ข่าวหุ้น Logo

ข่าวหุ้น - ข่าวตลาดหุ้นไทย สหรัฐ จีน เวียดนาม

ข่าวล่าสุด

บริษัท
เชิงบวก

Bank of America คาดการณ์การเติบโตของเงินปันผลที่แข็งแกร่งในปี 2026 โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 8% ซึ่งสูงกว่าปี 2025 ที่คาดการณ์ไว้ 7% 📈 ปัจจัยสนับสนุนคืออัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลของ S&P 500 ที่อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (30%) ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีศักยภาพในการเพิ่มการจ่ายเงินปันผล 💰 นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนมองหาบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าตลาดแต่ไม่ตึงเครียดจนเกินไป โดยเน้นบริษัทในกลุ่ม Russell 1000 ที่มีผลตอบแทนในควินไทล์ที่สอง เพื่อหลีกเลี่ยงบริษัทที่มีความเสี่ยงสูง 📊 ข่าวนี้ได้ยกตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ เช่น Reynolds Consumer Products (REYN) ที่มีผลตอบแทนประมาณ 4% แม้ราคาหุ้นจะลดลงในช่วงปีที่ผ่านมา Macy's (M) ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจด้วยผลตอบแทน 3.2% และการฟื้นตัวของราคาหุ้น Prologis (PLD) REIT ด้านคลังสินค้า มีผลตอบแทน 3.1% และมีแนวโน้มธุรกิจที่ดีขึ้น Exxon Mobil (XOM) หุ้นพลังงาน มีผลตอบแทนประมาณ 3.4% และได้ทะลุแนวต้านสำคัญไปแล้ว 🌟

ตลาด
เป็นกลาง

เมื่อต้นปี 2026 ตลาดหุ้น S&P 500 แสดงสัญญาณความผันผวน โดยดัชนีหลักปิดลบในสัปดาห์แรก ส่งผลให้หุ้นบางตัวเข้าสู่ภาวะขายมากเกินไป (RSI ต่ำกว่า 30) ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการฟื้นตัวระยะสั้น ในขณะเดียวกัน หุ้นบางตัวก็อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (RSI สูงกว่า 70) ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงในการปรับฐาน Datadog (DDOG) เป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มขายมากเกินไป โดยมี RSI ต่ำสุดที่ 16.9 แม้จะเผชิญแรงกดดัน แต่ Wells Fargo ยังคงมองว่าเป็นหุ้นที่น่าซื้อ โดยอ้างถึงศักยภาพจาก AI และความเป็นผู้นำในด้าน observability 📊 ในทางตรงกันข้าม Molina Healthcare เป็นหุ้นที่ซื้อมากเกินไปที่สุด (RSI 81.5) หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนชื่อดัง แต่ราคาเป้าหมายเฉลี่ยชี้ว่าอาจมี upside จำกัด 📉 หุ้นอื่นๆ ที่น่าจับตาในกลุ่มขายมากเกินไป ได้แก่ Lamb Weston, Marathon Petroleum, CrowdStrike และ AutoZone ส่วนหุ้นที่ซื้อมากเกินไป ได้แก่ Freeport-McMoRan, Boeing, Chipotle Mexican Grill และ Southwest Airlines ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงภาพรวมของสภาวะตลาดและหุ้นรายตัว ณ จุดเริ่มต้นปีใหม่

บริษัท
เชิงบวก

วอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้แสดงความเชื่อมั่นอย่างสูงต่อ เกร็ก อาเบล ซีอีโอคนใหม่ของ Berkshire Hathaway โดยกล่าวว่าเขาอยากให้อาเบลจัดการเงินของเขามากกว่าที่ปรึกษาการลงทุนชั้นนำใดๆ 😮 บัฟเฟตต์เน้นย้ำถึงความสามารถของอาเบลในการตัดสินใจและบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าอาเบลจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้มากกว่าที่เขาเคยทำได้ในอดีต นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังชื่นชมอาเบลที่ใช้ชีวิตอย่างสมดุลและเป็นธรรมชาติ แม้จะต้องบริหารบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 400,000 คนก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความต่อเนื่องในการบริหารงานของ Berkshire Hathaway 💼 แม้ว่าหุ้น Berkshire Hathaway จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันแรกที่อาเบลเข้ารับตำแหน่ง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า และบัฟเฟตต์จะยังคงมีบทบาทในฐานะประธานคณะกรรมการต่อไป

บริษัท
เชิงบวก

Bank of America (BofA) ได้ระบุหุ้น 10 ตัวที่คาดว่าจะทำผลงานได้ดีในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยเน้นหุ้นที่ซื้อขายในราคาที่เหมาะสมหรือต่ำกว่ามูลค่า ท่ามกลางตลาดหุ้น S&P 500 ที่มีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 📈 หุ้นที่ถูกเลือกครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึง Amazon ซึ่ง BofA มองว่ามีศักยภาพการเติบโตจากธุรกิจ AWS และการลงทุนในเทคโนโลยี AI และควอนตัมคอมพิวติ้ง นอกจากนี้ Dollar General ยังเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่น่าสนใจ โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการคืนภาษีและประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น 💰 ส่วน Boeing คาดว่าการผลิตเครื่องบินเชิงพาณิชย์จะกลับมามีเสถียรภาพและเติบโต ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน ข่าวนี้สะท้อนมุมมองของ BofA ที่มองหาโอกาสในตลาดที่ท้าทาย โดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการเติบโตของแต่ละบริษัท

บริษัท
เชิงบวก

SpaceX กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ที่คาดว่าจะเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีมูลค่าประเมินสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะแซงหน้าสถิติเดิมของ Saudi Aramco 🚀 บริษัทแสดงความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาดวงโคจรต่ำ (LEO) ด้วยปริมาณการปล่อยดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำสถิติสูงสุดทั้งรายไตรมาสและรายปีในปี 2025 นอกจากนี้ ศักยภาพในการให้บริการศูนย์ข้อมูลในอวกาศเพื่อรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แม้จะมีความท้าทายทางเทคนิคอยู่บ้าง แต่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่งก็กำลังสำรวจความเป็นไปได้นี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรทราบถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงานของ SpaceX และผลการดำเนินงานของบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกับอีลอน มัสก์ เช่น Tesla ที่เผชิญกับความท้าทายในการส่งมอบรถยนต์ EV ในช่วงที่ผ่านมา

บริษัท
เชิงบวก

ตลาดหุ้นกลางวันมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าอุปโภคบริโภค Vertiv พุ่งแรงหลังได้รับการปรับเพิ่มอันดับจาก Barclays ขณะที่ Baidu ได้รับแรงหนุนจากการประกาศแยกหน่วยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ 📈 กลุ่มผู้ค้าปลีกสินค้าตกแต่งบ้าน เช่น Wayfair และ RH ปรับตัวขึ้นหลังมีข่าวการเลื่อนขึ้นภาษีเฟอร์นิเจอร์ ในฝั่งรถยนต์ไฟฟ้า Tesla รายงานยอดส่งมอบที่ต่ำกว่าคาดการณ์เล็กน้อย ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงเล็กน้อย ในขณะที่ Li Auto และ Nio รายงานยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น ด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ Taiwan Semiconductor Manufacturing ได้รับอานิสงส์จากการได้รับใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ไปยังจีน ส่วน Sandisk ซึ่งแยกตัวออกมาจาก Western Digital ยังคงทำผลงานได้ดีต่อเนื่องจากความต้องการศูนย์ข้อมูลที่สูง 📊 ประเด็นด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อมส่งผลต่อหุ้น Sable Offshore ที่พุ่งขึ้นหลังศาลปฏิเสธคำร้องระงับการเดินท่อส่ง ขณะที่ Warby Parker ได้รับการจับตามองจากนักวิเคราะห์ในฐานะหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตสูงในปีหน้า

บริษัท
เป็นกลาง

Berkshire Hathaway กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของ CEO เกร็ก อาเบล หลังจากการลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ แม้ว่าหุ้นจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่บริษัทก็ยังคงมีผลประกอบการเป็นบวกต่อเนื่องมา 10 ปี และมีเงินสดสำรองจำนวนมากถึง 3.816 แสนล้านดอลลาร์ 💰 บัฟเฟตต์ ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ได้แสดงความเชื่อมั่นในอนาคตของบริษัทภายใต้การบริหารของ อาเบล โดยกล่าวว่า อาเบล จะเป็นผู้ตัดสินใจหลักในการจัดสรรเงินทุน นักลงทุนบางส่วนยังคงจับตาดูว่า อาเบล จะสามารถรักษาผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของ Berkshire ได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความสำเร็จของ บัฟเฟตต์ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนทบต้นเฉลี่ยสูงถึง 19.9% ต่อปีในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา 📈 การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับบริษัทที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ

ตลาด
เชิงบวก

Exxon Mobil (XOM) กำลังแสดงสัญญาณการทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะอยู่ในระดับต่ำก็ตาม การเคลื่อนไหวของราคาบ่งชี้ถึงโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง โดยหุ้นปิดเหนือ 120 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกของปี 2025 และจบปี 2024 ด้วยผลตอบแทน 11.9% 📈 นักวิเคราะห์ทางเทคนิคชี้ให้เห็นถึงการทะลุแนวต้านสำคัญที่ 118-119 ดอลลาร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับตัวขึ้นต่อไป โดยมีเป้าหมายที่ 126 ดอลลาร์ และอาจถึง 140 ดอลลาร์ในระยะยาว 🎯 การตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ต่ำกว่า 112 ดอลลาร์จะช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง ขณะที่การรวมฐานหลายปีบ่งชี้ถึงศักยภาพในการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งขึ้นในอนาคต

บริษัท
เชิงบวก

นอร์เวย์ยังคงเป็นผู้นำระดับโลกด้านการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้า โดย 95.9% ของรถยนต์ใหม่ที่จดทะเบียนในปี 2025 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า 📈 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากนโยบายที่สอดคล้องกันของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้ EV รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านภาษีที่กระตุ้นให้ผู้บริโภครีบตัดสินใจซื้อก่อนสิ้นปี 2025 Tesla เป็นผู้ชนะที่ชัดเจน โดยครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 20% ของรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในนอร์เวย์ และมียอดขายเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเฉพาะรุ่น Model Y ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง 🚗 แม้ว่า Tesla จะเผชิญกับความท้าทายในตลาดอื่นๆ ของยุโรป แต่ความสำเร็จในนอร์เวย์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาด EV อย่างไรก็ตาม การส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกของ Tesla ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ลดลง 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรจับตาดู.

ตลาด
เป็นกลาง

นักกลยุทธ์ของ Bank of America ชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนี S&P 500 มีการประเมินมูลค่าสูงเกินไปในหลายมิติเมื่อต้นปี 2026 โดยมีตัวชี้วัดถึง 18 จาก 20 ตัวที่บ่งชี้ถึงภาวะแพงเกินจริง 📈 ความเสี่ยงต่อตลาดในปีนี้มีอยู่มาก รวมถึงการชะลอตัวของตลาดแรงงานที่อาจเกิดจากการนำ AI มาใช้ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางภาคส่วนที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มการดูแลสุขภาพและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีราคาที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตและมีแนวโน้มเชิงบวก 💡 แม้ว่าภาคส่วนเหล่านี้จะทำผลงานได้ไม่ดีนักในปีที่ผ่านมา แต่ปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มการปรับปรุงประมาณการอาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในระยะยาว

ข่าวดีวันนี้ 😊

ข่าวลบวันนี้ ☹️

หุ้นที่ข่าวพูดถึงมากที่สุด

อันดับชื่อหุ้นจำนวนข่าว
1TSLA5
2BRK.A4
3BRK.B3
4AVGO2
5BYD2