบประมาณ 2026 📊
หุ้น Home Depot (HD) เผชิญแรงกดดัน โดยราคาหุ้นปรับตัวลง 15% ในรอบปีที่ผ่านมา และ 9% ในปีนี้ 📉 นักวิเคราะห์จาก Piper Sandler และ Wells Fargo ได้ปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นลง โดยอ้างอิงถึงความอ่อนแอในภาคการใช้จ่ายตามความต้องการของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม Jim Cramer ได้กล่าวถึง Home Depot หลังรายงานผลประกอบการ โดยระบุว่าบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ดีในอดีต แม้จะเผชิญกับความท้าทายในปัจจุบัน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 📈
ผู้ค้าปลีกในสหรัฐฯ กำลังปรับกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจแบบ K-shape โดย Walmart และ Target ปรับลดราคาสินค้ากว่า 7,200 รายการ ขณะเดียวกันก็เพิ่มสินค้าพรีเมียมและสินค้าในกลุ่มสุขภาพและความงาม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ด้าน Home Depot และ Lowe's เผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและตลาดที่อยู่อาศัยที่ซบเซา ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อโครงการขนาดใหญ่ 💰
The Home Depot รายงานผลประกอบการที่สูงกว่าคาดการณ์ โดยมีรายได้รวมเติบโตประมาณ 5% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะ 4.18 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และกำไรปรับปรุงต่อหุ้นอยู่ที่ 3.43 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโตเพียง 0.6% ซึ่งต่ำกว่าคาดเล็กน้อย บริษัทฯ ยืนยันแนวโน้มปี 2026 โดยคาดการณ์ยอดขายสาขาเดิมจะทรงตัวถึงเติบโต 2% และยอดขายรวมเติบโต 2.5% ถึง 4.5% โดยได้รับแรงหนุนจากโครงการปรับปรุงบ้านขนาดเล็ก (DIY) ที่ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ยังคงถูกชะลอออกไปเนื่องจากความกังวลด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ 🏠
หน้านี้รวมข่าวล่าสุด ลิงก์หุ้นที่เกี่ยวข้อง สัญญาณ Scanner บทความ และ Structured Data เพื่อใช้ค้นคว้าต่อ
ไม่ใช่ ข่าวของ StockNotify เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้า นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสินใจ