รวมข่าวหุ้น BID ล่าสุด พร้อมข้อมูลหุ้น สัญญาณ บทความ และคำถามที่พบบ่อย
หน้านี้รวบรวมข่าวล่าสุดของ BID และเชื่อมไปยังหน้าหุ้น สัญญาณ Scanner และบทความที่เกี่ยวข้อง
ลิงก์หุ้นที่เปิดให้ Google และ AI อ่านได้จากข้อมูลที่ StockNotify มีอยู่
ข่าวที่เชื่อมกับหน้า Hub นี้และเปิดให้ระบบค้นหาอ่านได้
ตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนเวียดนามกำลังเผชิญแรงกดดันจากการครบกำหนดไถ่ถอนมูลค่าสูงถึง 253,000 พันล้านดองภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งสูงกว่าปริมาณการซื้อขายในช่วงเดียวกันถึง 1.65 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภาระดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สัญญาณเชิงบวกเริ่มปรากฏจากการลดลงของอัตราการผิดนัดชำระหนี้ใหม่ในช่วงล่าสุด 📉
ตลาดหุ้นเวียดนามกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเกรดเป็นตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging) โดยตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม (VNX) ได้ออกกฎระเบียบใหม่เพื่อเพิ่มการกำกับดูแลในช่วงการปรับดัชนี FTSE Russell เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเสี่ยงจากการปั่นราคา กฎใหม่นี้ครอบคลุม 3 ระยะ คือ การระบุความเสี่ยงล่วงหน้า การติดตามหุ้นเป้าหมาย และการควบคุมผลกระทบหลังการปรับดัชนี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการซื้อขายที่ผิดปกติและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเงินลงทุนจำนวนมากที่คาดว่าจะไหลเข้าสู่ตลาดหลังการอัปเกรดดัชนีในเดือนกันยายน 2026
กลุ่มธนาคารในเวียดนามกำลังเร่งเพิ่มทุนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายปี 2026 โดยธนาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่ต่างให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างฐานทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต Techcombank, VPBank และ MB Bank มีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียนให้ทะลุ 100,000 พันล้านดอง ซึ่งจะทำให้การแข่งขันด้านขนาดทุนระหว่างธนาคารเอกชนรายใหญ่ทวีความเข้มข้นขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารรัฐวิสาหกิจอย่าง Vietcombank และ BIDV ก็มีแผนเพิ่มทุนเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงระบบในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของภาคธนาคารเวียดนาม 🏦💰
ตลาดหุ้นเวียดนามปิดสัปดาห์ด้วยความคึกคัก โดย VN-Index ปรับตัวขึ้น 1.95% สู่ระดับ 1,768.12 จุด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 📊 FTSE Russell ประกาศเพิ่ม 27 หุ้นเวียดนามเข้าดัชนี FTSE All-Cap เตรียมพร้อมยกระดับสู่ตลาดเกิดใหม่ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ 2,511 พันล้านดอง โดย VIC เป็นหุ้นที่ถูกขายมากที่สุด 💰 ภาคธุรกิจหลักทรัพย์ทำกำไรสุทธิกว่า 12,300 พันล้านดองในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 51.4% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจให้กู้ยืมเพื่อซื้อขายหุ้น (margin lending) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
FTSE Russell ได้ประกาศปรับอันดับหุ้นเวียดนามขึ้นสู่ตลาดเกิดใหม่ระดับรอง (Secondary Emerging Market) โดยมีหุ้น 27 ตัวที่ถูกเพิ่มเข้าดัชนี FTSE Emerging ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนไหลเข้ากว่า 2.2 พันล้าน USD 💰 การปรับอันดับนี้จะเกิดขึ้นเป็น 4 ระยะ โดยจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายน 2027 ซึ่งคาดว่าส่วนใหญ่ของเงินทุนจะไหลเข้าในปี 2027 นอกจากนี้ ยังมีความคาดหวังว่าเวียดนามจะได้รับการปรับอันดับจาก MSCI ในอนาคตอันใกล้ 📈
VIS Rating คาดการณ์ว่าภาคธนาคารเวียดนามในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จะเห็นการแบ่งแยกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยธนาคารของรัฐและธนาคารเอกชนขนาดใหญ่จะยังคงมีความแข็งแกร่งจากฐานที่มั่นคง ในขณะที่ธนาคารขนาดกลางและเล็กจะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนทางการเงินและการบริหารความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น 📈 คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมเริ่มมีสัญญาณอ่อนแอลง โดยหนี้เสียเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% และอัตราส่วนการรองรับหนี้เสียลดลงเหลือ 79% ขณะที่การแข่งขันด้านเงินฝากยังคงรุนแรง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของธนาคารขนาดเล็กพุ่งสูงขึ้น แต่ธนาคารขนาดใหญ่สามารถบริหารจัดการ NIM ได้ดีขึ้นจาก NIM ที่กว้างขึ้นและรายได้ค่าธรรมเนียมที่หลากหลาย 🏦
บริษัท ประกันภัย BIDV (BIC) ประกาศจ่ายเงินปันผลปี 2025 ในอัตรา 12% หรือ 1,200 ดองต่อหุ้น โดยจะจ่ายในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 242.5 พันล้านดอง บริษัทแม่ BIDV จะได้รับเงินปันผลประมาณ 124 พันล้านดอง ขณะที่ Fairfax Asia Limited จะได้รับประมาณ 85 พันล้านดอง 📈 ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 128 พันล้านดอง ลดลง 25.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
VPBank (VPB) ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี FTSE All-World และ FTSE All Cap ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดเงินทุนจากกองทุน Passive Fund ที่ติดตามดัชนีเหล่านี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิประมาณ 4,906 พันล้านดอง (ประมาณ 187.6 ล้าน USD) ในกรณีที่ดีที่สุด นอกจากนี้ การเข้าสู่ดัชนีระดับโลกยังช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของธนาคารในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ 📈 ผลประกอบการที่แข็งแกร่งและคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับปรุงอย่างต่อเนื่องยังเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น VPB
FTSE Russell ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักของตลาดหุ้นเวียดนามในดัชนี FTSE Emerging All Cap Index ขึ้นจาก 0.329% เป็น 0.49% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มจำนวนหุ้นที่เข้าเกณฑ์จาก 23 เป็น 27 หลักทรัพย์ การปรับเพิ่มน้ำหนักนี้คาดว่าจะส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามประมาณ 78.900 พันล้านดอง (VND) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 52.600 พันล้านดอง (VND) โดยเงินทุนจะทยอยเข้า 4 ครั้ง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 ถึงกันยายน 2027 ซึ่งส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในปี 2027 📈
FTSE Russell ประกาศผลการทบทวนดัชนีประจำเดือนกันยายน 2026 โดยมีหุ้นธนาคารเวียดนาม 10 แห่งถูกเพิ่มเข้าสู่ดัชนี FTSE Global Equity Index Series (GEIS) ในกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่ Large Cap ถึง Micro Cap โดยเฉพาะ VPB, VCB, STB และ HDB คาดว่าจะได้รับเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิรวมกว่า 254.1 ล้าน USD 💰 การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2026 เป็นต้นไป
ตลาดหุ้นเวียดนามปิดบวกแรงในวันที่ 21 ส.ค. โดย VN-Index เพิ่มขึ้น 33.8 จุด (+1.95%) แตะ 1,768.12 จุด แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มทุนใหญ่ เช่น Vingroup และกลุ่มธนาคาร รวมถึง HPG โดยมีมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกก่อนการประกาศปรับดัชนี FTSE Russell ในวันที่ 22 ส.ค.
ตลาดหุ้นเวียดนามเผชิญแรงขายหนักในวันที่ 14 สิงหาคม ดัชนี VN-Index ร่วงเกือบ 37 จุด คิดเป็นการลดลงกว่า 2% โดยหุ้นกลุ่ม Vingroup (VIC, VHM) และกลุ่มธนาคาร (VCB, CTG, BID) เป็นปัจจัยกดดันหลัก ส่งผลให้มูลค่าตลาด HoSE หายไปกว่า 175.4 ล้านล้านดอง อย่างไรก็ตาม มีมุมมองเชิงบวกจาก SSI Research ที่ชี้ว่าเดือนสิงหาคมมักเป็นช่วงที่ดีของตลาด และปัจจัยฤดูกาล รวมถึงการซื้อขาย Margin ที่ลดลง อาจช่วยหนุนโอกาสการลงทุนระยะสั้นได้ 📈
หน้านี้รวมข่าวล่าสุด ลิงก์หุ้นที่เกี่ยวข้อง สัญญาณ Scanner บทความ และ Structured Data เพื่อใช้ค้นคว้าต่อ
ไม่ใช่ ข่าวของ StockNotify เป็นเครื่องมือช่วยค้นคว้า นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลหลายด้านก่อนตัดสินใจ