หุ้นฮ่องกง-จีนร่วง NVIDIA แกร่ง จีนขึ้นราคาน้ำมัน
ประเด็นสำคัญ
สรุปวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวล่าสุด
ตลาดหุ้นฮ่องกงและจีนเผชิญแรงเทขาย โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี เช่น Jingwei Tiandi (HK02477) ที่ดิ่งกว่า 84% และ Tencent (00700.HK) ที่แตะจุดต่ำสุดในรอบปี ขณะที่ NVIDIA (NVDA.US) โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่งเกินคาดการณ์จากแรงหนุน AI และได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก Goldman Sachs 📈. ด้านจีนมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น Tingyi และ Uni-President China ⛽️. ในขณะเดียวกัน เงินเฟ้อฮ่องกงเดือนเมษายนอยู่ที่ 1.7% ต่ำกว่าคาดการณ์ 📉.
จุดสำคัญที่ต้องติดตาม
ตลาดหุ้นฮ่องกงและจีนเผชิญแรงเทขาย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้ดัชนีปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญ
หุ้น Jingwei Tiandi (HK02477) ดิ่งกว่า 84% หลังเข้าตลาดฮ่องกงไม่นาน
NVIDIA (NVDA.US) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกดีเกินคาดการณ์ ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI ที่แข็งแกร่ง และ Goldman Sachs ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
Tencent (00700.HK) และ Alibaba (BABA) เผชิญแรงขาย โดย Tencent ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี
Macquarie ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น SUNART RETAIL (06808.HK) และคาดการณ์กำไรลดลง เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมอ่อนแอ
จีนประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2567
ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นในจีนเริ่มส่งผลกระทบต่อบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น Tingyi และ Uni-President China
Alphabet Inc. (GOOGL.US) ได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก CMSI หลังเปิดตัวความสามารถด้าน AI Agent
เงินเฟ้อฮ่องกงเดือนเมษายน 2024 เพิ่มขึ้น 1.7% ต่ำกว่าคาดการณ์
หุ้นที่ระบุในรายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หุ้น Jingwei Tiandi (HK02477) ดิ่ง 84% ตลาดหุ้นฮ่องกง-จีนปรับฐาน
ตลาดหุ้นฮ่องกงและจีนเผชิญแรงเทขายช่วงบ่าย โดยหุ้น Jingwei Tiandi (HK02477) ร่วงกว่า 84% หลังเข้าตลาดฮ่องกงได้ไม่นาน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตในฮ่องกง เช่น Bilibili, Baidu, Kuaishou, NetEase ก็ปรับตัวลงอย่างหนักเช่นกัน ขณะที่หุ้น A-share ก็ปรับฐานลงเช่นกัน โดยมีหุ้นกว่า 4,700 ตัวที่ปรับลดลง นักวิเคราะห์ชี้ว่าปัจจัยลบมาจากความไม่แน่นอนภายนอกตลาด และสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงการปรับขึ้นของบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่อาจมีภาวะฟองสบู่ 📉
Macquarie ลดราคาเป้าหมาย SUNART RETAIL เป็น HKD1.3, ปรับลดคาดการณ์กำไร
Macquarie ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น SUNART RETAIL (06808.HK) ลง 24% เป็น HKD1.3 และปรับลดประมาณการกำไรปี FY2027 และ FY2028 ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ารายได้จะลดลงในระดับต่ำใน FY2027 และบริษัทตั้งเป้าหมายที่จุดคุ้มทุนถึงกำไรเล็กน้อย 📉 สาเหตุหลักมาจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และรายได้ที่ลดลง 10.6% YoY ใน 2HFY2026 ซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานออฟไลน์ที่อ่อนแอ แม้ว่าการดำเนินงานออนไลน์จะยังคงแข็งแกร่ง แต่บริษัทขาดปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของกำไรขึ้นอยู่กับการประหยัดต้นทุนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม Macquarie ยังคงแนะนำ Neutral เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจที่ 12% 💰
NVDA: Goldman Sachs เพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 285 USD, คงอันดับ Buy หลังผลประกอบการดีเกินคาด
Goldman Sachs ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น NVIDIA (NVDA.US) เป็น 285 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ 'Buy' หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนเมษายน ดีกว่าคาดการณ์อย่างมาก โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการลงทุนที่แข็งแกร่งและการจัดสรรเงินทุนที่ดีขึ้น 📈 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนจะนำไปสู่ผลประกอบการที่โดดเด่นในอนาคต โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ขึ้นเฉลี่ย 6% จากการคาดการณ์รายได้ที่สูงขึ้นและอัตราภาษีที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำของบริษัท แม้ว่าความคาดหวังของนักลงทุนจะสูงขึ้นก่อนการประกาศผลประกอบการแล้วก็ตาม แต่ผลประกอบการและแนวโน้มในไตรมาสที่สองก็ยังคงเหนือความคาดหมายดังกล่าว 🚀
จีนขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 75 หยวน/ตัน ดีเซล 70 หยวน/ตัน มีผล 21 พ.ค.
คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลภายในประเทศ โดยน้ำมันเบนซินมาตรฐานจะปรับขึ้น 75 หยวนต่อตัน และดีเซลมาตรฐานจะปรับขึ้น 70 หยวนต่อตัน มีผลตั้งแต่เวลา 24:00 น. ของวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 การปรับขึ้นราคาดังกล่าวเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ⛽️ NDRC ได้สั่งการให้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น PetroChina, Sinopec และ CNOOC จัดการการผลิตและการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปทานในตลาดมีเสถียรภาพ และปฏิบัติตามนโยบายการกำหนดราคาของชาติอย่างเคร่งครัด
Alibaba Cloud เปิดตัว Dianjin, Citi ปรับลด HSI TP ปี 2026 เหลือ 29,600
Alibaba Cloud ได้เปิดตัว Dianjin แพลตฟอร์ม AI ระดับการเงินที่เชื่อมต่อโดยตรงกับข้อมูลตลาดและสินทรัพย์ของ Alibaba พร้อมรองรับแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น Wind และ East Money แพลตฟอร์มนี้มีฟังก์ชันการตรวจสอบแบบ end-to-end และกรอบการทำงานด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ 3 ชั้น 🚀 ในขณะเดียวกัน Citi ได้ปรับลดราคาเป้าหมายดัชนี HSI ปี 2026 ลงเหลือ 29,600 จุด โดยมี Tencent (00700.HK) และ AIA (01299.HK) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม H Shares 📈
G Sachs: ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจีนสูงขึ้น กระทบ Tingyi, Uni-President China
G Sachs รายงานว่าต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นเริ่มส่งผลกระทบต่อบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคในจีนตั้งแต่เดือนมีนาคม-เมษายน 2026 โดยคาดว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรของ Tingyi และ Uni-President China มากที่สุด เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งคิดเป็นสัดส่วนสูงในโครงสร้างต้นทุนสินค้า (COGS) โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์นม ⛽️ ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น 5% YTD และ 11% เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2025 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ นอกจากนี้ การที่ราคาวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ เช่น PET จะปรับตัวสูงขึ้นในครึ่งหลังของปี 2026 ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา 📈
NVDA: ผลประกอบการ Q1 เกินคาดการณ์, Guidance แข็งแกร่งจากแรงหนุน AI
NVIDIA Corporation รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนเมษายน ดีเกินคาดการณ์ โดยมีรายได้ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรต่อหุ้นที่ไม่ใช่ GAAP ที่ 1.87 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แรงหนุนหลักมาจากความต้องการปัญญาประดิษฐ์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Grace Blackwell บริษัทคาดการณ์รายได้ในไตรมาสเดือนกรกฎาคมที่ 9.10 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์เช่นกัน 📈💰
ดัชนีฮั่งเส็งปิดลบ 264 จุด, BABA-Tencent ร่วง, BOC Hong Kong ทำนิวไฮ
ดัชนีฮั่งเส็งปิดลบ 264 จุด หรือ 1.0% ปิดที่ 25,386 จุด ขณะที่ดัชนี HSCEI ปรับตัวลง 1.5% ปิดที่ 8,475 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 298.55 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Alibaba (BABA) ปรับลดลง 4.5% และ Tencent (00700.HK) ลดลง 3.6% ในขณะที่ BOC Hong Kong (02388.HK) ทำระดับสูงสุดใหม่ 📈 ตลาดหุ้นฮ่องกงเผชิญแรงขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี แต่มีบางบริษัทที่ทำผลงานได้ดี
หุ้นฮ่องกงปิดลบ, SUNNY OPTICAL พุ่ง 9.32%, BIDU-SW ร่วง 5.74%
ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบ 264 จุด โดยดัชนี HSI ปิดที่ 25,386 จุด เทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวลงถ้วนหน้า เช่น BIDU-SW ร่วง 5.74%, TENCENT ลดลง 3.56%, BABA-W และ NTES-S ลดลงกว่า 4% ขณะที่ SUNNY OPTICAL พุ่งขึ้น 9.32% หลัง Tesla ประกาศพร้อมให้บริการ FSD ในจีน ZTO EXPRESS ปรับขึ้น 2.24% หลังได้รับการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก Morgan Stanley และ Citi ส่วน HSBC HOLDINGS เพิ่มขึ้น 2.16% และ SHENZHOU INTL เพิ่มขึ้น 2.43% ตามการจัดอันดับหุ้นเด่นของ Citi 📈
Tencent เปิดตัว AI Real-Time Interpretation เลียนแบบเสียง Nomura ให้เรตติ้ง Buy
Tencent Meeting เปิดตัวฟีเจอร์ 'AI Real-Time Interpretation' ที่สามารถเลียนแบบน้ำเสียงผู้ใช้พร้อมการแปลแบบเรียลไทม์ โดยมีความหน่วงน้อยกว่า 3 วินาที ฟีเจอร์นี้ไม่ต้องใช้ปลั๊กอินเพิ่มเติม และผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคนสามารถเปิดใช้งานได้เอง Nomura ให้เรตติ้ง 'Buy' สำหรับ Tencent (00700.HK) โดยมองว่าธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งสนับสนุนการลงทุนด้าน AI ของบริษัท 🚀✨
Alphabet Inc. (GOOGL.US) ราคาเป้าหมายใหม่ USD460 จาก AI Agent
CMSI ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสำหรับ Alphabet Inc. (GOOGL.US) ขึ้นเป็น 460 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอ้างอิงจากการที่ Google ได้เปิดตัวความสามารถด้าน AI Agent อย่างครอบคลุมในงาน Google I/O เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งรวมถึงโมเดลพื้นฐานใหม่และผู้ช่วย AI ที่ทำงานตลอดเวลา 🚀. โบรกเกอร์เชื่อว่าแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้และความน่าเชื่อถือที่แข็งแกร่ง จะมีความได้เปรียบในการนำเสนอเทคโนโลยี AI Agent และเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักด้านการเข้าถึงของผู้บริโภค. นอกจากนี้ Google ยังได้เปิดตัวแผนบริการ AI แบบสมัครสมาชิกใหม่เพื่อดึงดูดผู้ใช้ที่คำนึงถึงต้นทุน. ด้วยการเติบโตที่ยั่งยืนของธุรกิจโฆษณาและคลาวด์ รวมถึงปัจจัยกระตุ้นที่มีศักยภาพ เช่น Waymo และ TPU, โบรกเกอร์มองว่าความเสี่ยงและผลตอบแทนของ Google ยังคงน่าสนใจ โดยคาดการณ์รายได้และกำไรจากการดำเนินงานจะเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 19% และ 27% ตามลำดับ สำหรับปีงบประมาณ 25 ถึง 27. การประเมินมูลค่าหุ้นปัจจุบันที่ 22 เท่าของกำไรสุทธิที่ไม่ใช่ GAAP สำหรับปีงบประมาณ 27 ถือว่ามีส่วนลดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และกำลังแคบลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบครบวงจร โดยเฉพาะ TPU.
เงินเฟ้อฮ่องกง เม.ย. 2024 เพิ่ม 1.7% ต่ำกว่าคาดการณ์
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของฮ่องกง (CPI) ในเดือนเมษายน 2024 เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเท่ากับเดือนมีนาคมและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.9% อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) อยู่ที่ 1.6% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า โดยหมวดหมู่อุปกรณ์ไฟฟ้า แก๊ส และน้ำ มีราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 5.5% ขณะที่สินค้าคงทนราคาลดลง 1.9% โฆษกรัฐบาลระบุว่าแรงกดดันด้านราคาจากปัจจัยอื่น ๆ ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้ราคาน้ำมันจะยังคงสูงและส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงก็ตาม รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา 📈
ตลาดหุ้นจีนร่วง 2-2.4%, SMIC-Cambricon ดิ่ง, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พุ่ง
ดัชนีตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนี Shanghai Composite Index ปิดลบ 2.04%, Shenzhen Component Index ปิดลบ 2.07%, และ ChiNext Index ปิดลบ 2.35% ท่ามกลางข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง เช่น การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ติดลบ 1.6% และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลง หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขายหนัก โดยเฉพาะ SMIC ที่ร่วง 4.9% และหุ้น AI ชิปอย่าง Cambricon ปรับตัวลง 5.3% อย่างไรก็ตาม กลุ่มหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กลับปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด โดย Swancor Advanced Materials พุ่ง 7.8% และ Beite Tech เพิ่มขึ้น 9% 🏦
หุ้นฮ่องกงร่วงหนัก: TENCENT (00700.HK) ต่ำสุดรอบปี, KUAISHOU-W ดิ่ง 6%
ตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวลดลง โดยดัชนี HSI ปิดลบ 271 จุด และ HSTECH ลดลง 2.2% หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายตัวเผชิญแรงขาย โดย TENCENT (00700.HK) ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่ KUAISHOU-W (01024.HK) เป็นหุ้นบลูชิปที่ปรับตัวลงมากที่สุด 📉 ปริมาณการซื้อขายรวมสูงถึง 2.47 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดยมีแรงขายในหุ้นเทคโนโลยีหลายตัว เช่น BIDU-SW, BABA-W, NTES-S และ JD-SW ที่ปรับตัวลงระหว่าง 3.8-5.7% 📉
Anthropic คาดรายได้ 2Q พุ่ง 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมกำไรจากการดำเนินงานครั้งแรก
Anthropic คาดการณ์รายได้ไตรมาส 2/2024 จะพุ่งสูงกว่า 1 เท่าตัว แตะระดับ 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานเป็นครั้งแรก โดยมีกำไรจากการดำเนินงานคาดการณ์ที่ 559 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนเพิ่มการลงทุนด้านการประมวลผล ทำให้การรักษาผลกำไรตลอดทั้งปีอาจเป็นไปได้ยากในระยะยาว 📈
ระบบทำการวิเคราะห์และให้น้ำหนักความสำคัญของข่าว (Importance Score) จากหลายปัจจัย เพื่อคัดกรองข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาดมากที่สุด
